สัชฌายะ เผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา
สัชฌายะ-สังวัธยาย : การอ่านดังๆเพื่อให้จำได้, สวดท่องจำ

พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกามาประดิษฐานเป็นการถาวร ณ พระวิหารหลวงวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราชและอัญเชิญ...
09/03/2026

พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกา
มาประดิษฐานเป็นการถาวร ณ พระวิหารหลวง
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช

และอัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากเมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่เติบโตมาจากหน่อพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา
ปัจจุบันมีอายุกว่า 2,333 ปี
โดยจะนำมาปลูก ณ วัดพระมหาธาตุฯ

เข้าสักการะได้ทุกวัน 9:00-17:00 น.
ณ พระวิหารหลวง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช

พระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานเป็นการถาวรณ พระวิหารหลวง วัดพระมหาธาตุนครศรีธรรมราชและปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ลังกา จากประเทศศร...
06/03/2026

พระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานเป็นการถาวร
ณ พระวิหารหลวง วัดพระมหาธาตุนครศรีธรรมราช
และปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ลังกา จากประเทศศรีลังกา

ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน : Dhammanupassana (Contemplation of mind objects, mindfulness as regards ideas.ธัมมานุปัสสนาสติปั...
22/02/2026

ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน : Dhammanupassana (Contemplation of mind objects, mindfulness as regards ideas.

ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึง การตั้งสติกำหนดพิจารณาธรรม ให้รู้เห็นตามเป็นจริงว่า เป็นแต่เพียงธรรม ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา คือ มีสติอยู่พร้อมด้วยความรู้ชัดธรรมทั้งหลาย ได้แก่ นิวรณ์5 ขันธ์5 อายตนะ12 โพชฌงค์7 อริยสัจจ์4 ว่าคืออะไร เป็นอย่างไร มีในตนหรือไม่ เกิดขึ้น เจริญบริบูรณ์ และดับไปได้อย่างไร เป็นต้น ตามที่เป็นจริงของมันอย่างนั้นๆ

[๒๙๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรม
คืออุปาทานขันธ์ ๕ ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรมคืออุปาทานขันธ์ ๕ อย่างไรเล่า ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นดังนี้ว่า อย่างนี้รูป อย่างนี้ความเกิดขึ้นแห่งรูป อย่างนี้ความดับแห่งรูป อย่างนี้เวทนา อย่างนี้ความเกิดขึ้นแห่งเวทนา อย่างนี้ความดับแห่งเวทนา อย่างนี้สัญญา อย่างนี้ความเกิดขึ้นแห่งสัญญา อย่างนี้ความดับแห่งสัญญา อย่างนี้สังขาร อย่างนี้ความเกิดขึ้นแห่งสังขาร อย่างนี้ความดับแห่งสังขาร อย่างนี้วิญญาณ อย่างนี้ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณ อย่างนี้ความดับแห่งวิญญาณ ดังพรรณนามาฉะนี้ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมภายในบ้าง พิจารณาเห็นธรรมในธรรมภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งภายในทั้งภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในธรรมบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเสื่อมในธรรมบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในธรรมบ้าง ย่อมอยู่ อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า ธรรมมีอยู่ ก็เพียงสักว่าความรู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฐิไม่อาศัยอยู่แล้ว และไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นธรรมในธรรมคืออุปาทานขันธ์ ๕ อยู่ ฯ

พระไตรปิฎกเล่มที่10 พระสุตตันตปิฏกเล่มที่ 2
ทีฆนิกาย มหาวรรค พระไตรปิฏกฉบับหลวง สยามรัฐ
ที.ม. 10/291/266-267
เล่มที่/ข้อที่/หน้าที่

ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน : Dhammanupassana (Contemplation of mind objects, mindfulness as regards ideas.ธัมมานุปัสสนาสติปั...
22/02/2026

ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน : Dhammanupassana (Contemplation of mind objects, mindfulness as regards ideas.

ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึง การตั้งสติกำหนดพิจารณาธรรม ให้รู้เห็นตามเป็นจริงว่า เป็นแต่เพียงธรรม ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา คือ มีสติอยู่พร้อมด้วยความรู้ชัดธรรมทั้งหลาย ได้แก่ นิวรณ์5 ขันธ์5 อายตนะ12 โพชฌงค์7 อริยสัจจ์4 ว่าคืออะไร เป็นอย่างไร มีในตนหรือไม่ เกิดขึ้น เจริญบริบูรณ์ และดับไปได้อย่างไร เป็นต้น ตามที่เป็นจริงของมันอย่างนั้นๆ

[๒๙๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรม
คืออุปาทานขันธ์ ๕ ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรมคืออุปาทานขันธ์ ๕ อย่างไรเล่า ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นดังนี้ว่า อย่างนี้รูป อย่างนี้ความเกิดขึ้นแห่งรูป อย่างนี้ความดับแห่งรูป อย่างนี้เวทนา อย่างนี้ความเกิดขึ้นแห่งเวทนา อย่างนี้ความดับแห่งเวทนา อย่างนี้สัญญา อย่างนี้ความเกิดขึ้นแห่งสัญญา อย่างนี้ความดับแห่งสัญญา อย่างนี้สังขาร อย่างนี้ความเกิดขึ้นแห่งสังขาร อย่างนี้ความดับแห่งสังขาร อย่างนี้วิญญาณ อย่างนี้ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณ อย่างนี้ความดับแห่งวิญญาณ ดังพรรณนามาฉะนี้ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมภายในบ้าง พิจารณาเห็นธรรมในธรรมภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งภายในทั้งภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในธรรมบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเสื่อมในธรรมบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในธรรมบ้าง ย่อมอยู่ อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า ธรรมมีอยู่ ก็เพียงสักว่าความรู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฐิไม่อาศัยอยู่แล้ว และไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นธรรมในธรรมคืออุปาทานขันธ์ ๕ อยู่ ฯ

พระไตรปิฎกเล่มที่10 พระสุตตันตปิฏกเล่มที่ 2
ทีฆนิกาย มหาวรรค พระไตรปิฏกฉบับหลวง สยามรัฐ
ที.ม. 10/291/266-267
เล่มที่/ข้อที่/หน้าที่

ผู้มีสติ จะไม่ถูกการเปลี่ยนแปลงกลืนกินเมื่อระลึกได้ถึงทุกๆอิริยาบถ ณ ปัจจุบันขณะจิตรับรู้ถึงอาการเหล่านั้นตามจริงไม่ไหลไ...
01/01/2026

ผู้มีสติ จะไม่ถูกการเปลี่ยนแปลงกลืนกิน

เมื่อระลึกได้ถึงทุกๆอิริยาบถ ณ ปัจจุบันขณะ
จิตรับรู้ถึงอาการเหล่านั้นตามจริง
ไม่ไหลไปกับความคับแค้นในอดีต
และไม่ครุ่นคิดถึงความปรารถนาที่ยังไม่เกิดในอนาคต รับรู้เพียงอิริยาบถ ณ ขณะนั้น

เมื่อนั้นจะไม่ถูกความเปลี่ยนแปลงกลืนกิน
ไม่ถูกทุกข์ครอบงำ

"One who is mindful shall not be swallowed by change."

When mindfulness dwells in every posture of the present moment, the mind perceives reality as it truly is. It does not flow into the resentment of the past, nor does it brood over the desires of an unmanifested future. It simply acknowledges the movement of the 'now.'

In that state, one is neither consumed by the tides of change nor overwhelmed by suffering.

ขอเชิญชาวนครศรีธรรมราชและศาสนิกชนทุกท่านกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ  จากรัฐพิหาร ประเทศอินเดียและพระอรหันตธาตุของพระอัค...
14/07/2025

ขอเชิญชาวนครศรีธรรมราชและศาสนิกชนทุกท่าน
กราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ จากรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย
และพระอรหันตธาตุของพระอัครสาวก พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ
ณ ลานทรายแก้ว วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช

ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2568
เวลา 08.00-20.00 น.

ขอรับพานพุ่มดอกไม้และใบคำขอขมาพระรัตนตรัย
ได้ที่โต๊ะวางพานพุ่ม
....................................
หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธ์ พระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่สี่ ผู้ทรงปฏิบัติกรณียกิจ ในด้านศาสนามาอย่างต่อเนือง ได้มอบหมายให้สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน จัดโครงการส่งเสริมจรรโลงพระพุทธศาสนา
โดยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ จากพุทธคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย ประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ศาสนสถานสำคัญต่างๆทั่วประเทศ นับเป็นโอกาสอันเป็นมงคลอย่างยิ่ง ที่สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้ศาสนิกชนได้มีโอกาสกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต และครอบครัว และเพื่อทำนุบำรุงพระศาสนาให้ดำรงสืบไป
อานิสงส์ใหญ่ของการได้กราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุนั้น ประหนึ่งเราได้บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้นเมื่อยังมีพระชนม์ชีพ ได้สร้างบุญบารมีในร่มเงาพระพุทธศาสนา สืบไป
ข้อมูล : สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน
และเพจNakhon Si Thammarat นครศรีธรรมราช

มรรคมีองค์ 8 หรือ อัฏฐังคิกมรรค : Atthangika - magga ( The Noble Eightfold Path )เรียกเต็มว่า อริยอัฏบังคิกมรรค แปลว่า "...
02/03/2025

มรรคมีองค์ 8 หรือ อัฏฐังคิกมรรค : Atthangika - magga ( The Noble Eightfold Path )
เรียกเต็มว่า อริยอัฏบังคิกมรรค แปลว่า "ทางมีองค์แปดประการ อันปรัเสริจ"
มีดังนี้ 1.สัมมาทิฏฐิ 2.สัมมาสังกัปปะ 3.สัมมาวาจา 4.สัมมากัมมันตะ 5.สัมมาอาชีวะ 6.สัมมาวายามะ 7.สัมมาสติ 8.สัมมาสมาธิ

[๗๐๔] ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจเป็นไฉน ได้แก่ มรรคมีองค์ ๘ อันประเสริฐนี้แล ซึ่งมีดังนี้ (๑) สัมมาทิฐิ(๒) สัมมาสังกัปปะ (๓) สัมมาวาจา (๔) สัมมากัมมันตะ (๕) สัมมาอาชีวะ(๖) สัมมาวายามะ (๗) สัมมาสติ (๘) สัมมาสมาธิ ฯ
ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็สัมมาทิฐิเป็นไฉน ได้แก่ ความรู้ในทุกข์ความรู้ในทุกขสมุทัย ความรู้ในทุกขนิโรธ ความรู้ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทานี้เรียกว่าสัมมาทิฐิ ฯ
ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็สัมมาสังกัปปะเป็นไฉน ได้แก่ ความดำริในเนกขัมมะ ความดำริในอันไม่พยาบาท ความดำริในอันไม่เบียดเบียน นี้เรียกว่าสัมมาสังกัปปะ ฯ
ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็สัมมาวาจาเป็นไฉน ได้แก่ เจตนา เป็นเครื่องงดเว้นจากพูดเท็จ จากพูดส่อเสียด จากพูดคำหยาบ จากเจรจาเพ้อเจ้อนี้เรียกว่า สัมมาวาจา ฯ
ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็สัมมากัมมันตะเป็นไฉน ได้แก่ เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากปาณาติบาต จากอทินนาทาน จากกาเมสุมิจฉาจาร นี้เรียกว่าสัมมากัมมันตะ ฯ
ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็สัมมาอาชีวะเป็นไฉน คือ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ละมิจฉาชีพแล้ว สำเร็จความเป็นอยู่ด้วยสัมมาชีพ นี้เรียกว่าสัมมาอาชีวะ ฯ
ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็สัมมาวายามะเป็นไฉน คือ ภิกษุในธรรมวินัย
นี้ ย่อมให้เกิดฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต ตั้งจิตไว้ เพื่อ
ไม่ให้อกุศลธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิดได้เกิดขึ้น ๑ เพื่อละอกุศลธรรมอันลามกที่
เกิดขึ้นแล้วเสีย ๑ เพื่อให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นได้เกิดขึ้น ๑ เพื่อความตั้งมั่น
ไม่ฟั่นเฝือ เพิ่มพูน ไพบูลย์ เจริญ และบริบูรณ์ของกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ๑
นี้เรียกว่าสัมมาวายามะ ฯ
ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็สัมมาสติเป็นไฉน คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้
เป็นผู้พิจารณาเห็นกายในกาย มีความเพียร รู้สึกตัว มีสติ กำจัดอภิชฌาและ
โทมนัสในโลกเสียได้อยู่ เป็นผู้พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนา ... เป็นผู้พิจารณา
เห็นจิตในจิต ... เป็นผู้พิจารณาเห็นธรรมในธรรม มีความเพียร รู้สึกตัว มีสติ
กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้อยู่ นี้เรียกว่าสัมมาสติ ฯ
ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็สัมมาสมาธิเป็นไฉน คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้
สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม เข้าปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุข
เกิดแต่วิเวกอยู่ เข้าทุติยฌาน ... อยู่ เป็นผู้วางเฉย เพราะหน่ายปีติ มีสัม-
*ปชัญญะอยู่ และเสวยสุขด้วยนามกาย เข้าตติยฌาน ... อยู่ เข้าจตุตถฌาน ... อยู่
นี้เรียกว่าสัมมาสมาธิ ฯ
ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ฯ

พระไตรปิฎกเล่มที่14 พระสุตตันตปิฏกเล่มที่ 6
มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ พระไตรปิฏกฉบับหลวง สยามรัฐ
ม.อุ. 14/704/453
เล่มที่/ข้อที่/หน้าที่

จิตตานุปัสสนา : Cittanupassana (Contemplation of mind , mindfulness as regards mental conditions.)จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน...
26/01/2025

จิตตานุปัสสนา : Cittanupassana (Contemplation of mind , mindfulness as regards mental conditions.)
จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึง การตั้งสติกำหนดพิจารณาจิต ให้รู้เห็นตามเป็นจริงว่า
เป็นแต่เพียงจิต ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา คือ มีสติอยู่พร้อมด้วยความรู้ชัดจิตของตนที่มีราคะ ไม่มีราคะ มีโทสะ ไม่มีโทสะ มีโมหะ ไม่มีโมหะ เศร้าหมองหรือผ่องแผ้ว ฟุ้งซ่านหรือเป็นสมาธิ ฯลฯ อย่างไรๆ ตามที่เป็นไปอยู่ในขณะนั้นๆ

[๒๘๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่อย่างไรเล่า
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ จิตมีราคะ ก็รู้ว่าจิตมีราคะ หรือจิตปราศจากราคะ ก็รู้ว่าจิตปราศจากราคะ
จิตมีโทสะ ก็รู้ว่าจิตมีโทสะ หรือจิตปราศจากโทสะ ก็รู้ว่าจิตปราศจากโทสะ
จิตมีโมหะ ก็รู้ว่าจิตมีโมหะ หรือจิตปราศจากโมหะ ก็รู้ว่าจิตปราศจากโมหะ
จิตหดหู่ ก็รู้ว่าจิตหดหู่ จิตฟุ้งซ่าน ก็รู้ว่าจิตฟุ้งซ่าน
จิตเป็นมหรคต ก็รู้ว่าจิตเป็นมหรคต หรือจิตไม่เป็นมหรคต ก็รู้ว่าจิตไม่เป็นมหรคต
จิตมีจิตอื่นยิ่งกว่า ก็รู้ว่าจิตมีจิตอื่นยิ่งกว่า หรือจิตไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่า ก็รู้ว่าจิตไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่า จิตเป็นสมาธิ ก็รู้ว่าจิตเป็นสมาธิ หรือจิตไม่เป็นสมาธิ ก็รู้ว่าจิตไม่เป็นสมาธิ
จิตหลุดพ้น ก็รู้ว่าจิตหลุดพ้น หรือจิตไม่หลุดพ้น ก็รู้ว่าจิตไม่หลุดพ้น
ดังพรรณนามาฉะนี้ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นจิตในจิตภายในบ้าง
พิจารณาเห็นจิตในจิตภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นจิตในจิตทั้งภายในทั้งภายนอกบ้าง
พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในจิตบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเสื่อมในจิตบ้างพิจารณาเห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในจิตบ้าง ย่อมอยู่
อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า จิตมีอยู่ ก็เพียงสักว่าความรู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฐิไม่อาศัยอยู่แล้ว และไม่ถือมั่นอะไรๆในโลก
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ฯ

พระไตรปิฎกเล่มที่10 พระสุตตันตปิฏกเล่มที่ 2
ทีฆนิกาย มหาวรรค พระไตรปิฏกฉบับหลวง สยามรัฐ
ที.ม. 10/289/264
เล่มที่/ข้อที่/หน้าที่

เวทนานุปัสสนา : Vedananupassana (Contemplation of feelings , mindfulness as regards feelings.เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมาย...
26/12/2024

เวทนานุปัสสนา : Vedananupassana (Contemplation of feelings , mindfulness as regards feelings.
เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึง การตั้งสติกำหนดพิจารณาเวทนา ให้รู้เห็นตามเป็นจริงว่าเป็นแต่เพียงเวทนา ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา คือ มีสติอยู่พร้อมด้วยความรู้ชัดเวทนาอันเป็นสุขก็ดี ทุกข์ก็ดี เฉยๆก็ดี ทั้งที่เป็นสามิส และเป็นนิรามิสตามที่เป็นไปอยู่ในขณะนั้นๆ

[๒๘๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่อย่างไรเล่า
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เสวยสุขเวทนาอยู่ ก็รู้ชัดว่า เราเสวยสุขเวทนา หรือเสวยทุกขเวทนา
ก็รู้ชัดว่า เราเสวยทุกขเวทนา หรือ เสวยอทุกขมสุขเวทนา ก็รู้ชัดว่า เราเสวยอทุกขมสุขเวทนา หรือ เสวยสุขเวทนามีอามิส ก็รู้ชัดว่า เราเสวยสุขเวทนามีอามิส หรือ เสวยสุขเวทนาไม่มีอามิส ก็รู้ชัดว่า เราเสวยสุขเวทนาไม่มีอามิส หรือเสวยทุกขเวทนามีอามิส ก็รู้ชัดว่า เราเสวยทุกขเวทนามีอามิส หรือ เสวยทุกขเวทนาไม่มีอามิส ก็รู้ชัดว่า เราเสวยทุกขเวทนาไม่มีอามิสหรือ เสวยอทุกขมสุขเวทนามีอามิส ก็รู้ชัดว่า เราเสวยอทุกขมสุขเวทนามีอามิส หรือ
เสวยอทุกขมสุขเวทนาไม่มีอามิส ก็รู้ชัดว่า เราเสวยอทุกขมสุขเวทนาไม่มีอามิส
ดังพรรณนามาฉะนี้ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาภายในบ้าง พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งภายในทั้งภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในเวทนาบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเสื่อมในเวทนาบ้าง
พิจารณาเห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในเวทนาบ้าง อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า เวทนามีอยู่ ก็เพียงสักว่าความรู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฐิไม่อาศัยอยู่แล้ว และไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ ฯ

พระไตรปิฎกเล่มที่10 พระสุตตันตปิฏกเล่มที่ 2
ทีฆนิกาย มหาวรรค พระไตรปิฏกฉบับหลวง สยามรัฐ
ที.ม. 10/288/263
เล่มที่/ข้อที่/หน้าที่

ที่อยู่

Amphoe Muang Nakhon Si Thammarat

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สัชฌายะผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท