07/07/2019
เล่าเรื่อง “นิทานธรรม”
ตอน..................
#紅孩兒聖嬰
#กุมารแดงอั๋งไฮหยี
---เมื่อพระถังซัมจั๋งพร้อมด้วยสานุศิษย์ได้รับประทับตราหนังสือผ่านเมืองโอเกยก๊กแล้ว จึงทูลลาพระราชามุ่งหน้าสู่ไซทีต่อไป
---เมื่อเวลามาถึงเดือน ๙ เข้าเดือน ๑๐ จึงลุถึง เขาลักแป๊ะลี้จั๊บเพ้าพ้อซัว ณ ที่แห่งนี้มีปีศาจทารกผมสามแหยม (กามสังกัปปะ/วิหิงสาสังกัปปะ/พยาบาทสังกัปปะ) นาม อั้งไฮ้ยี้ 紅孩兒(มิจฉาสังกัปปะ-ดำริผิด) หรืออีกชื่อหนึ่งว่า เซี่ยเอ็งไต้อ๋อง(聖嬰大王)เป็นลูกของปีศาจงู้ม้ออ๋อง牛魔王 (อุจเฉททิฏฐิ-ความเห็นว่าขาดสูญ) สหายเก่าของเห้งเจีย เกิดจากเมียหลวงนามนางล่อซัว (อัตตกิลมถานุโยค-การบำเพ็ญทุกรกิริยา ความพยายามบรรลุมรรคผลด้วยวิธีทรมานตนเอง)
---ปีศาจทารกอั้งไฮ้ยี้บวชเรียนที่สำนัก ฮ้วยเอี้ยมซัว 火焰山 สำเร็จทางอัคคีญาณมีนิวาสถานอยู่ในถ้ำฮ้วยหุ่นต๋อง 火雲山ที่มีห้วยน้ำไหลเชี่ยวกราก รายล้อมด้วยดงสนแห้ง
---ปีศาจทารกอั้งไฮ้ยี้ (มิจฉาสังกัปปะ-ดำริผิด) แปลงกายเป็นเด็ก ๗ ขวบถูกแขวนห้อยต่องแต่งอยู่บนยอดไม้ ร้องอ้อนวอนให้พระถังซัมจั๋งช่วย เห้งเจียรู้ทัน แต่พระถังซัมจั๋งหลงกล สั่งให้เห้งเจียขึ้นไปช่วยปลดลงมา เมื่อขึ้นไปถึง ปีศาจในร่างแปลงอ้อนวอนขอขี่หลังเห้งเจีย เห้งเจียก็ยอมให้ขี่ สักพักหนึ่งเห็นได้ทีจะจับปีศาจฟาดพื้น แต่ปีศาจมีฤทธิ์กล้ารู้ทัน สู้รบกันชุลมุน ขณะเดียวกันนั้นปีศาจบันดาลให้พายุพัดหอบพระถังซัมจั๋งไปขังไว้ในถ้ำแล้วหลบหนีไป
---เห้งเจียไม่เห็นพระถังซัมจั๋ง แสดงฤทธิ์เรียกเจ้าป่าเจ้าเขามาสอบถาม จึงรู้ความตามไปหาจนพบถ้าฮ้วยหุ่นต๋อง เห็นสะพานหินยื่นออกมาข้ามห้วยน้ำ เห้งเจียเดินข้ามสะพานแล้วร้องท้าให้เปิดประตูถ้ำออกมาสู้กัน ปีศาจอั้งไฮ้ยี้เดือดดาล เข็นเกวียนที่บรรจุด้วยธาตุทั้ง๕ น้ำ ไฟ ลม ดิน ไม้ กระโดดขึ้นยืนบนเกวียน กำมือทุบจมูกตัวเองสองที ทันใดนั้นปากของอั้งไฮ้ยี้พ่นเปลวไฟ จมูกพ่นควัน เกวียนมีไฟลุกแดง มีทั้งควันทั้งไฟมืดมิดไปทั่ว เห้งเจียและโป๊ยก่ายเห็นดังนั้นต้องวิ่งหนี
---ส่วนเห้งเจียตีลังกาหกคะเมนลิ่วไปเชิญพญาเง้าก๊วงเล่งอ๋องทั้ง ๔ สมุทรมาช่วยดับไฟ แต่หาดับได้ไม่
---เห้งเจียมิกลัวไฟจึงย้อนกลับไปสู้กับอั้งไฮ้ยี้ใหม่ จึงโดนควันพิษและเปลวไฟติดตัว วิ่งกระโจนลงดับไฟในห้วยน้ำ กลับยิ่งร้อนขึ้นอีกหลายสิบเท่า จนล้มสลบลง โป๊ยก่าย ซัวเจ๋งเห็นดังนั้นตกใจเข้าพยาบาลเห้งเจียให้ฟื้นขึ้นมา ก็เรียกหาพระอาจารย์ แล้วร้องไห้ เพราะไม่เคยพ่ายแพ้ใคร มาแพ้กับทารกอั้งไฮ้ยี้ (มิจฉาสังกัปปะ-ดำริผิด) เป็นครั้งแรก หนำซ้ำยังไม่มีแรงเหาะไปหาพระโพธิสัตว์กวนอิมอีกด้วย ต้องอาศัยโป๊ยก่ายช่วยเหลือเหาะไปหาพระโพธิสัตว์กวนอิม
---อั้งไฮ้ยี้รู้เข้าเหาะลิ่วไป แปลงกายเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิม ดักหน้าโป๊ยก่ายระหว่างทาง แล้วหลอกพาโป๊ยก่ายเข้าถ้ำจับมัดใส่ถุงผูกไว้บนเพดานถ้ำ ครั้นแล้วอั้งไฮ้ยี้ใช้ให้สมุนเอก ๖ คนคือ หุ้นลี้บู๊(雲裡霧) บู๊ลี้หุ้น(霧裡雲) กิบยู่ฮวย(急如火) ข่วยยู่ฮอง(快如風) เฮ้งอั่งเฮง(興烘掀) เฮงอั่งเฮ้ง(掀烘興) ไปเชิญงู้ม้ออ๋องผู้บิดา มากินเลี้ยงเนื้อพระถังซัมจั๋ง
(๑.หมอกในเมฆ ๒.เมฆในหมอก ๓.ร้อนดั่งไฟ ๔. ไวดั่งลม ๕.โหมรมฟุ้ง ๖. ฟุ้งรมโหม)
---เห้งเจียเมื่อมีกำลังคืนมา แปลงกายเป็นแมลงวันบินเข้าไปสืบข่าว เมื่อรู้ความจึงทำการแปลงกายเป็นงู้ม้ออ๋อง ไปนั่งดักรอสมุนปีศาจทั้งหก สมุนทั้งหกเข้าใจผิดเชิญงู้ม้ออ๋องตัวปลอมเข้าไปในถ้ำของอั้งไฮ้ยี้ แต่อั้งไฮ้ยี้ก็จับพิรุธได้ว่าเห้งเจียแปลงกายมา จึงสู้รบกันโกลาหล เห้งเจียสู้ไปกลัวพิษควันไฟ จึงรีบเหาะหนีไปเฝ้าพระโพธิสัตว์กวนอิม นิมนต์ให้มาช่วย
---พระโพธิสัตว์กวนอิมมาพร้อมกับฮุ้ยอ้านศิษย์เอก สั่งให้ฮุ่ยอ้านเหาะไปยืมอาวุธวิเศษของเจ้าทีกังมา ๓๘ อัน (มงคล ๓๘-ธรรมอันนำมาซึ่งความสุขความเจริญ ๓๘ ประการ) แล้วเอากิ่งหลิวจุ่มน้ำมนตร์วิเศษเขียนอักขระลงกลางฝ่ามือของเห้งเจีย คำว่า บี๊ (彌དྨེ)(นันทิ-เคลิบเคลิ้ม เพลินในเมตตา) เห้งเจียกระโดดออกไปร้องตะโกนท้ารบอยู่พักหนึ่ง อั้งไฮ้ยี้เปิดประตูถ้ำออกมาสู้กัน เห้งเจียยกฝ่ามือขึ้นสู้รบ พระโพธิสัตว์กวนอิม นำอาวุธวิเศษทั้ง ๓๘ อัน ร่ายมนตร์แล้วขว้างออกไป กลายเป็นมีด ๓๘ เล่ม เสียบแทงปีศาจอั้งไฮ้ยี้จนล้มลง
---ครู่เดียวอั้งไฮ้ยี้ลุกขึ้นมาได้อีก พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงหยิบห่วงมงคลของพระพุทธเจ้าขว้างออกไปเป็น ๕ วง เข้ารัดร่างของอั้งไฮ้ยี้ ๕ แห่ง จนปีศาจยอมแพ้ เห้งเจียจะฆ่าทิ้ง พระโพธิสัตว์กวนอิมห้ามไว้ แล้วลงโทษให้อั้งไฮ้ยี้เดินก้าวหนึ่ง ยกมือประณมรำลึกถึงพระโพธิสัตว์กวนอิมทีหนึ่งจนถึงน่ำไฮ้ แล้วให้เป็นสานุศิษย์เฝ้าประตู เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "เสียนใช้ท่งจื้อ"(善財童子)
---เห้งเจียเข้าไปในถ้ำ ไล่ฆ่าบริวารปีศาจตายหมดสิ้น จากนั้นแก้มัดพระถังซัมจั๋ง โป๊ยก่าย กับซัวเจ๋ง เลี้ยงอาหารเจกันในถ้ำปีศาจ
---(ปีศาจอั้งไฮ้ยี้ตนนี้มีฤทธิ์เดชมาก เป็นมิจฉาสังกัปปะกำเนิด มาจากอุจเฉททิฏฐิ--ความเห็นว่าทุกอย่างขาดสูญ และ อัตตกิลมถายุโยค-ความพยายามบรรลุมรรคผลด้วยวิธีทรมานตนเอง อันมีมูลเหตุมาจาก วิภวตัณหา -ความไม่อยากจะมี ไม่อยากจะเป็น
มิจฉาสังกัปปะ ประกอบด้วยดำริที่ผิด ทั้งสามคือ
๑.กามสังกัปปะ ดำริผิดกรุ่นในกาม ประทุษร้ายตัวเองและผู้อื่น
๒.วิหิงสาสังกัปปะ ดำริผิดกรุ่นไปในการเบียดเบียนประทุษร้ายผู้อื่น
๓.พยาบาทสังกัปปะ ดำริผิดกรุ่นไปในทางมุ่งร้าย ประทุษร้ายตัวเอง
มิจฉาสังกัปปะ ทำให้เกิดการยึดมั่นถือมั่น เป็นดำริที่เป้นการประทุษร้ายเพื่อบรรเทาพยาบาท(ดำริผิด) กลับกลายเป็นการเพิ่มความพยาบาท ดุจดั่งเห้งเจียโดดลงน้ำ หมายจะดับ กลับยิ่งร้อน การเปลี่ยนให้มิจฉาสังกัปปะเป็นสัมมาสังกัปปะจำเป็นต้องใช้ปัญญา กับ เมตตา จะใช้ศีลกับเมตตาไม่ได้ ดุจเช่นโป๊ยก่ายจะไปพบพระโพธิสัตว์กวนอิม จึงติดกับดักของปีศาจและสมุนทั้งหก คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เพราะขาดการสำรวมอินทรีย์ มิจฉาทิฏฐิจะเพิ่มขึ้น
---พระโพธิสัตว์กวนอิมต้องอาศัยอาวุธ ๓๘ อย่าง และห่วงมงคล ๕ ห่วง เพราะว่าจะใช้เพียงเมตตา ทาน อย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้มงคล ๓๘ คือธรรมอันนำมาซึ่งความสุขความเจริญ ๓๘ ประการ ได้แก่
๑.การไม่คบคนพาล ๒.การคบบัณฑิต ๓.บูชาคนที่ควรบูชา
๔.อยู่ในถิ่นสิ่งแวดล้อมดี ๕.ทำความดีให้พร้อมเสมอ
๖.ตั้งตนไว้ชอบ ๗.เล่าเรียนศึกษาให้มาก
๘.มีความชำนาญในอาชีพตน ๙.มีระเบียบวินัย อบรมตนดี
๑๐.วาจาสุภาษิต ใช้วาจาทางที่ดี
๑๑.บำรุงบิดามารดา
๑๒.การสงเคราะห์บุตร
๑๓.การสงเคราะห์ภรรยา
๑๔.การงานไม่คั่งค้าง
๑๕.รู้จักให้ เผื่อแผ่
๑๖.ประพฤติธรรม
๑๗.สงเคราะห์ญาติ
๑๘.ทำการงานที่ไม่มีโทษ
๑๙.เว้นจากความชั่ว
๒๐.เว้นจากการดื่มน้ำเมา
๒๑.ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย
๒๒.การเคารพ
๒๓.ความสุภาพอ่อนน้อม
๒๔.ความสันโดษ
๒๕.มีความกตัญญู
๒๖.ฟังธรรมตามกาล
๒๗.มีความอดทน
๒๘.เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย
๒๘.พบเห็นสมณะ
๓๐.สนทนาธรรมตามกาล
๓๑.มีความเพียรในการละกิเลส
๓๒.ประพฤติพรหมจรรย์ ควบคุมตนทางเพศ
๓๓.เข้าใจความจริงของชีวิต
๓๔.ทำพระนิพพานให้แจ้ง
๓๕.ถูกโลกธรรมจิตไม่หวั่นไหว
๓๖.จิตไร้เศร้า
๓๗.จิตปราศจากธุลี
๓๘.จิตเกษม
และห่วงมงคล ๕ ห่วง --ความว่าง ๕ อาการ ทดใช้ดำริผิดไปในทางเมตตา คือ
ว่าง จาก สัตตา -ว่างจากสัตว์ทั้งหลาย
ว่าง จาก ปาณา-ว่างจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ว่าง จาก ภูตา -ว่างจากผุ้ที่เกิดแล้ว
ว่าง จาก ปุคลา-ว่างจากบุคคล
ว่าง จาก อตฺตา-ว่างจากความมีตัวตน
ให้ละซึ่งการเสพย์สัญชาติญาณสัตว์ ดำริก็จะอยู่ในสัมมาทิฏฐิ คือการที่ศิษย์และอาจารย์กินอาหารเจร่วมกัน)..เครดิตไซอิ๋ว ฉบับเดินทางสู่พุทธภาวะ/ชาญ วงศ์สัตยนนท์