30/07/2022
#ความสำคัญของเดือนมุฮัรรอม
1. เดือนมุหัรร็อม ถือเป็นเดือนในลำดับที่หนึ่งของปฎิทินอิสลามตามจันทรคติ และเป็นหนึ่งในสี่เดือนต้องห้าม (الأشهرالحرم) คือ ซุล-เกาะอฺดะฮฺ, ซุล-ฮิจญะฮฺ, มุหัรร็อม สามเดือนนี้มีช่วงเวลาติดต่อกัน และเกี่ยวพันกับการประกอบพิธีหัจญ์, วันอีด- อัฎฮา และวันตัชรีก เป็นต้น และอีกเดือนหนึ่ง คือ เดือนเราะญับ ซึ่งเป็นเดือนต้องห้ามเช่นกัน สำหรับเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์อิสลามที่เกิดขึ้นในเดือน มุหัรร็อม นั้นสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจาก https://alisuasaming.org/main/01-muarram/
2. ในคัมภีร์ อัล-กุรอาน ไม่มีระบุโดยตรงถึง เดือนมุหัรร็อม คือมิได้ออกชื่อเอาไว้เป็นพิเศษเหมือนอย่าง เดือน เราะมะฎอน ซึ่งมีปรากฏใน อัล-บะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ 185 แต่เดือนมุหัรร็อม ถูกระบุรวมอยู่ในคำว่า ”เดือนต้องห้าม” (الأشهرالحرم) เช่นใน สูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ อายะฮฺที่ 36 ระบุว่า
إِنَّ عِدَّةَ الشُّهورِ عِندَ اللَّهِ اثنا عَشَرَ شَهرًا فى كِتٰبِ اللَّهِ يَومَ خَلَقَ السَّمٰوٰتِ وَالأَرضَ مِنها أَربَعَةٌ حُرُمٌ
ความว่า : “แท้จริงจำนวนของบรรดาเดือน ณ อัลลอฮฺ นั้น มีอยู่ 12เดือนในคัมภีร์ของอัลลอฮฺ (เลาหิลมะหฺฟูซฺ) นับแต่วันที่พระองค์ทรงสร้างชั้นฟ้า และแผ่นดิน ส่วนหนึ่งจาก 12 เดือนนั้นคือสี่เดือนที่ต้องห้าม” เป็นต้น
ส่วนใน อัล-หะดิษนั้น อาทิเช่น มีรายงานจากอบูฮุรอยเราะฮฺ (ร.ฎ.) จากท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ) ว่า أفضل الصيام بعد رمضان ، شهرالله المحرم ความว่า : “การถือศิลอดที่ดีที่สุดหลังจากเดือนเราะมะฎอน คือเดือนของอัลลอฮฺอันเป็นที่ต้องห้าม“ รายงานโดย มุสลิม (1163) อบูดาวูด (2429) อัต-ติรมิซิยฺ (740)
และวันที่ประเสริฐสุดของเดือน มุหัรร็อม คือวันที่ 9 (ตาสูอาอฺ) วันที่ 10 (อาชูรออฺ) ซึ่งมีสุนนะฮฺให้ทำการถือศีลอดใน 2 วันดังกล่าว เป็นต้น
ส่วนอัล-หะดิษที่ระบุถึงวันอาชูรออฺ (วันที่ 10 มุหัรร็อม) ว่าเป็นวันที่ตรงกับเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ยุคอดีต เช่น ระบุว่า
อัลลอฮฺทรงสร้างชั้นฟ้า และแผ่นดินในวันอาชูรออฺ
สร้างปากกา อัล-เลาหิลมะหฺฟูซฺ สร้างญิบรออีล และบรรดามะลาอิกะฮฺ ในวันอาชูรออฺ
นบีอิสมาอีล (อ.ล.) ได้รับการไถ่ชีวิตในวันอาชูรออฺ
นบีอิดรีส (อ.ล.) คืนสู่ฟ้าเบื้องบน
นบีอาดัม (อ.ล.) ถูกสร้าง นบีอิบรอฮีม (อ.ล.) ถือกำเนิด และพ้นจากกองเพลิง
อัลลอฮฺรับการเตาบะฮฺ ของนบีอาดัม (อ.ล.)
นบีดาวูด (อ.ล.) ได้รับการยกโทษ ในวันอาชูรออฺ
หรือนบีนัวหฺ (อ.ล.) ลงจากเรือในวันนั้น
นบียูสุฟ (อ.ล.) ได้พบและอยู่ร่วมกับนบียะอฺกู๊บ (อ.ล.)
นบีอัยยูบ (อ.ล.) พ้นจากการทดสอบ
นบียูนุส (อ.ล.) ออกจากท้องปลาวาฬ
และนบีอีซา (อ.ล.) ขึ้นสู่ฟากฟ้าในวันอาชูรออฺ
#หะดิษที่ระบุเกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านี้เป็นหะดิษเมาวฺฎอฺ ไม่อนุญาตให้นำมาเป็นหลักฐาน และนำมารายงานโดยไม่บอกสถานภาพของอัล - หะดิษ (ตันซีฮุชชะรีอะฮฺ อัล – มัรฟูอะฮฺ ; อิบนุ อิร็อก อัล – กินานี่ยฺ เล่มที่ 2 หน้า 149 - 151)
#คงมีอยู่เหตุการณ์เดียวที่มีปรากฏในอัลหะดิษเศาะหิฮฺ คือ การที่อัลลอฮฺทรงให้นบีมูซา (อ.ล.) และกลุ่มชนของท่านรอดพ้นจากฟิรเอาวนฺ และให้ฟิรเอาวนฺจมน้ำตาย นบีมูซา (อ.ล.) จึงถือศีลอดในวันนั้นซึ่งตรงกับวันอาชูรออฺ (รายงานโดย อัล-บุคคอรียฺ และมุสลิม)
จึงขอนะศีหะฮฺบรรดาคอเต็บตามมัสญิดทั้งหลายให้หลีกห่างจากการนำเรื่องราวในหะดีษเมาวฎอฺนี้มากล่าวในคุฏบะฮฺวันศุกร์ แต่ให้นำเอาบรรดาหะดีษที่เศาะฮีหฺ หรือหะดีษที่อยู่ในขั้นของการเป็นหลักฐานซึ่งซึ่งมีอยู่มากมาย และพอเพียงแล้วมากล่าวแก่บรรดาพี่ น้องมุสลิมในการคุฏบะฮฺ
3- สิ่งที่ควรปฏิบัติเป็นสำคัญในเดือนมุหัรรอมนี้ก็คือ การถือศีลอดสุนนะฮฺโดยเฉพาะในวันตาสูอาอฺ (วันที่ 9) และวันอาชูรออฺ (วันที่ 10 มุหัรรอม) นอกจากการถือศีลอดสุนนะฮฺนี้แล้ว การประกอบศาสนกิจหลักตามปกติทั่วไปก็ให้กระทำอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
ส่วนศาสนกิจพิเศษนั่นไม่มี แม้กระทั่งการถือเอาวันอาชูรออฺเป็นวันสำคัญเหมือนวันอีดด้วยการอาบน้ำ ใส่ยาตา แต่งชุดประดับประดาสวยึงาม ทำบุญทำทานเป็นพิเศษดังเสมือนเป็นวันอีดนั้นสิ่งเหล่านี้ถือเป็นบิดอะฮฺ (อุตริกรรม) ทั้งนี้โดยไปยึดถือเอาหะดีษที่รายงานมาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเป็นกรณีเฉพาะ
ส่วนถ้ากระทำเป็นปกติโดยไม่ผิดเป็นโอกาสพิเศษก็ถือว่าอนุญาต เพราะหะดีษที่มีเนื้อหาในการถือเอาวันอาชูรออฺเป็นวันรื่นเริงด้วยการกระทำดังกล่าวเป็นหะดีษที่ไม่มีที่มา และบางส่วนเป็นหะดีษเมาวฺฎูฮฺ (ดู อัล-ฟะวาอิด อัล-มัจญมูอะฮฺ ฟี อัล-อะหะดีษ อัล-เมาวฺฎูอะฮฺ ; อัช-เชากานียฺ หน้า 99-101)
ดร. ยูสุฟ อัล-กอรฎอวียฺ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวซึ่งเป็นการแสดงออกในการรื่นเริงดีใจด้วยการอาศัยหะดีษเหล่านั้นน่าจะเป็นการกระทำแบบตอบโต้พวกชีอะฮฺที่ถือเอาวัน อาชูรออฺ เป็นวันแห่งความเศร้าโศรกเสียใจต่อการเป็นชะฮีดของ อิมาม อัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ซึ่งถูกสังหารที่กัรฺบะลาอฺ ประเทศอิรัก จึงเข้าอีหรอบที่ว่า เอาบิดอะฮฺมาตอบโต้บิดอะฮฺคือเป็นเรื่องของคน 2 กลุ่มที่เป็นอะหฺลุลบิดอะฮฺตอบโต้กันด้วยความสุดโต่ง ฝ่ายหนึ่งคือพวก อันนะวาศิบ (النواصب) ซึ่งจงเกลียดจงชังท่านอะลียฺ (ร.ฎ.) และ อะหฺลุลบัยตฺ อีกฝ่ายหนึ่งก็คือพวก อัร-เราะวาฟิฎ (ชีอะฮฺ) ที่เทอดทูนยกย่องท่านอะลียฺและลูกหลานของท่านจนสุดโต่ง ซึ่ง อะหฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺ ไม่ได้มีแนวทางเหมือนชน 2 กลุ่มนี้ (ดู ฟิกฮุศศิยาม ; ยูสุฟ อัล-กอรฎอวียฺ หน้า 122-123)
4- สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติในเดือนมุหัรรอมก็คือทุกสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัตินอกเดือนมุหัรรอมนั่นเองเพียงแต่การละเมิดบทบัญญัติของศาสนาที่เกิดขึ้นในเดือนนี้ซึ่งเป็นหนึ่งจากเดือนต้องห้ามถือว่าละเมิดเกียรติของเวลาที่มีความประเสริฐ (الحرمة الزمانية) เป็นกรณีเฉพาะอีก 1 กระทงเนื่องจาก อัล -กุรอานได้กำชับไว้เป็นกรณีพิเศษว่า فَلا تَظلِموا فيهِنَّ أَنفُسَكُم ความว่า ''ดังนั้นพวกเจ้าอย่าได้ละเมิดตัวของพวกเจ้าในเดือนทั้งสี่นั้น'' (สูเราะฮฺอัต-เตาบะฮฺ 36)
หมายถึง อย่าได้ละเมิดด้วยการทำสงครามในระหว่างกันเอง หรืออย่าได้ประพฤติสิ่งที่ผิดบัญญัติของศาสนาซึ่งเป็นการอธรรมต่อตัวเองเพราะเป็นการนำตัวเองไปสู่การลงทัณฑ์
والله اعلم بالصواب
https://alisuasaming.org/webboard/index.php?topic=1332.0