27/06/2020
คุณงามความดี ✨
ศีลธรรมของพระพุทธเจ้า คือเอาใจเขามาใส่ใจเรา เอาใจเราไปใส่ใจเขา ศีลธรรมไม่ใช่อื่นไกล เหมือนกับกฎหมาย กฎหมายคุ้มครองลักษณะนี้ แต่กฎหมายจะหยาบกว่า ศีลธรรมจะละเอียดกว่า ออกมาจากจิตใจ กฎหมายคุ้มครองคน ถ้าหากว่าเขาไม่เห็น ไม่มีสักขีพยานไม่มีพยานในการกระทำของเขา กฎหมายก็เอาผิดเขาไม่ได้ ยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่าเขาไม่ได้ทำ แต่ที่ทั้งที่เขาทำ ก็เอาผิดเขาไม่ได้ เพราะเหตุใด เพราะว่าไม่มีสักขีพยานไม่มีหลักฐาน เอาผิดเขาไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานคนไม่เห็น พิสูจน์ยังไง ดีเอ็นเอยังไงก็ไม่ได้ ลายมือยังไงก็ไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐาน ก็เอาผิดเขาไม่ได้
แต่หลักธรรมคำสอน บาปกรรม ละเอียดกว่านั้น ท่านเปรียบเทียบว่าถ้าเราไปทำความผิด ถึงเขาจะไม่รู้สักคน แต่เราไปทำ มันผิดไหม หลักของพระพุทธศาสนาว่าผิด เพราะตัวเองไปทำความผิด เหมือนกับเราไปจับไฟในห้องอย่างนั้น ใครรู้ไหม ใครเห็นไหม ไม่มีใครเห็น แต่จับมันร้อนไหม ร้อน เพราะเหตุใด เพราะมันเป็นไฟ
อันนี้ก็เหมือนกัน ความชั่วถึงจะทำในที่ลับก็ตาม ที่แจ้งก็ตาม ที่สาธารณะก็ตาม อันนั้นคือความชั่ว ไม่ควรจะทำนะ พระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างนั้น ถ้าหากว่าทำความดีก็เหมือนกับน้ำแข็งอยู่ที่ไหนจับก็เย็นทั้งนั้น เพราะเหตุใด เพราะมันเป็นน้ำแข็ง นี่ก็คือคุณงามความดี ถึงจะทำปิดทองหลังพระก็เถอะ อันนั้นก็คือคุณงามความดี
เพราะฉะนั้นหลวงพ่อไป ณ สถานที่ใด หลวงพ่อก็แนะนำสั่งสอนบอกกล่าว สิ่งนั้นชั่วสิ่งนี้ดี สิ่งนั้นควรทำสิ่งนี้ไม่ควรทำ ถ้าหากว่าทำไปแล้วมันเดือดร้อนตนและผู้อื่น อย่าทำนะลูกหลานศรัทธาญาติโยม ถ้าหากว่าทำไปแล้วมีความร่มเย็นเป็นสุข สิ่งนั้นเกิดประโยชน์ควรจะทำสิ่งนั้น เพราะเราอยู่ด้วยกันเป็นหมู่เป็นคณะ ไม่ใช่อยู่คนเดียว เราจะไม่ฟังใครเสียเลยไม่ได้ เราก็ต้องฟังหมู่ฟังเพื่อน
การฟังหมู่ฟังเพื่อนนั้นก็อย่าไปเหมือนกับเป็นหมู่แมลงวันเขียวอย่างนั้น เราต้องเป็นหมู่แมลงผึ้งแมลงภู่ ต้องมีเหตุต้องมีผล ไม่ใช่ว่าหมู่มากลากไป ไม่ใช่ หมู่โง่ก็มี หมู่ฉลาดก็มี หมู่ปลวกหมู่มดก็มี หมู่เทวบุตรเทวดาก็มี หมู่เปรตสัตว์นรกก็มี เราจะเป็นหมู่กลุ่มไหน อันนี้เราต้องใช้ปัญญานะไม่ใช่ว่าหมู่มากลากไป เห็นเขาไปก็ไปตามเขา อันนั้นไม่ใช่นะอันนั้นเสนาหมากขี้กานะไม่ได้ๆ
เราต้องใช้ปัญญาทบทวนเอาศีลธรรมมาเป็นเครื่องวัดเป็นเครื่องตวงกลั่นกรองไตร่ตรองเหตุและผล เดือดร้อนตนและผู้อื่นไหม ถ้าหากเราเป็น เดือดร้อนผู้อื่นล่ะก็ อย่าทำ
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “สามัคคีคือพลัง”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๔