火律 斗母宮 南海觀世音菩薩。

火律 斗母宮  南海觀世音菩薩。 ศาลเจ้าเต้าโบ้เก็ง กิวฮ๋องไต่เต่ แ?

เล่าเรื่อง “นิทานธรรม”ตอน.................. #紅孩兒聖嬰  #กุมารแดงอั๋งไฮหยี---เมื่อพระถังซัมจั๋งพร้อมด้วยสานุศิษย์ได้รับประทั...
07/07/2019

เล่าเรื่อง “นิทานธรรม”
ตอน..................
#紅孩兒聖嬰
#กุมารแดงอั๋งไฮหยี

---เมื่อพระถังซัมจั๋งพร้อมด้วยสานุศิษย์ได้รับประทับตราหนังสือผ่านเมืองโอเกยก๊กแล้ว จึงทูลลาพระราชามุ่งหน้าสู่ไซทีต่อไป
---เมื่อเวลามาถึงเดือน ๙ เข้าเดือน ๑๐ จึงลุถึง เขาลักแป๊ะลี้จั๊บเพ้าพ้อซัว ณ ที่แห่งนี้มีปีศาจทารกผมสามแหยม (กามสังกัปปะ/วิหิงสาสังกัปปะ/พยาบาทสังกัปปะ) นาม อั้งไฮ้ยี้ 紅孩兒(มิจฉาสังกัปปะ-ดำริผิด) หรืออีกชื่อหนึ่งว่า เซี่ยเอ็งไต้อ๋อง(聖嬰大王)เป็นลูกของปีศาจงู้ม้ออ๋อง牛魔王 (อุจเฉททิฏฐิ-ความเห็นว่าขาดสูญ) สหายเก่าของเห้งเจีย เกิดจากเมียหลวงนามนางล่อซัว (อัตตกิลมถานุโยค-การบำเพ็ญทุกรกิริยา ความพยายามบรรลุมรรคผลด้วยวิธีทรมานตนเอง)
---ปีศาจทารกอั้งไฮ้ยี้บวชเรียนที่สำนัก ฮ้วยเอี้ยมซัว 火焰山 สำเร็จทางอัคคีญาณมีนิวาสถานอยู่ในถ้ำฮ้วยหุ่นต๋อง 火雲山ที่มีห้วยน้ำไหลเชี่ยวกราก รายล้อมด้วยดงสนแห้ง
---ปีศาจทารกอั้งไฮ้ยี้ (มิจฉาสังกัปปะ-ดำริผิด) แปลงกายเป็นเด็ก​ ๗​ ขวบถูกแขวนห้อยต่องแต่งอยู่บนยอดไม้ ร้องอ้อนวอนให้พระถังซัมจั๋งช่วย เห้งเจียรู้ทัน แต่พระถังซัมจั๋งหลงกล สั่งให้เห้งเจียขึ้นไปช่วยปลดลงมา เมื่อขึ้นไปถึง ปีศาจในร่างแปลงอ้อนวอนขอขี่หลังเห้งเจีย เห้งเจียก็ยอมให้ขี่ สักพักหนึ่งเห็นได้ทีจะจับปีศาจฟาดพื้น แต่ปีศาจมีฤทธิ์กล้ารู้ทัน สู้รบกันชุลมุน ขณะเดียวกันนั้นปีศาจบันดาลให้พายุพัดหอบพระถังซัมจั๋งไปขังไว้ในถ้ำแล้วหลบหนีไป
---เห้งเจียไม่เห็นพระถังซัมจั๋ง แสดงฤทธิ์เรียกเจ้าป่าเจ้าเขามาสอบถาม จึงรู้ความตามไปหาจนพบถ้าฮ้วยหุ่นต๋อง เห็นสะพานหินยื่นออกมาข้ามห้วยน้ำ เห้งเจียเดินข้ามสะพานแล้วร้องท้าให้เปิดประตูถ้ำออกมาสู้กัน ปีศาจอั้งไฮ้ยี้เดือดดาล เข็นเกวียนที่บรรจุด้วยธาตุทั้ง๕ น้ำ ไฟ ลม ดิน ไม้ กระโดดขึ้นยืนบนเกวียน กำมือทุบจมูกตัวเองสองที ทันใดนั้นปากของอั้งไฮ้ยี้พ่นเปลวไฟ จมูกพ่นควัน เกวียนมีไฟลุกแดง มีทั้งควันทั้งไฟมืดมิดไปทั่ว เห้งเจียและโป๊ยก่ายเห็นดังนั้นต้องวิ่งหนี
---ส่วนเห้งเจียตีลังกาหกคะเมนลิ่วไปเชิญพญาเง้าก๊วงเล่งอ๋องทั้ง ๔ สมุทรมาช่วยดับไฟ แต่หาดับได้ไม่
---เห้งเจียมิกลัวไฟจึงย้อนกลับไปสู้กับอั้งไฮ้ยี้ใหม่ จึงโดนควันพิษและเปลวไฟติดตัว วิ่งกระโจนลงดับไฟในห้วยน้ำ กลับยิ่งร้อนขึ้นอีกหลายสิบเท่า จนล้มสลบลง โป๊ยก่าย ซัวเจ๋งเห็นดังนั้นตกใจเข้าพยาบาลเห้งเจียให้ฟื้นขึ้นมา ก็เรียกหาพระอาจารย์ แล้วร้องไห้ เพราะไม่เคยพ่ายแพ้ใคร มาแพ้กับทารกอั้งไฮ้ยี้ (มิจฉาสังกัปปะ-ดำริผิด) เป็นครั้งแรก หนำซ้ำยังไม่มีแรงเหาะไปหาพระโพธิสัตว์กวนอิมอีกด้วย ต้องอาศัยโป๊ยก่ายช่วยเหลือเหาะไปหาพระโพธิสัตว์กวนอิม
---อั้งไฮ้ยี้รู้เข้าเหาะลิ่วไป แปลงกายเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิม ดักหน้าโป๊ยก่ายระหว่างทาง แล้วหลอกพาโป๊ยก่ายเข้าถ้ำจับมัดใส่ถุงผูกไว้บนเพดานถ้ำ ครั้นแล้วอั้งไฮ้ยี้ใช้ให้สมุนเอก ๖ คนคือ หุ้นลี้บู๊(雲裡霧) บู๊ลี้หุ้น(霧裡雲) กิบยู่ฮวย(急如火) ข่วยยู่ฮอง(快如風) เฮ้งอั่งเฮง(興烘掀) เฮงอั่งเฮ้ง(掀烘興) ไปเชิญงู้ม้ออ๋องผู้บิดา มากินเลี้ยงเนื้อพระถังซัมจั๋ง
(๑.หมอกในเมฆ ๒.เมฆในหมอก ๓.ร้อนดั่งไฟ ๔. ไวดั่งลม ๕.โหมรมฟุ้ง ๖. ฟุ้งรมโหม)
---เห้งเจียเมื่อมีกำลังคืนมา แปลงกายเป็นแมลงวันบินเข้าไปสืบข่าว เมื่อรู้ความจึงทำการแปลงกายเป็นงู้ม้ออ๋อง ไปนั่งดักรอสมุนปีศาจทั้งหก สมุนทั้งหกเข้าใจผิดเชิญงู้ม้ออ๋องตัวปลอมเข้าไปในถ้ำของอั้งไฮ้ยี้ แต่อั้งไฮ้ยี้ก็จับพิรุธได้ว่าเห้งเจียแปลงกายมา จึงสู้รบกันโกลาหล เห้งเจียสู้ไปกลัวพิษควันไฟ จึงรีบเหาะหนีไปเฝ้าพระโพธิสัตว์กวนอิม นิมนต์ให้มาช่วย
---พระโพธิสัตว์กวนอิมมาพร้อมกับฮุ้ยอ้านศิษย์เอก สั่งให้ฮุ่ยอ้านเหาะไปยืมอาวุธวิเศษของเจ้าทีกังมา ๓๘ อัน (มงคล ๓๘-ธรรมอันนำมาซึ่งความสุขความเจริญ ๓๘ ประการ) แล้วเอากิ่งหลิวจุ่มน้ำมนตร์วิเศษเขียนอักขระลงกลางฝ่ามือของเห้งเจีย คำว่า บี๊ (彌དྨེ)(นันทิ-เคลิบเคลิ้ม เพลินในเมตตา) เห้งเจียกระโดดออกไปร้องตะโกนท้ารบอยู่พักหนึ่ง อั้งไฮ้ยี้เปิดประตูถ้ำออกมาสู้กัน เห้งเจียยกฝ่ามือขึ้นสู้รบ พระโพธิสัตว์กวนอิม นำอาวุธวิเศษทั้ง ๓๘ อัน ร่ายมนตร์แล้วขว้างออกไป กลายเป็นมีด ๓๘ เล่ม เสียบแทงปีศาจอั้งไฮ้ยี้จนล้มลง
---ครู่เดียวอั้งไฮ้ยี้ลุกขึ้นมาได้อีก พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงหยิบห่วงมงคลของพระพุทธเจ้าขว้างออกไปเป็น ๕ วง เข้ารัดร่างของอั้งไฮ้ยี้ ๕ แห่ง จนปีศาจยอมแพ้ เห้งเจียจะฆ่าทิ้ง พระโพธิสัตว์กวนอิมห้ามไว้ แล้วลงโทษให้อั้งไฮ้ยี้เดินก้าวหนึ่ง ยกมือประณมรำลึกถึงพระโพธิสัตว์กวนอิมทีหนึ่งจนถึงน่ำไฮ้ แล้วให้เป็นสานุศิษย์เฝ้าประตู เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "เสียนใช้ท่งจื้อ"(善財童子)
---เห้งเจียเข้าไปในถ้ำ ไล่ฆ่าบริวารปีศาจตายหมดสิ้น จากนั้นแก้มัดพระถังซัมจั๋ง โป๊ยก่าย กับซัวเจ๋ง เลี้ยงอาหารเจกันในถ้ำปีศาจ
---(ปีศาจอั้งไฮ้ยี้ตนนี้มีฤทธิ์เดชมาก เป็นมิจฉาสังกัปปะกำเนิด มาจากอุจเฉททิฏฐิ--ความเห็นว่าทุกอย่างขาดสูญ และ อัตตกิลมถายุโยค-ความพยายามบรรลุมรรคผลด้วยวิธีทรมานตนเอง อันมีมูลเหตุมาจาก วิภวตัณหา -ความไม่อยากจะมี ไม่อยากจะเป็น
มิจฉาสังกัปปะ ประกอบด้วยดำริที่ผิด ทั้งสามคือ
๑.กามสังกัปปะ ดำริผิดกรุ่นในกาม ประทุษร้ายตัวเองและผู้อื่น
๒.วิหิงสาสังกัปปะ ดำริผิดกรุ่นไปในการเบียดเบียนประทุษร้ายผู้อื่น
๓.พยาบาทสังกัปปะ ดำริผิดกรุ่นไปในทางมุ่งร้าย ประทุษร้ายตัวเอง
มิจฉาสังกัปปะ ทำให้เกิดการยึดมั่นถือมั่น เป็นดำริที่เป้นการประทุษร้ายเพื่อบรรเทาพยาบาท(ดำริผิด) กลับกลายเป็นการเพิ่มความพยาบาท ดุจดั่งเห้งเจียโดดลงน้ำ หมายจะดับ กลับยิ่งร้อน การเปลี่ยนให้มิจฉาสังกัปปะเป็นสัมมาสังกัปปะจำเป็นต้องใช้ปัญญา กับ เมตตา จะใช้ศีลกับเมตตาไม่ได้ ดุจเช่นโป๊ยก่ายจะไปพบพระโพธิสัตว์กวนอิม จึงติดกับดักของปีศาจและสมุนทั้งหก คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เพราะขาดการสำรวมอินทรีย์ มิจฉาทิฏฐิจะเพิ่มขึ้น
---พระโพธิสัตว์กวนอิมต้องอาศัยอาวุธ ๓๘ อย่าง และห่วงมงคล ๕ ห่วง เพราะว่าจะใช้เพียงเมตตา ทาน อย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้มงคล ๓๘ คือธรรมอันนำมาซึ่งความสุขความเจริญ ๓๘ ประการ ได้แก่
๑.การไม่คบคนพาล ๒.การคบบัณฑิต ๓.บูชาคนที่ควรบูชา
๔.อยู่ในถิ่นสิ่งแวดล้อมดี ๕.ทำความดีให้พร้อมเสมอ
๖.ตั้งตนไว้ชอบ ๗.เล่าเรียนศึกษาให้มาก
๘.มีความชำนาญในอาชีพตน ๙.มีระเบียบวินัย อบรมตนดี
๑๐.วาจาสุภาษิต ใช้วาจาทางที่ดี
๑๑.บำรุงบิดามารดา
๑๒.การสงเคราะห์บุตร
๑๓.การสงเคราะห์ภรรยา
๑๔.การงานไม่คั่งค้าง
๑๕.รู้จักให้ เผื่อแผ่
๑๖.ประพฤติธรรม
๑๗.สงเคราะห์ญาติ
๑๘.ทำการงานที่ไม่มีโทษ
๑๙.เว้นจากความชั่ว
๒๐.เว้นจากการดื่มน้ำเมา
๒๑.ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย
๒๒.การเคารพ
๒๓.ความสุภาพอ่อนน้อม
๒๔.ความสันโดษ
๒๕.มีความกตัญญู
๒๖.ฟังธรรมตามกาล
๒๗.มีความอดทน
๒๘.เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย
๒๘.พบเห็นสมณะ
๓๐.สนทนาธรรมตามกาล
๓๑.มีความเพียรในการละกิเลส
๓๒.ประพฤติพรหมจรรย์ ควบคุมตนทางเพศ
๓๓.เข้าใจความจริงของชีวิต
๓๔.ทำพระนิพพานให้แจ้ง
๓๕.ถูกโลกธรรมจิตไม่หวั่นไหว
๓๖.จิตไร้เศร้า
๓๗.จิตปราศจากธุลี
๓๘.จิตเกษม
และห่วงมงคล ๕ ห่วง --ความว่าง ๕ อาการ ทดใช้ดำริผิดไปในทางเมตตา คือ
ว่าง จาก สัตตา -ว่างจากสัตว์ทั้งหลาย
ว่าง จาก ปาณา-ว่างจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ว่าง จาก ภูตา -ว่างจากผุ้ที่เกิดแล้ว
ว่าง จาก ปุคลา-ว่างจากบุคคล
ว่าง จาก อตฺตา-ว่างจากความมีตัวตน
ให้ละซึ่งการเสพย์สัญชาติญาณสัตว์ ดำริก็จะอยู่ในสัมมาทิฏฐิ คือการที่ศิษย์และอาจารย์กินอาหารเจร่วมกัน)..เครดิตไซอิ๋ว ฉบับเดินทางสู่พุทธภาวะ/ชาญ วงศ์สัตยนนท์

松 王 爺 『松王爺』又稱松千歲,據老一輩的傳說大清府‧‧‧『松王爺』是天界的天神,官拜宰相跟天公同為農曆正月初九生日,這在神界是相當特殊的情形,自古鎮守在今茄萣港,也就是大鵬灣。現今嘉蓮里兩家廟宇能在迎王時請大千歲過夜,也是因為『松王爺』...
09/10/2017

松 王 爺

『松王爺』又稱松千歲,據老一輩的傳說大清府‧‧‧『松王爺』是天界的天神,官拜宰相跟天公同為農曆正月初九生日,這在神界是相當特殊的情形,自古鎮守在今茄萣港,也就是大鵬灣。
現今嘉蓮里兩家廟宇能在迎王時請大千歲過夜,也是因為『松王爺』的關係,因為大千歲是天庭的欽差大人,所以才有過府拜相之說,雖為傳說確也是兩家廟宇信徒為之津津樂道。
至於另一傳說,是大清府還是大松府之謎?據一位已逝的耆老敘述,在清朝如果用大清府是犯了清朝大忌,而日據時代同樣為日本人之忌,所以大松府才較為合理,但畢竟只是猜測!現今大都認同大清府就對了。
大清府‧‧‧『松王爺』頭戴宰相帽,臉部右紅左綠,臉上有七星硃砂痣分別為兩眼眉毛上及額頭中間各一顆,鼻頭上及兩頰各一顆,下巴一顆,手持奏板象徵其天界地位,臉上兩色為俗稱的陰陽臉卻是掌管神界及人間,身著文袍內為戰甲〈俗稱文武甲〉,象徵文武雙全,腳踏風火輪各一個,造形極為罕見及特殊。

อำนาจความร้อนของไฟมิอาจทำร้าย หากผู้ปฏิบัติมีศรัทธาและใจบริสุทธิ์
11/02/2017

อำนาจความร้อนของไฟมิอาจทำร้าย หากผู้ปฏิบัติมีศรัทธาและใจบริสุทธิ์

14/11/2016

มีผู้ติดตามในเพจถามว่า เหล่าซือไหว้เจ้าไหม
ผมตอบไปว่า ผมไหว้เชงจุ้ยโจวซือ กับมาจู่
เลยอยากจะเล่าประวัติของท่านโดยสังเขปนะครับ
ไหว้เจ้า แต่จริงๆ ท่านเป็นพระในพระพุทธศาสนานะครับ
#清水祖師

ชิงสุ่ยจู่ซือ ฉายา "ผู่จู๋" 普足
ชื่อของท่านก่อนบวช สกุลเฉิน (แซ่ตั้ง) ชื่อ เจาอิ้ง

ท่านมีชีวิตอยู่จริง ในราวปี พุทธศักราช 504 – 558 ท่านเกิดในจังหวัดฝูเจี้ยน อำเภอหย่งชุน ในระหว่างรัชสมัยซ่งเหนือ เป็นพระสายวิปัสสนา ท่านปฏิบัติอยู่ที่ชิงสุ่ยเอี๋ยน หรือผาน้ำใส ท่านได้รับการขนานนามว่า บูรพาจารย์น้ำใส หรือ โจวซือกง หลับจากท่านได้ละสังขาร ได้รับความนับถือทั้งจากทางพุทธศาสนาและศาสนาเต๋า ศาสนาเต๋าเรียกท่านว่า "ชิงสุ่ยเจินเหริน"
เป็นดั่งผู้คุ้มครองรักษาเขตอันซี ชาวเมืองอันซีดำเนินชีวิตด้วยการปลูกชา ในช่วงที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้น เขตอันซีฝนแล้งประสบภัยธรรมชาติ ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ด้วยบารมีของชิงสุ่ยจู่ซือ ท่านได้ทำพิธีขอฝน ทำให้ชื่อเสียงเมตตาบารมีของท่านได้รับความยอมรับนับถือตั้งแต่นั้นมา
ไว้มาเล่าอย่างละเอียด ถ้ามีโอกาสนะครับ

#จิรภัทร_ณ_ระนอง Jirapat Na Ranong
#ผู่เหมินเตี้ยนกวนอินเต้าฉ่าง #กวนอินฝ่าเหมิน
#เมี่ยวเหลียน #มหายาน #โพธิสัตว์ #อวโลกิเตศวร
#普門殿觀音道場

กิวฮ๋องคุ้มครองทุกท่านนะครับ
30/09/2016

กิวฮ๋องคุ้มครองทุกท่านนะครับ

สามวันสุดท้ายแล้ว สำหรับการลงชื่อเป็นเจ้าภาพร่วมงานขมากรรมใครที่รู้สึกว่า เจ็บป่วยบ่อย ครอบครัวไม่เป็นสุข การงานไม่ราบรื...
18/11/2015

สามวันสุดท้ายแล้ว สำหรับการลงชื่อเป็นเจ้าภาพร่วมงานขมากรรม
ใครที่รู้สึกว่า เจ็บป่วยบ่อย ครอบครัวไม่เป็นสุข การงานไม่ราบรื่น
ความสัมพันธ์กับคนรอบตัวมีปัญหา ถ้าคุณเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม
เจ้ากรรมนายเวร พิธีนี้เป็นอีกทางออกหนึ่งสำหรับการขอขมาต่อนายเวรที่ติดตาม
ซึ่งพิธีดังกล่าวนี้ มีประวัติอันยาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังของประเทศจีน
1400 ปี ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบัน
เป็นเจ้าภาพร่วม ท่านละ 200 บาท หรือเป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์ครอบครัวละ 10000 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสำหรับบำรุงพุทธสถานเป่าชิ่งทั้งหมด
เพื่อที่จะได้เป็นสถานที่สำหรับการปฏิบัติ และการเผยแผ่พระพุทธศาสนามหายาน
แก่เยาวชนต่อไป
สนใจติดต่อได้ที่ Pat Sittipat Teerapol Kleeb-in Bank Banz Tanachost Aramrungrad Thatton Hosakul Cher Toon Pitton Rerkrachaneekorn อาร์ต วอนมึน Valailuck Ratanasetyuth Sujitra Masis หรือที่ตัวผมได้เลยครับ

ลงชื่อกันได้แล้วนะครับ ร่วมบุญ ร่วมเป็นเจ้าภาพกันครับ

นพรัตนมหาปณิธานพุทธสถาน
วิหารพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ บางพลัด
เป็นเจ้าภาพพิธีการุณยธาราขมากรรมสูตร (ฉือเปยซานเม่ยสุ่ยชั่น) 慈悲三昧水懺
พิธีจัดขึ้นที่พุทธสถานเป่าชิ่ง สุขุมวิท 71
วันเสาร์ที่ 21 และวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2558
มีกำหนดการดังนี้

21 พฤศจิกายน 2558

9.00 น. 開壇灑淨 เปิดมณฑล ชำระมณฑล และสังวัธยายการุณยธาราขมากรรมสูตรผูกแรก

11.00 น. 佛前大供 ถวายพุทธบูชา

12.00 น. ร่วมรับประทานอาหารเจ

13.00 น. 水懺卷中 สังวัธยายการุณยธาราขมากรรมสูตรผูกสอง

15.00 น. 水懺卷下 สังวัธยายการุณยธาราขมากรรมสูตรผูกสาม

22 พฤศจิกายน 2558

9.00 น.

05/11/2015
17/07/2015
(九月初九--重陽節、斗姆星君誕辰) 農曆九月九日,俗稱「重九」,因為兩九相重,所以重九又叫「重陽」。「長久」的意思,為何要選在九月九日登高呢?其一是和天氣有關,認為「重九」是「一陽登勤」的日子,當日地氣上升,天氣下降,古人為免接解「不正之...
25/05/2015

(九月初九--重陽節、斗姆星君誕辰)

 
農曆九月九日,俗稱「重九」,因為兩九相重,所以重九又叫「重陽」。「長久」的意思,為何要選在九月九日登高呢?其一是和天氣有關,認為「重九」是「一陽登勤」的日子,當日地氣上升,天氣下降,古人為免接解「不正之氣」,所以才登高以避邪氣。傳統的觀念裡「九」是「數之極」,由一數到九,又得回到一,是個由盛轉衰,物極必反的不吉利數字,九九更是大大不吉,所以中國人相信「重陽節」這天會有災厄降臨。

至於登高的另一說法是,相傳東漢時代汝南縣有個名叫桓景的人,他的師傅告訴他,九月九日你家會有災難,要他趕快回家,並叫家人做絳囊盛茱萸繫在背上,然後登高山、飲菊酒,此禍可消。桓景尊照他的指示,舉家登高,傍晚時分,回到家裡一看,雞、犬、牛、羊全部死亡,原來家中家畜代替桓景一家人遭災。

但是後人奉行故事漸失原意,遂變成「敬老節」各地舉行敬老大會。當日祭祀須準備的供品如下:

一、重陽糕
重陽節的另一項習俗是食糕,又稱「重陽糕」,或「花糕」,因為「糕」與「高」同音,而有步步高昇,前途光明的意思,過去重陽糕不僅自家食用,還會饋贈親友,稱「送糕」;又請出嫁的女兒回家吃糕,稱「迎寧」。

二、山茱萸
當天有山茱萸(一種中藥)男吃十八顆、(雙九)女吃九顆(單九)拌酒喝,酒者久也。也可吃柿子,取意事事如意。
農曆的九月九日,斗姆星君簡稱斗姆,按道教的說法,她是眾星之母,地位較高。道教的《北斗本生真經》中記載,在遠古的一個國家,國王周御王聖德無邊,他的妃子「紫光夫人」也賢慧聰敏。一年春天,紫光夫人在蓮池中感生九子,其中老大勾陳星後來成為天皇大帝(四天帝之一),老二北極星為紫微大帝(也是四天帝之一),其餘的是北斗七星,其中包括北斗星、文曲星、武曲星。因為生有眾子的功勞,紫光夫人被封為「北斗九真聖德天后」,又稱斗姆。斗姆星君金身的形象一般是「額生三日,肩扛四頭,左右各四條長臂,正中兩手合掌,其餘分別執有日、月、寶鈴、金印、弓、戟等。」民間認為,只要誠心禮拜斗姆,念誦其名號,就能消災免禍,延壽獲福。

農曆九月九日是斗姆星君的誕辰,這一天,民間多吃齋茹素,稱「九皇齋」、「九皇素」。九皇齋不只一天,一般是八月晦或九月朔到九月九日或十日。期間除吃素外還禁止屠宰,碰到婚娶之事也只能辦素席。台灣地區齋九天外,到宮觀中拜斗,即在盛米的斗上插銅鏡、古劍、小秤、剪刀、尺、紙刻的紅傘蓋、燈盞等。

九月初九日是【中壇元帥聖誕】在臺灣民間信仰中,則將【哪吒】奉為神祇,俗稱為【三太子】,統帥宮廟五營神兵的中壇,故又稱為【中壇元帥、太子元帥、太子爺、中壇太子、哪吒元帥、哪吒太子、哪吒三太子】。中壇元帥的尊稱還有很多,因為祂的裝備特殊,有輪有...
25/05/2015

九月初九日是【中壇元帥聖誕】

在臺灣民間信仰中,則將【哪吒】奉為神祇,俗稱為【三太子】,統帥宮廟五營神兵的中壇,故又稱為【中壇元帥、太子元帥、太子爺、中壇太子、哪吒元帥、哪吒太子、哪吒三太子】。中壇元帥的尊稱還有很多,因為祂的裝備特殊,有輪有圈,所以又有【大羅仙、羅車太子、李羅車、羅車公、金康元帥、金環元帥等稱呼。其他還有中營神將、中營大將、玉皇太子爺、及李哪吒】等的稱謂。

哪吒本是玉皇駕下大羅仙,身長六丈,首帶金輪,三頭九眼八臂,口吐青雲,足踏盤石,手持法律,大喊一聲,雲降雨從,乾坤爍動。因世界多魔王,玉帝命降凡,以故托胎於托塔天王李靖。母素知夫人生下長子金吒,次木吒,帥三胎哪吒。生五日化身浴於東海,腳踏水晶殿,翻身直上寶塔宮。龍王以踏殿故,怒而索戰。帥時七日,即能戰,殺九龍。老龍無奈何而哀帝,帥知之,截戰於天門之下而龍死焉。不意時上帝壇,手搭如來弓箭,射死石記娘娘之子,而石記興兵。帥取父壇降魔杵西戰而戮之。父以石記為諸魔之領袖,怒其殺之以惹諸魔之兵也。帥遂割肉刻骨還父,而抱真靈求全於世尊之側。世尊亦以其能降魔故,遂折荷菱為骨、藕為肉、絲為筋、葉為衣而生之。授以法輪密旨,親受木長子三字,遂能大能小,透河入海,移星轉斗;嚇一聲,天頹地塌;呵一氣,金光罩世;磚一響,龍順虎從;槍一撥,乾旋坤轉;繡球丟起,山崩海裂。故諸魔若牛魔王、獅子魔王、大象魔王、馬頭魔王、吞世界魔王、鬼子母魔王、九頭魔王、多利魔王、番天魔王、五百夜叉、七十二火鴉,盡為所降,以至於擊赤猴、降孽龍。蓋魔有盡而帥之靈通廣大、變化無窮。故靈山會上以為通天太師、威靈顯赫大將軍。玉帝即封為三十六員第一總領使,天帥元領袖,永鎮天門也。

เจ้าแม่ทับทิม
12/08/2014

เจ้าแม่ทับทิม

ที่อยู่

อ.ห้วยยอด
Amphoe Huai Yot
92130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ 火律 斗母宮 南海觀世音菩薩。ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์