ประวัติและพุทธศิลป์วัดสันติวิหาร
๑. ที่ตั้ง เลขที่ ๑ หมู่ ๖ ถนนสุวรรณศร ต.โคกตูม อ.หนองแค จ.สระบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย (หนกลาง)
๒. ประวัติความเป็นมาของวัด วัดสันติวิหารแห่งนี้เดิมชื่อวัดเกาะลอยมีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก ไม่ทราบข้อมูลแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง อยู่ทางฝั่งตะวันตกของคลองระพีพัฒน์ ภายหลังย้ายไปก่อสร้างวัดใหม่ทางฝั่งตะวันออกของคลองระพีพัฒน์ โดยมี ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ภริยา จอมพลแปลก พิบูลสงคราม (จอมพล ป. พิบูลสงคราม) อดีตนายกรัฐมนตรีพร้อมอดีตคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น พร้อมด้วยคณะผู้ศรัทธาร่วมกันหาทุนทรัพย์ก่อสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ เสนาสนะต่าง ๆ และอัญเชิญรูปหล่อพระพุทธชินราชจำลองจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) จ.พิษณุโลก มาประดิษฐานเป็นพระประธานในอุโบสถเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๐ และเปลี่ยนชื่อวัดใหม่เป็น "วัดสันติวิหาร" จากนั้นมา
ศาสนาสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดที่โดดเด่นคือ พระพุทธชินราชจำลอง พระประธานในอุโบสถมหาอุด (ไม่มีประตูหลัง) มณฑปพระสิวลีมหาเถร หอระฆังเก่าและศาลาเก๋งจีนเก่าแก่คู่วัด วิหารท้าวมหาพรหมสิทธิโชค ท้าวเวสสุวรรณ
มีเจ้าอาวาสผู้สืบทอดดูแลหลายรูป จนกระทั่งปัจจุบันวัดสันติวิหารเป็นศูนย์รวมใจพุทธศาสนิกชนและผู้ศรัทธา ด้วยบารมีของ พระครูอาคมสิทธิสุนทร (พระครูวิชัย ปญฺญาทีโป) เจ้าอาวาสผู้ปกครองวัด ในแต่ละวันมีญาติโยมแวะเวียนไปทำบุญไม่ขาดสาย
พระครูอาคมสิทธิสุนทร (พระครูวิชัย ปญฺญาทีโป) ภูมิลำเนาเดิมเป็นชาว อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ชื่นชอบวิชาอาคมแต่วัยเยาว์ สมัยนั้นเขมรยังรบกันทุกวัน อาชีพหลักของครอบครัวคือ ซื้อขาย-แลกเปลี่ยนปลอกกระสุนปืนและโลหะชนิดต่าง ๆ ทำให้พบปะทหารเขมรทุกวัน เห็นทุกคนแขวนตะกรุด ผูกผ้ายันต์ดูขลังดี จึงขอตามไปเรียนวิชากับฆราวาสชาวเขมรผู้เรืองเวทย์ขณะอายุเพียง ๑๓ ปี หัดท่องมนต์และเล่าเรียนเขียนอักขระขอมจนชำนาญแล้วไปบรรพชาเป็นสามเณรเรียนวิชาเพิ่มเติมที่สำนักพระอาจารย์เป่าเชียน ภิกษุเรืองอาคมชาวเขมรอยู่นครวัด-นครธมนานถึง ๗ ปี ระหว่างนั้นได้ติดตามอาจารย์ไปทำพิธีที่ปราสาทนครวัดบ่อย เห็นอักขระยันต์เขมรโบราณมากมายจนจำได้ติดตา
ครั้นอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ท่านก็กลับบ้านเกิด อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ทุกคนในครอบครัวตกใจมาก คิดว่าตายไปแล้ว ท่านก็ขออุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดหัวหว้า อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๕ โดยมี พระครูวิจัยธรรมคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา ปัญญาทีโป แปลว่า ผู้มีปัญญาดุจแสงสว่าง ปรนนิบัติรับใช้พระอุปัชฌาย์อยู่ ๑ ปี ก็ไปช่วยสอนนักธรรม-บาลีที่วัดพราหมณี หรือวัดหลวงพ่อปากแดง พระอารามหลวง ๑ ปี ก็กลับอรัญประเทศ พำนักอยู่วัดบ้านตุน กระทั่ง พ.ศ.๒๕๔๐ ท่านตั้งใจจะเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนที่ อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างทางเกิดค่ำมืด แวะค้างแรมที่วัดสันติวิหาร ต.โคกตูม อ.หนองแค จ.สระบุรี ยุคนั้น พระอธิการปรุง ยังเป็นเจ้าอาวาส คุยกันถูกคอ พระอธิการปรุงชวนให้อยู่ที่วัดสันติวิหาร ผ่านไปอีก ๓ ปี พระอธิการปรุงมรณภาพ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสสืบมา
ขณะปกครองวัด พระครูอาคมสิทธิสุนทร (วิชัย ปัญญาทีโป) มุ่งมั่นพัฒนาวัดและใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาสร้างวัตถุมงคลระดมทุนทรัพย์มานับ ๑๐ ปี ที่โด่งดังมากคือ ผ้ายันต์เทพอาถรรณ์ เหรียญยันต์จารมือรุ่นแรก (กฐิน ๕๖) และรุ่น ๒ (ยกช่อฟ้า ๕๗) ตะกรุด ๓ กษัตริย์จารมือ ตะกรุดทองคำ ตะกรุดเงิน ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ หนุมานไม้แกะรุ่น ๑ (นะคงกระพันชาตรีมหายันต์พันปี) หนุมานไม้แกะรุ่น ๒ ปลัดขิก เลสจารมือรุ่นมงคลเศรษฐี ๔๖ เหรียญพระพุทธชินราชรุ่นฉลองกุฏิ ล็อกเก็ตรูปเหมือน (ใหญ่-กลาง-เล็ก) เหรียญรุ่นกฐิน ๕๙ เหรียญรุ่นฉลองสมณศักดิ์ ๖๐ รูปหล่อบูชา-เหรียญท้าวมหาพรหมสิทธิโชค และวัตถุมงคลอีกหลายรุ่นจนปัจจุบันล้วนผ่านพิธีพุทธาภิเษกครบถ้วนตามตำรับโบราณาจารย์
นอกจากนี้น้ำมนต์พลิกชีวิตของ พระครูอาคมสิทธิสุนทร (พระครูวิชัย ปัญญาทีโป) ก็ได้รับการกล่าวขานไปทั่วสารทิศ ทั้ง นักการเมืองใหญ่ ศิลปินดารานักแสดง นักธุรกิจ พ่อค้า ข้าราชการผู้ใหญ่ ไปกราบนมัสการขอพรและรดน้ำมนต์แก้กรรม ขับไล่สิ่งอัปมงคล เกื้อหนุนดวงชะตาราศีดีนัก ล้วนเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าในกิจการและหน้าที่การงานเหลือเชื่อมาแล้ว
ผู้ศรัทธาคนใดจะไหว้พระทำบุญและขอพรพระอาจารย์ สอบถามเส้นทางได้ที่ ๐๘-๑๙๔๖-๓๘๖๓, ๐๙-๐๑๑๗-๐๔๗๙
หมายเหตุ: เฟสบุ๊คนี้ใช้สำหรับเป็นช่องทางกระจายข่าวสารงานบุญและกิจกรรมต่าง ๆ ของวัดสันติวิหาร