20/08/2026
"จิต ของเรานั้น...
ถ้าเราทำความสงบเงียบอยู่จริงๆ เว้นขาด
จากการคิดนึก ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวของจิต
แม้แต่น้อยที่สุดเสียให้ได้จริงๆ ตัวแท้ของมัน ก็จะปรากฏออกมาเป็นความว่าง...แล้วเราจะได้พบว่า...
มันเป็นสิ่งที่ปราศจากรูป
มันไม่ได้กินเนื้อที่อะไรๆ ที่ไหนแม้แต่จุดเดียว มันไม่ได้ตกลงสู่...การบัญญัติว่าเป็นพวกที่มีความเป็นอยู่ หรือไม่มีความเป็นอยู่แม้แต่ประ
การใดเลย
เพราะเหตุที่ สิ่งเหล่านี้..เป็นสิ่งที่เรารู้สึกไม่ได้ โดยทางอายตนะ เพราะจิต ซึ่งเป็นธรรมชาติที่แท้ของคนเรานั้น...มันเป็นครรภ์ หรือกำเนิด ไม่มี ใครทำให้เกิดขึ้น และไม่อาจถูกทำลายได้เลย
ในการทำปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ นั้น...มันเปลี่ยนรูปของมันเองออกมา
เป็นปรากฏการณ์ต่างๆ เพื่อสะดวกในการพูด
เราพูดถึงจิตในฐานะที่เป็นตัวสติปัญญา
แต่ในขณะที่มันไม่ได้ทำการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม คือไม่ได้เป็นตัวสติปัญญา ที่นึกคิด หรือสร้างสิ่งต่างๆ ขึ้นมานั้น...มันเป็นสิ่งที่ไม่อาจถูกกล่าวถึง ในการที่จะบัญญัติว่ามันเป็นความมีอยู่ หรือไม่ใช่...ความมีอยู่
ยิ่งไปกว่านั้นอีก...
แม้ในขณะที่มันทำหน้าที่สร้างสิ่งต่างๆ ขึ้นมา
ในฐานะที่ตอบสนองต่อกฎแห่งความเป็นเหตุ
และผลของกันและกัน นั้น...มันก็ยังเป็นสิ่งที่เรารู้สึกไม่ได้โดยทางอายตนะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และมโนทวาร อยู่นั่นเอง!
ถ้าเราทราบความเป็นจริงข้อนี้
เราทำความสงบเงียบสนิท อยู่...
ในภาวะแห่งความไม่มี...อะไร ในขณะนั้น...
พวกเรากำลังเดินอยู่แล้วในทาง
แห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย โดยแท้จริง
ดังนั้น...
เราควรเจริญจิต ให้หยุด อยู่...
บนความ ไม่มี...อะไรเลยทั้งสิ้น."
คติธรรม
พระราชวุฒาจารย์
(หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
วัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์