วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม สถานที่ศึกษา ปฏิบัติ และเผยแผ่พุทธธรรม

29/05/2026

#ขออนุโมทนาบุญกับคณะสามเณรวัดถ้ำพระฯ
สาธุสาธุสาธุสาธุ

29/05/2026

#ประกาศแจ้งสายบุญทุกท่านทราบ

เพื่ออนุกูลต่อการบำเพ็ญสมาธิภาวนาของพระเณรและญาติโยมที่มาปฏิบัติธรรมภายในวัด

วัดถ้ำพระอัศวเหมารามขอแจ้งกำหนดเวลาปิดเปิดประตูเข้าออกวัด ดังนี้

#ภาคกลางวัน
ประตูปิดเวลาบ่าย 5 โมงหรือ 17.00 น.

#ภาคเช้า
ประตูเปิดเวลา 5:30 น หรือตี 5:30 น.

In case of emergency
Call 0992929159

#ขออนุโมทนาบุญสาธุ สาธุ สาธุ

  สร้างประตูปิดเปิดเข้าออกวัดถ้ำพระฯขออนุโมทนาบุญกับผู้มีกุศลศรัทธาทุกท่านสาธุๆๆ
29/05/2026

สร้างประตูปิดเปิดเข้าออกวัดถ้ำพระฯ
ขออนุโมทนาบุญกับผู้มีกุศลศรัทธาทุกท่านสาธุๆๆ

 #วิปัสสนาประตูสู่อมตะสุข (ฉบับขยายความ) #จุดแตกหักทางวิปัสสนาแท้ที่จริงแล้ว การพิจารณารูปกับนามให้เห็นเป็น  #ไตรลักษณ์ ...
29/05/2026

#วิปัสสนาประตูสู่อมตะสุข (ฉบับขยายความ)
#จุดแตกหักทางวิปัสสนา

แท้ที่จริงแล้ว การพิจารณารูปกับนามให้เห็นเป็น #ไตรลักษณ์ นั้น

#นักวิปัสสนาบางคน
#พิจารณาเห็นสภาวะที่เป็นอนิจจัง หรือสภาพที่แตกสลายและทำลายตัวเองของรูปกับนามได้ชัดเจนกว่าสภาวะอื่น

#นักวิปัสสนาบางคน
#พิจารณาเห็นสภาวะที่เป็นทุกขัง หรือสภาพที่รูปกับนามนั้น ถูกเหตุและปัจจัยต่างๆบีบรัดและบีบคั้นอยู่เสมอได้อย่างชัดเจนกว่า

#ส่วนนักวิปัสสนาบางคน
#พิจารณาเห็นสภาวะที่เป็นอนัตตา หรือสภาพที่รูปกับนามทั้งปวง เป็นของว่างเปล่าจากเราและของเราได้ชัดเจนกว่า
การเห็นสภาวะรูปกับนามได้ชัดเจนต่างกันข้างต้น มีผลทำให้นักวิปัสสนาเป็นพระอริยบุคคลที่แตกต่างกัน ผู้เขียนจะพูดในบทต่อไป

กระนั้นก็ตาม ไม่ว่านักวิปัสสนาจะเห็นสภาวะอะไรของรูปกับนามได้ชัดเจนมากกว่ากัน

#สุดท้ายแล้ว
#นักวิปัสสนาทุกคนจะต้องเข้าไปแจ้งสภาวะที่ไม่มีตัวตนแก่นแท้ของรูปกันนามทั้งนั้น

นักวิปัสสนาที่พิจารณาเห็นสภาวะอนิจจังของรูปกับนามได้ชัด เห็นการเกิดขึ้นแล้วก็แตกสลายไปทันทีของรูปกับนามทั้งปวง

#สุดท้ายก็จะไปเห็นว่า
#ที่รูปกับนามเกิดขึ้นแล้วก็แตกสลายไปทันที เพราะรูปกับนามนั้นเกิดขึ้นจากส่วนประกอบต่างๆที่เข้ามาปรุงแต่งกันและกันขึ้น ส่วนประกอบแต่ละตัว #หามีตัวตนแก่นแท้ไม่ มันจึงไม่ทำให้รูปกันนามนั้น คงที่คงทนได้

ส่วนนักวิปัสสนาที่พิจารณาเห็นสภาวะทุกขังของรูปกับนามได้ชัด เห็นรูปกับนามถูกเหตุและปัจจัยต่างๆบีบคั้นบีบบังคับให้เป็นทุกข์อยู่เสมอ

#สุดท้ายก็จะไปเห็นอีกเช่นกันว่า
#เหตุที่รูปกับนามเป็นทุกข์อย่างนี้ เพราะ
#รูปกับนามนั้นเกิดขึ้นมาจากส่วนประกอบต่างๆที่ไม่มีอำนาจในตัวเอง แต่ละตัวถูกกิเลสนำมาแต่งไว้ในที่เดียวกัน มันจึงเกิดปฏิกิริยาเป็นความทุกข์ เหมือนกับไม้สองท่อนถูกนำมาสีกันไปสีกันมา มันก็เกิดประกายไฟขึ้น

เมื่อนักวิปัสสนาเข้าไป #แจ้งสภาวะที่เป็นอนัตตา ความ #สำคัญมั่นหมายว่าเราและของเราในรูปและนามทั้งหมดถูกกำจัดออกไป

ปัญญานักวิปัสสนาถึงจะบรรลุจุดแตกหักทางวิปัสสนา

(โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป)

พระอาจารย์มหาสุภา ชิโนรโส ป.ธ.๙
วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

28/05/2026
 #วิปัสสนาประตูสู่อมตะสุข (ฉบับขยายความ) #อนัตตาทางพ้นสภาวะสุนัขจนตรอกทางวิปัสสนา #การเกิดเป็นทุกข์ในตัวมันเอง และเป็นทุ...
28/05/2026

#วิปัสสนาประตูสู่อมตะสุข (ฉบับขยายความ)
#อนัตตาทางพ้นสภาวะสุนัขจนตรอกทางวิปัสสนา

#การเกิดเป็นทุกข์ในตัวมันเอง และเป็นทุกข์เพราะแก่ เจ็บ และตาย
#ทางพ้นไปเสียจากทุกข์ต่างๆที่เป็นผลของการเกิด
คือ #การไม่เกิด

#ชีวิตที่เป็นไปต้องพบกับความทุกข์ต่างๆ มากมาย เช่น ความเศร้าโศกเสียใจ ความพลัดพราก การร้องให้คร่ำครวญ
#ทางพ้นไปเสียจากทุกข์ต่างๆในชีวิตคือการไม่ต้องมีชีวิต

#กรรมหรือการกระทำเป็นของไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขและสถานการณ์ต่างๆ
#ทางพ้นไปเสียจากกรรม คือ #การไม่ทำกรรม หรือ
#ทำอย่างไม่มีตัวผู้ทำ

ภพภูมิต่างๆ เป็นสิ่งไม่จีรัง เหมือนกับกรรม ทางพ้นไปเสียจากภพภูมิ คือ ไม่ทำกรรมให้ไปเกิดในภพภูมิใดๆ

#สภาวะตรงกันข้ามกับการเกิด-ชีวิตที่เป็นไป-กรรม และ-ภพภูมิต่างๆดังกล่าวมา ทางวิปัสสนาเรียกว่า #สันติบท”

#สันติบท” แปลสั้นๆว่า
#ทางแห่งความสงบหรือทางไปสู่นิพพาน”

นักวิปัสสนาที่พิจารณาจนเห็นความน่ากลัว ภยันตราย และความน่าเบื่อหน่ายของการเกิด ชีวิตที่เป็นไป กรรม และภพภูมิต่างๆ ก็จะมีจิตใจที่มุ่งมั่นและแน่วแน่ไม่ถอยหลัง มุ่งตรงต่อทางแห่งความสงบหรือพระนิพพานเพียงประการเดียว

#พระนิพพานเท่านั้น คือ
#ทางที่จะสลายกระบวนการปรุงแต่งที่ย้อนแย้งระหว่างรูปกับนามทั้งปวงได้ เมื่อรูปและนามทั้งปวง ไม่มาปรุงแต่งกันและกันอีก การเกิดก็ไม่มี ชีวิตก็ไม่เป็นไป การกระทำหรือกรรมและภพภูมิต่างๆ ก็ว่าง ทุกข์ทั้งปวงก็ไม่เกิดขึ้นแก่นักวิปัสสนาอีกเป็นอนันตกาล

#ทางที่จะนำจิตนักวิปัสสนามุ่งตรงต่อพระนิพพาน หรือทางสลายกระบวนการปรุงแต่งของรูปและนามทั้งปวง ทางนั้น ไม่ใช่การมา การไป หรือหยุดอยู่ แต่คือการพิจารณารูปกับนามให้เห็นเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และว่างเปล่าจากตัวตน ที่ทางวิปัสสนาเรียกสั้นๆว่า #ไตรลักษณ์

แท้ที่จริง การพิจารณารูปกับนามให้เห็นเป็นไตรลักษณ์นั้น นักวิปัสสนาพิจารณามาตลอด ตั้งแต่ก่อนพบวิปัสสนูปกิเลส หลังพ้นวิปัสสนูปกิเลส จนกระทั่งนักวิปัสสนาพบสภาวะจนตรอกทางวิปัสสนา คือ เกิดความกลัว เห็นความเป็นโทษ และเกิดความเบื่อหน่อยต่อการเกิด ชีวิต กรรม และภพภูมิต่างๆ

ทางยกตนให้พ้นเสียจากภาวะจนตรอกทางวิปัสสนา นักวิปัสสนาก็พิจารณาไตรลักษณ์นั่นและซ้ำอีก ไม่ไปพิจารณาอย่างอื่น

การพิจารณารูปกับนาม ให้เห็นเป็นไตรลักษณ์ซ้ำไปซ้ำมา ซ้ำมาซ้ำไปอยู่อย่างนั้น อุปมาเหมือนคนเป็นชาวนาและพ่อค้า

คนมีอาชีพทำนา แต่ละปีเขาปลูกข้าวลงที่เดิมคือบนพื้นดินนาตัวเองนั่นเอง ไม่ได้เปลี่ยนไปปลูกข้าวบนอากาศหรือบนก้อนหิน ทำนาบนพื้นดินเดิมอยู่อย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมา เวลาผ่านไป เขาก็เลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว และสร้างเนื้อสร้างตัวให้มีฐานะขึ้นมาได้

คนมีอาชีพค้าขายก็เหมือนกัน เขาก็ทำอาชีพค้าขายอยู่อย่างนั้น ทำไปทำมา ทำมาทำไป ทำอาชีพเดิม ไม่ย้ายไปทำอาชีพอื่น กาลเวลาผ่านไป เขาก็เป็นพ่อค้ามีประสบการณ์ รู้จักคน สุดท้ายก็สร้างฐานะตัวเองให้เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีขึ้นมาได้

#การพิจารณารูปและนามให้เห็นเป็นไตรลักษณ์ก็เหมือนกัน
#นักวิปัสสนาพิจารณาซ้ำไปซ้ำมา ซ้ำมาซ้ำไปอยู่อย่างนั้น สติและปัญญา ที่ทางวิปัสสนาเรียกว่า “วิปัสสนาญาณ” ก็จะสูงขึ้นไปเป็นลำดับลำดา

พอถึงจุดหนึ่ง #ปัญญานักวิปัสสนาก็จะถึงจุดที่แตกหัก เป็นจุดที่นักวิปัสสนาเห็นความว่างเปล่าจากตัวตนของรูปและนามทั้งปวง อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า

#สัพเพ #ธัมมา #อนัตตา

#ธรรมทั้งปวงเป็นของว่างเปล่าจากตัวตน

(โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป)

พระอาจารย์มหาสุภา ชิโนรโส ป.ธ.๙ (นาคหลวง)
วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม

ปิดบุญ❌สร้างกำแพงรั้วเข้า-ออก วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม จำนวน 3 ทางหลัก✅ขออนุโมทนา กับ พันโท ดร.ไพโรจน์ พนารินทร์  ปิดยอดบุญ ...
28/05/2026

ปิดบุญ❌สร้างกำแพงรั้วเข้า-ออก วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม จำนวน 3 ทางหลัก

✅ขออนุโมทนา กับ พันโท ดร.ไพโรจน์ พนารินทร์ ปิดยอดบุญ 73,760.- บาท

เจ้าภาพ 15,000.-
พระกุลเชษฐ์ 300.-
คุณรุจิรา 999.-
คุณพงษ์พัฒน์ 10.-
ผู้มีวาสนาน้อย 100.-
คุณสุวิชา 1,000.-
คุณฐิติมา 100.-
คุณสรวิชญ์ 100.-
คุณชนากานต์ 100.-
คุณวัชรีวรรณ 500.-
คุณโฆษิต 1000.-
คุณฐิติภัทร 100.-
คุณพราวรวี 1,000.-
คุณพรสุดา 100.-
คุณสุมามามาลย์ 200.
คุณกฤษณ์ 300.-
คุณขวัญไพ 200.
คุณนิยม 300.-
คุณฤชาภร 5.-
คุณอาวุธ 1000.-
คุณพยุงศรี 300.-
คุณวิชาญ 300.-

เพื่อให้วัดเป็นสถานที่เงียบสงบวิเวก และเอื้อต่อการบำเพ็ญทาน-ศีล-ภาวนาได้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น จะได้เป็นมหากุศลแก่ผู้ปฏิบัติธรรมทุกคนที่เข้ามาปฏิบัติธรรมในวัดอย่างแท้จริง

ทางวัด จึงมีความดำริจัดทำกำแพงรั้วและประตูสำหรับเปิด-ปิด ทางเข้า-ออก เพื่อให้เป็นระบบระเบียบ

จึงขอเรียนเชิญทุกท่านผู้มีจิตศรัทธา ร่วมทำบุญร่วมสร้างในครั้งนี้

 #วิปัสสนาประตูสู่อมตะสุข (ฉบับขยายความ) #สภาวะสุนัขจนตรอกทางวิปัสสนา #พลังดีดนักวิปัสสนาออกจากภพเมื่อนักวิปัสสนาเกิดควา...
27/05/2026

#วิปัสสนาประตูสู่อมตะสุข (ฉบับขยายความ)
#สภาวะสุนัขจนตรอกทางวิปัสสนา
#พลังดีดนักวิปัสสนาออกจากภพ

เมื่อนักวิปัสสนาเกิดความรู้สึกดังกล่าว เขาก็ไม่ปรารถนาจะไปไหน ไม่ต้องการจะเป็นอะไร เพราะเห็นแจ้งแดงแจด้วยตนเองแล้วว่า “การเกิดไม่ว่าจะภพใดชาติใดก็เป็นทุกข์ทั้งนั้น”

สภาวะสุนัขจนตรอกที่เกิดแก่นักวิปัสสนาดังกล่าว พระพุทธโฆษะ ผู้เขียนคัมภีร์วิสุทธิ์มรรค อุปมาเหมือนกับคนขี้กลัว ต้องเผชิญหน้ากับพยักร้าย ช้างดุตกมัน หลุมถ่านเพลิงที่แดงฉานไปด้วยเปลวไฟ เขาจะรู้สึกตกใจกลัวเป็นอย่างยิ่ง หวาดสะดุ้งหวาดผวา ต้องการหนีไปให้พ้นจากสภาพเช่นนั้นเสียอย่างรวดเร็ว

#นักวิปัสสนาก็เช่นกัน
#พอเห็นการเกิดในภพภูมิทั้งปวงว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัว เป็นภัย และไม่น่าเอา สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็จะเกิดขึ้นในใจนักวิปัสสนา

#ความปรารถนา ความฝัน และความต้องการต่างๆ ที่จะได้ จะเป็นชีวิตรูปแบบต่างๆในโลกและจักรวาล ก็จะหดหายไปจากจิตใจนักวิปัสสนา แรงบันดาลใจที่แรงกล้า มุ่งมั่น แน่วแน่ ไม่ต้องการหวนกลับเข้าไปสู่วงจรการเกิดอีก ก็จะปะทุขึ้นในจิตใจของนักวิปัสสนา

#ทางไหนหนอไม่ต้องมาเกิดอีก ทางไหนหนอไม่ต้องมีชีวิตให้เป็นทุกข์อีก
#ทางไหนหนอจะพ้นไปเสียจากกรรมและผลของกรรมได้
#ทางไหนหนอจะพ้นไปเสียจากกาลเวลาที่เป็น อดีต ปัจจุบัน อนาคต ไม่ต้องมาวนเกิดแก่เจ็บตายอีก

#จิตใจนักวิปัสสนาจะโลดแล่นและมุ่งแน่วแน่ไปหาทางที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ และไม่ตายอีกต่อไป

# # #ทางนั้นเป็นทางไหนกันเล่า

(โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป)

พระอาจารย์มหาสุภา ชิโนรโส ป.ธ.๙
วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

 #วิปัสสนาประตูสู่อมตะสุข (ฉบับขยายความ) #พิจารณาอย่างไรถึงจะพบสภาวะสุนัขจนตรอกทางวิปัสสนา (๒)๓. #พิจารณาให้เห็นทุกข์ในภ...
27/05/2026

#วิปัสสนาประตูสู่อมตะสุข (ฉบับขยายความ)
#พิจารณาอย่างไรถึงจะพบสภาวะสุนัขจนตรอกทางวิปัสสนา (๒)

๓. #พิจารณาให้เห็นทุกข์ในภพภูมิที่เกิด

ภพภูมิ คือ สถานที่สัตว์ต่างๆเกิด อาศัย และดำเนินชีวิต ไปจนกระทั่งหมดอายุไข

การพิจารณาภพภูมิสำหรับนักวิปัสสนานั้น เริ่มจากภพภูมิที่อยู่ใกล้ตัวหรือตนเองอยู่อาศัย ก็จะพบว่า “ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน มีการเปลี่ยนแปลงแปรผวนอยู่เสมอ”

เช่น สถานที่อยู่อาศัย บ้านเรือน เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนแปลงไป ก็ต้องโยกย้ายไปที่อื่นๆ ตามวารกรรมที่ตัวเองทำเอาไว้

เงื่อนไขต่างๆที่เกี่ยวพันกับชีวิต เช่น เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความเกี่ยวพันกับบุคคลต่างๆ ก็ล้วนแต่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามกาลตามเวลา ไม่มีอะไรแน่นอน และไม่มีใครสามารถพยากรณ์หรือรู้ล่วงหน้าอะไรได้

#สิ่งใดก็ตามที่มีการเปลี่ยนแปลงและไม่แน่นอน
#สิ่งนั้นเป็นทุกข์
#สิ่งใดก็ตามที่เป็นทุกข์
#สิ่งนั้นก็ว่างเปล่าจากแก่นแท้ตัวตนที่แท้จริง

ภพภูมิในมิติอื่นๆก็เหมือนกัน หาคงทนเที่ยงแท้ตลอดไปไม่ เมื่อหมดบุญของสัตว์นั้นๆ ภพภูมิก็เปลี่ยนแปลงและผุพังเสื่อมสลายไป เช่น เมื่อเทวดาหรือพรหมตนนั้นๆ หมดบุญ วิมานที่อยู่ก็เปลี่ยนแปลงและเสื่อมสลายไป

นักวิปัสสนาที่พิจารณาเห็นความไม่แน่นอน ไม่คงทนถาวรของภพภูมิต่างๆ จึงเห็นว่า

#ภพภูมิต่างๆหาเป็นสุขอมตะตลอดไปไม่
#แต่เป็นเหมือนบ้านเช่าวิมานกลางอากาศและมายาภาพ

เมื่อเป็นอย่างนี้ #ภพภูมิต่างๆในจักรภพ ก็ปรากฏแก่นักวิปัสสนาว่า #น่าหลงใหลพอใจไม่ แต่แท้ที่จริงแล้ว ภพใดภูมิใดก็ตาม ล้วนแต่น่ากลัว เป็นอันตราย ไม่น่าเอา น่าเบื่อหน่ายคลายความยินดีพอใจทั้งนั้น”

๔. #พิจารณาให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของ
#กรรมและผลกรรม

“กรรม” แปลสั้นๆว่า “การกระทำ” แต่ไม่ใช่การกระทำที่มนุษย์แสดงออกทางคำพูดและพฤติกรรมทางกายภาพอย่างเดียว แต่ยังหมายถึง ความคิดปรุงแต่งที่เกิดขึ้นในจิตใจของมนุษย์และสัตว์ทุกเสี้ยววินาทีอีกด้วย

#ลักษณะของกรรมที่มนุษย์และสัตว์ทำ หากว่าอย่างหยาบๆแล้ว #มี๓อย่าง คือ

การกระทำฝ่ายดี เรียกว่า #ฝ่ายบุญหรือฝ่ายกุศล”
การกระทำฝ่ายไม่ดี เรียกว่า #ฝ่ายบาปหรือฝ่ายอกุศล” และการกระทำที่เหนือดีและเหนือบาป แต่ก็ยังไม่ทำให้พ้นทุกข์ไปได้อย่างถาวร เป็นการกระทำของผู้ที่ได้สมาธิหรือฌานขั้นต่างๆ เรียกว่า #อเนญชา”

ไม่มีใครรู้ว่า มนุษย์แต่ละคน สัตว์แต่ละตัว ทำกรรมแบบไหนอย่างไร ในแต่ละวัน แต่ละชั่วโมง แต่ละนาที แต่นักวิปัสสนาผู้พิจารณาเห็นก็รู้ว่า

#กรรมต่างๆที่มนุษย์ทำทั้งคำพูด การกระทำ และความคิดนั้น ก็ #ไม่คงที่คงทนเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ถูกเหตุปัจจัยและเงื่อนไขต่างๆบีบคั้นบีบบังคับให้เปลี่ยนไป ว่างเปล่าจากแก่นแท้ตัวตนที่แท้จริง”

ส่วนผลกรรมนั้นเหล่าก็เหมือนกัน กรรมชั่วที่สัตว์โลกทำไว้ สุดท้ายมีผลเป็นทุกข์ ไม่เป็นที่ต้องการของสัตว์โลกทุกตนแน่นอน

ส่วนกรรมดีและกรรมของผู้ที่ได้ฌานนั้น ถึงจะให้ผลเป็นสุขที่ยาวนาน แต่ก็ไม่เที่ยงแท้แน่นอนตลอดไป มีวันหมดได้ เหมือนแบตตารี่ที่ถูกชาร์ดจนเต็ม พอใช้ไปใช้มามันก็หมด

#คนที่มีอำนาจวาสนาเงินตรา เศรษฐี มหาเศรษฐี ราชา มหากษัตริย์ จักรพรรดิ ก็เช่นกัน เป็นผลบุญที่ตนทำไว้ แต่ #ผลบุญนั้นหมดไปได้ตามกาลเวลา เมื่อบุญหมด อำนาจวาสนา เงินตรา ไม่ว่าจะมีมากมายขนาดไหน ก็พังพินาศและเสื่อมสูญไปได้

#ผลบุญจึงเป็นสิ่งไม่แน่นอนเหมือนกัน ไม่คงทนถาวรตลอดไป แตกสลายและเสื่อมสูญไปตามกาลตามเวลา

นักวิปัสสนาผู้เห็นความไม่เที่ยงแท้คงทนของบุญจึงรู้ว่า

#บุญก็เป็นสิ่งที่น่ากลัว เป็นอันตราย ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าพอใจ น่าเบื่อหน่ายคลายความยินดีพอใจ ส่วนบาปนั้นไม่ต้องพูดถึง เป็นสิ่งน่ากลัวไม่น่าเอาและน่าปรารถนาอยู่แล้ว”

๕. #พิจารณาให้เห็นความเป็นจริงอย่างนี้...
#ไม่ว่าอดีตปัจจุบันอนาคต... #ก็เป็นเหมือนกัน

#เกิดชาติไหนก็เป็นทุกข์
#อดีตปัจจุบันอนาคตก็เป็นอย่างนี้ไม่เป็นอื่น

การเกิดในตัวมันเองเป็นทุกข์สารพัดอย่าง
ชีวิตที่เป็นไปก็เต็มไปด้วยทุกข์มากมายนานัปการ
ผลกรรมชั่วเป็นทุกข์อยู่แล้ว ส่วนผลกรรมดีหรือผลบุญ ไม่มีความแน่นอนเป็นอมตะตลอดไป

#ไม่มีภพภูมิไหนเที่ยงแท้จีรังตลอดไป

ภพภูมิต่างๆที่สัตว์อยู่อาศัย เปลี่ยนแปลงและเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ไม่แน่นอนเที่ยงแท้ตลอดไป เหมือนกับบ้านเช่าที่คนอาศัยอยู่ชั่วคราว

นักวิปัสสนาผู้เห็นความจริงดังกล่าวมา ก็จะเกิดความกลัว ความเป็นภัย และความน่าเบื่อหน่าย ต่อการเกิด การมีชีวิต ภพภูมิ และกรรมทั้งปวงในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ความรู้สึกทั้งหมดดังกล่าวมาของนักวิปัสสนา เราเรียกว่า

#สภาวะสุนัขตรอกทางวิปัสสนา”

(โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป)

พระอาจารย์มหาสุภา ชิโนรโส ป.ธ.๙
วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

27/05/2026

#เมตตาวันละนิดจิตแจ่มใส
ขออนุโมทนาบุญกับคณะสามเณรวัดถ้ำพระฯกับบทสวดกะระณีฯ
สาธุสาธุสาธุ

 #วิปัสสนาประตูสู่อมตะสุข (ฉบับขยายความ) #พิจารณาอย่างไรถึงจะพบสภาวะสุนัขจนตรอกทางวิปัสสนา (๑)สภาวะสุนัขจนตรอกทางวิปัสสน...
26/05/2026

#วิปัสสนาประตูสู่อมตะสุข (ฉบับขยายความ)
#พิจารณาอย่างไรถึงจะพบสภาวะสุนัขจนตรอกทางวิปัสสนา (๑)

สภาวะสุนัขจนตรอกทางวิปัสสนาถือว่าสำคัญนัก เพราะทำให้นักปัสสนาเกิดความเบื่อหน่ายในการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏภพ และเกิดแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าแสวงหาทางออกจากวัฎภพ

#สภาวะจนตรอกทางวิปัสสนา คือ

#การพิจารณาเห็นรูปและนามหรือชีวิตทั้งปวงว่า
#เป็นสิ่งแตกดับแตกสลายอยู่เสมอ
#เป็นทุกข์
#ว่างเปล่าจนแก่นแท้ตัวตน

จนกระทั่ง #นักวิปัสสนาเกิดสภาวะที่เรียกว่า
#เห็นชีวิต #เป็นสิ่งที่น่ากลัว เป็นภัยอันตราย ไม่น่าพึงปรารถนา ไม่น่าเอา หรือ #น่าเบื่อหน่าย

พระพุทธโฆษะ ผู้เขียนคัมภีร์วิสุทธิ์มรรค พูดถึงทางพิจารณาชีวิตให้เห็นเป็นสภาพจนตรอกไว้หลายอย่าง ผู้เขียนขอนำมาแสดงพอเป็นแนวดังนี้

๑. #พิจารณาให้เห็นว่าการเกิดเป็นทุกข์ทั้งแท่ง

ปุถุชนคนมีกิเลสหนาทั่วไปมักคิดว่า การเกิด ทำให้เกิดความสุขและความหวังมากมาย วันเกิดมาถึง บางคนจึงฉลองกันใหญ่โต

แต่ #การเกิดขึ้นของชีวิตสำหรับนักวิปัสสนานั้น ไม่ถือว่าให้ความสุขและความหวังแต่อย่างใด แต่ตรงกันข้าม การเกิดถือ #เป็นแหล่งให้เกิดทุกข์ต่างๆมากมายนานัปการ ดังนี้

๑) #การเกิดในตัวมันเองเป็นทุกข์

ตั้งแต่มนุษย์เกิดอยู่ในท้องมารดา ก็ต้องพบกับความทุกข์ต่างๆมากมาย พระพุทธโฆษะ ผู้เขียนคัมภีร์วิสุทธิมรรคพูดพอสรุปได้ว่า “ทั้งมารดาและเด็กต้องประสบความเครียด ความวิตกกังวล ความเป็นกับความตาย และทุกข์ต่างๆสารพัดอย่าง” ดังนี้

ท้องมารดานั้น ไม่ใช่สถานที่กว้างขวาง โปร่งโล่ง กลิ่นหอมหวนเหมือนสวนดอกบุผชาติแต่อย่างใด แต่เป็นสถานที่คับแคบ อับชื่น มืดทึบ ข้างบนมีอาหารใหม่ ข้างล่างมีอาหารเก่า รายล้อมไปด้วยเนื้อหนังเอ็นกระดูก กลิ่นนั้นก็เหม็นคาวเหมือนกับบ่อน้ำเน่า

ชีวิตเด็กในท้องมารดานั้นเล่า ก็หาน่าสนุกสนาน น่ายินดีเพลิดเพลินไม่ แต่เป็นเหมือนนักโทษที่ถูกผูกอยู่บนหลักประหาร ถูกตรึงตราด้วยโซ่ตรวนอย่างหนาแน่นทั้งแขนและขา ไม่สามารถที่จะเหยียดแข้งเหยียดขา หรือเหลียวหน้าแลหลังอะไรได้ทั้งนั้น

จะว่าไปแล้ว ชีวิตเด็กในท้องมารดา ได้รับทุกข์ทรมานที่แสนสาหัสมากกว่านักโทษที่อยู่บนหลักประหารเสียอีก เพราะนักโทษประหาร อยู่บนหลักประหารไม่นานก็ถูกสำเร็จโทษ แต่เด็กในท้องมารดานั้น ต้องอยู่เหมือนนักโทษที่ถูกตราตรวนไว้ทุกอย่างเป็นเวลาหลายเดือน

อีกทั้ง พฤติกรรมต่างๆ ที่มารดาทำขณะตั้งครรภ์ ล้วนมีผลกระทบต่อเด็กทั้งนั้น หากมารดากินของเผ็ดจัด เด็กก็รู้สึกเจ็บร้อนเจ็บแสบไปทั้งตัว หากมารดากินของเย็นจัด เด็กก็รู้สึกหนาวสะท้านปวดร้าวไปทั้งตัว เหมือนตกอยู่ในหิมะน้ำแข็ง หากมารดากินของแสลงต่อโรค ได้รับทุกข์ทรมานแรงกล้าขนานไหน เด็กในท้องก็ได้รับทุกข์ทรมานแรงกล้าขนาดนั้น

ชีวิตในครรภ์มารดา จึงไม่เพลิดเพลินสนุกสนาน หรือน่ายินดีพอใจแต่อย่างใด แต่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานต่างๆที่เข้มข้นและเผ็ดร้อน

เวลาคลอด ยิ่งเป็นเวลาที่อันตรายมากที่สุด เป็นห่วงเวลาแห่งความเป็นและความตายทั้งแก่แม่และเด็กเลยที่เดียว

พระพุทธโฆษะ ผู้เขียนคัมภีร์วิสุทธิมรรค อุปมาช่วงเวลาที่
#เด็กคลอดจากท้องมารดาว่า
#เหมือนพญาช้างใหญ่ถูกบีบถูกไสให้พ้นออกไปจากชอกเขาที่คับแคบ

พญาช้างต้องกระเสือกกระสนแล้วกระเสือกกระสนอีก ดิ้นแล้วดิ้นอีก เจ็บแล้วเจ็บอีก จนกว่าตนเองจะพ้นจากซอกเขาที่คับแคบนั้นไปได้

สมัยการแพทย์ยังไม่เจริญเหมือนทุกวันนี้ การคลอดบุตร เป็นช่วงเวลาที่เสี่ยงมากที่สุด และเครียดมากที่สุดสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งมารดาและเด็ก หากไม่สำเร็จ มารดาและทารกก็ต้องตาย ได้รับความทุกข์ทรมานที่ใหญ่หลวง

แม้ปัจจุบันการแพทย์จะทันสมัยขึ้น หญิงตั้งครรภ์มีทางเลือกในการคลอด เช่น ธรรมชาติหรือผ่าตัด แต่กระนั้น ความเสี่ยงและความเครียดต่างๆ ก็ใช่ว่าจะหมดไป ต้องเสียเลือด ได้รับความเจ็บปวด เสียเงินทอง และค่าบริหารจัดการอีกหลายอย่าง

#ความทุกข์ต่างๆเหล่านี้ นักวิปัสสนาพิจารณาด้วยสติปัญญาที่เข้มข้นแล้ว ก็จะพบว่า “หาได้เกิดโดยบังเอิญ เกิดจากผีสางเทวดาดลบันดาล หรือเหตุอื่นใดไม่ แต่ #เกิดมาจากการเกิดทั้งนั้น”

หากการคลอดเป็นไปอย่างดี ปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก การบริหารจัดการหลังคลอดก็ใช่จะเป็นเรื่องง่าย เป็นงานหนัก นำความทุกข์มากมายมาสู่มารดาและคนที่เกี่ยวข้อง หญิงบางคนต้องหยุดงานเพื่อเลี้ยงดูบุตร หากมีคนช่วยดูแล เช่น ญาติพี่น้อง ก็เป็นบุญพอบรรเทาทุกข์ได้ แต่หากไม่มีคนช่วยดูแล ก็ต้องพบกับความทุกข์ต่างๆสารพัดอย่าง

เด็กที่เพิ่งเกิดใหม่นั้นเล่า พระพุทธโฆษะ ผู้เขียนคัมภีร์วิสุทธิมรรคว่า “ร่างกายยังละเอียดอ่อนเปราะบางเหมือนกับแผลใหม่ อะไรถูกเนื้อต้องตัวเข้าเท่านั้น ก็มีความรู้สึกเจ็บแสบเจ็บร้อนเหมือนถูกเข็มทิ่มแทงหรือถูกกรีดด้วยใบมีดโกนที่คมกริบ”

สำหรับสัตว์เดรัจฉาน การเกิดในครรภ์ยิ่งเป็นทุกข์มากมายหลายเท่ากว่ามนุษย์ สัตว์ที่เกิดในอบายภูมิ เช่น นรก เปรต อสุรกาย แม้จะไม่ได้รับทุกข์ในครรภ์ แต่ก็ต้องเสวยทุกข์ทรมานต่างๆนานา ด้วยอำนาจบาปกรรมที่ตัวเองทำไว้

#เทวดาและพรหม แม้ว่าจะได้เสวยสุขทันทีในภพภูมิที่ตนไปเกิด แต่ผลบุญก็ที่ทำไว้ก็หมดได้ พอถึงวันนั้นเทวดาหรือพรหม #ก็ต้องเปลี่ยนภพใหม่หรือตาย ซึ่งไม่มีอะไรแน่นอนและต้องไปเริ่มต้นสร้างบุญบารมีใหม่

การเกิดในตัวมันเองเป็นทุกข์อย่างนี้ นักวิปัสสนาจึงตระหนักชัดด้วยตัวเองว่า

#การเกิดเป็นชีวิตใดๆก็ตาม
#เป็นสิ่งที่น่ากลัว
#เป็นภัย
#ไม่น่าปรารถนาไม่น่าพอใจและน่าเบื่อหน่ายนัก

(โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป)

พระอาจารย์มหาสุภา ชิโนรโส ป.ธ.๙ (นาคหลวง)
วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

ที่อยู่

Amphoe Kuchinarai
46110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์:

แชร์

ประเภท