คริสตจักรของพระเจ้าในเชียงราย Church of God in Chiang Rai

คริสตจักรของพระเจ้าในเชียงราย Church of God in Chiang Rai คริสตจักรของพระเจ้าในเชียงราย
Church of God in Chiang Rai
Lord's Recovery
Local Churches

07/12/2021

🌞“ขอทรงโปรดสอนข้าพเจ้าว่าจะนับวันเวลาของข้าพเจ้าอย่างไร เพื่อจะได้มีใจประกอบไปด้วยสติปัญญา”(บพส.90:12)

💚🎗ปฏิทินการเคลื่อนไหวของคริสตจักรปี 2022💚🎗

05/11/2021

การอธิษฐาน มิใช่การวิงวอนต่อพระเจ้า เนื่องจากมีความต้องการส่วนตัว มีความขาดแคลน , มีความต้องการฝ่ายวัตถุ หรือว่าอาจจะมีโรคภัยไข้เจ็บ ต้องการได้รับการรักษา หรืออาจจะมีความลำบากใจ ต้องการได้รับการแก้ไข จึงมาวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า ขอให้พระเจ้าประทานสิ่งของ ขอให้พระเจ้าทรงรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ขอให้พระเจ้าทรงช่วยแก้ไขปัญหา ขอให้พระเจ้าอวยพร คุ้มครองให้มั่งมีศรีสุข.

💚 การอธิษฐานคือการที่มนุษย์กับพระเจ้าติดต่อซึ่งกันและกัน. จะต้องมีการไหลเวียนกันระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ทั้งสองฝ่าย เปรียบเหมือนการหายใจของมนุษย์เพื่อสูดรับพระเจ้าเช่นเดียวกับการหายใจสูดรับอากาศ. ในขณะที่เราหายใจสูดรับพระเจ้าเช่นนี้ ก็จะได้รับพระเจ้าโดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์คือไม่เพียงพระเจ้าได้กลายเป็นการรับสุขของเรา ให้เราได้รับตัวของพระเจ้าเท่านั้น แต่ทั้งตัวของเราก็จะยอมสยบต่อพระองค์ เพื่อให้พระเจ้าทรงได้รับตัวของเราอย่างสิ้นเชิง.

เรายิ่งอธิษฐานมากเท่าใด เราก็จะยิ่งถูกเติมเต็มด้วยพระเจ้ามากเท่านั้น. ขณะเดียวกันเราก็จะยอมสยบต่อพระเจ้า หันกลับสู่พระเจ้า และจะให้พระองค์ได้รับตัวของเรามากยิ่งขึ้น.

สิ่งแรกที่ท่านควรจะใส่ใจก็คือ แท้จริงแล้วท่านได้รับพระเจ้ามากยิ่งขึ้นโดยการอธิษฐานในครั้งนี้หรือไม่ ถ้าหากผลลัพธ์ของการอธิษฐานครั้งนี้เป็นเพียงการสำเร็จเรื่องราวบางอย่างเท่านั้น แต่ไม่ได้รับพระเจ้า และไม่ได้ให้พระเจ้าได้รับท่าน การอธิษฐานนี้ก็เป็นการอธิษฐานที่ยังสอบไม่ผ่าน.

อย่าลืมว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรา ไม่มีเรื่องบังเอิญ ล้วนแต่เป็นอำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้าเพื่อนำเรามาหาพระเจ้า ให้เรามาคุกเข่าอธิษฐานต่อพระเจ้า เพื่อจะได้รับพระเจ้าเพิ่มขึ้น.

#เอเมน #คริสเตียน #ขอบคุณพระเจ้า #พระเยซู #พระคัมภีร์ #อธิษฐาน #พระเจ้าอวยพร #ความเชื่อ #สำรวจพระคัมภีร์ #หนังสือ #เพลงคริสเตียน #ความรัก #กิตติคุณ #พระเจ้า #ห้องสมุดกิตติคุณ #สันติสุข #พระวิญญาณบริสุทธิ์

🌟พระเจ้าทรงรอคอยเรา🌟เรามักจะได้ยินผู้คนพูดเสมอว่าให้เรารอคอยพระเจ้า แต่ในความเป็นจริงนั้นคำพูดนี้อาจไม่ถูกซะทีเดียว แท้จ...
25/09/2021

🌟พระเจ้าทรงรอคอยเรา🌟

เรามักจะได้ยินผู้คนพูดเสมอว่าให้เรารอคอยพระเจ้า แต่ในความเป็นจริงนั้นคำพูดนี้อาจไม่ถูกซะทีเดียว แท้จริงไม่ใช่เราหรอกที่รอคอยพระเจ้า แต่เป็นพระเจ้าต่างหากที่ทรงรอคอยเราอยู่

พระองค์รอให้เรายินดีหันสู่พระองค์ เปิดออกต่อพระองค์ พระองค์จะได้ทรงตอบคำอธิษฐานของเราและประทานกำลังให้กับเรา

เรามักเปรียบพระพรจากพระเจ้าเป็นเหมือนดั่งสายฝน ลองนึกภาพดูว่าถ้าภาชนะที่รองรับน้ำฝนนั้นคว่ำอยู่ ต่อให้ฝนตกหนักก็รับน้ำฝนไว้ไม่ได้ ถ้าเราเป็นถ้วยใบนั้นเราจะหวังให้น้ำฝนไหลเข้ามาข้างในได้อย่างไร

พระคุณจากองค์พระผู้เป็นเจ้าก็เป็นเช่นนี้แหละ ทรงรอคอยให้เราหันออกจากโลก หันมองไปที่ฟ้าสวรรค์ พระองค์กำลังรอให้เราหันไปเช่นนี้เพื่อรับพระคุณจากพระองค์ในทุกๆวัน

⛅️โอ…พระเยซู ช่วยข้าพเจ้าให้เปิดออกต่อพระองค์ตลอดเวลา เตือนสติข้าพเจ้าหากข้าพเจ้ายังก้มหน้ามองเรื่องราวบนแผ่นดินโลก ขอทรงสอนข้าพเจ้ามองสิ่งที่อยู่เบื้องบน เพื่อต้อนรับพระคุณที่มาจากพระองค์ทุกวัน

ชะตาชีวิตของคริสเตียนก็คือการกินเราต้องฝึกฝนที่จะกินให้เป็น🪴กินให้ถูก☘️กินสม่ำเสมอ🌻
22/09/2021

ชะตาชีวิตของคริสเตียนก็คือการกิน
เราต้องฝึกฝนที่จะ
กินให้เป็น🪴
กินให้ถูก☘️
กินสม่ำเสมอ🌻

ชนชาติอิสราเอลได้ประสบการณ์ต่อการช่วยให้รอดของพระเจ้าโดยผ่านการกิน 3 ระยะ

(1) พวกเขาได้กินแกะปัศคาในอียิปต์ (อซด.12) ซึ่งได้เพิ่มกำลังให้พวกเขาสามารถเดินทางออกจากอียิปต์ และถูกแบ่งแยกออกจากโลกของชนชาติอียิปต์.

(2) พวกเขาได้กินมานาในป่ากันดาร (อซด.16) ซึ่งได้ก่อรูปพวกเขาขึ้นใหม่ด้วยองค์ประกอบฝ่ายสวรรค์ เพื่อจะกลายเป็นพลไพร่ฝ่ายสวรรค์.

(3) พวกเขาได้กินผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ในแผ่นดินงาม ซึ่งได้ก่อรูปพวกเขามากยิ่งขึ้น เพื่อจะกลายเป็นพลไพร่ที่มีชัยชนะ.

โดยการรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินงามเช่นนี้ ชนชาติอิสราเอลจึงได้มีชัยชนะต่อเผ่าต่างๆ ที่อยู่ในดินแดน, ได้ก่อตั้งอาณาจักรของพระเจ้า, และก่อสร้างพระวิหารซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก.

การกินทั้งสามระยะของชนชาติอิสราเอลนั้นเป็นแบบเล็งถึงการที่ผู้เชื่อทั้งหลายรับสุขพระคริสต์ในสามระยะโดยการกินพระองค์ (ยฮ.6:51–57; 1กธ.5:7–8; 10:3–4; ฟป.1:19).
การกินในสองระยะแรกทำให้ผู้เชื่อได้รับการเสริมกำลังเพื่อออกจากโลกและถูกก่อรูปด้วยพระคริสต์ผู้เป็นองค์ประกอบฝ่ายสวรรค์.

แต่ถ้าจะบรรลุถึงเป้าหมายแห่งแผนการบริหารของพระเจ้า ผู้เชื่อของพระคริสต์ทุกคนจำเป็นต้องก้าวหน้าต่อไปจนกว่าพวกเขาจะบรรลุถึงระยะที่สูงที่สุดในการกินพระคริสต์เป็นผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินงาม ซึ่งก็คือพระวิญญาณผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง เพื่อพวกเขาจะสามารถมีชัยชนะต่อเหล่าศัตรูฝ่ายวิญญาณ, สามารถถูกก่อสร้างขึ้นจนกลายเป็นที่ประทับของพระเจ้า, และถูกก่อตั้งขึ้นเป็นอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก.

📌สอบถามเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อหนังสือได้ที่: 👇🏻👇🏻
Line@ : https://lin.ee/35BvZib
Fb inbox : m.me/thegospelbookroomthailand/
ดูข่าวสารทางยูทูป : https://www.youtube.com/user/nbshepherd/playlists.
#เอเมน #คริสเตียน #ขอบคุณพระเจ้า #พระเยซู #พระคัมภีร์ #อธิษฐาน #พระเจ้าอวยพร #ความเชื่อ #สำรวจพระคัมภีร์ #หนังสือ #เพลงคริสเตียน #ความรัก #กิตติคุณ #พระเจ้า #ห้องสมุดกิตติคุณ #สันติสุข #พระวิญญาณบริสุทธิ์

💡ความเที่ยงแท้ของคันประทีปทองคำ💡 บุตรมนุษย์ทรงดำเนินท่ามกกลางคันประทีปทองคำ ทรงฉลองพระองค์ยาวกรอบพระบาท ทรงคาด แถบทองคำท...
19/09/2021

💡ความเที่ยงแท้ของคันประทีปทองคำ💡

บุตรมนุษย์ทรงดำเนินท่ามกกลางคันประทีปทองคำ
ทรงฉลองพระองค์ยาวกรอบพระบาท
ทรงคาด แถบทองคำที่พระอุระ
มีความหมายและเพื่ออะไร?
—— ~~~ ——

ในวันนี้ …พระคริสต์ทรงอยู่ท่ามกลาง คริสตจักรทั้งหลาย.
ด้านหนึ่งในฐานะที่พระองค์ ทรงเป็นมหาปุโรหิต
พระองค์ทรงทูลขอแทน อยู่บนสวรรค์ทั้งหลาย
เพื่อคริสตจักรทั้งหลาย (ฮร.9:24;7:25-26; รม.8:34)

ในอีกด้านหนึ่ง พระองค์ก็ทรงดำเนิน
อยู่ท่ามกลางคริสตจักรทั้งหลาย
เพื่อดูแลคริสตจักรทั้งหลาย. ถ้าเราต้องการที่จะมีส่วน
ในการเคลื่อนไหวของพระองค์
และรับสุขการดูแลของพระองค์
เราก็ต้องอยู่ท่ามกลางคริสตจักร.
ปุโรหิตในพันธสัญญาเดิม
ต้องคาดผ้ารัดประคดที่เอว
ในขณะปฏิบัติหน้าที่ (อซด.28:4).

ใน ดนอ.10:5 พระคริสต์ก็ทรงคาดเอว
ด้วยแถบทองคำเนื้อบริสุทธิ์.
แต่ในที่นี้ พระคริสต์ผู้เป็นมหาปุโรหิตของเรา
ทรงคาดแถบทองคำที่พระอุระ.
พระอุระเป็นสัญลักษณ์ เล็งถึงความรัก.
การคาดเอวนั้น มีเพื่อเพิ่มกำลังในการทำงาน
แต่การคาดไว้ที่อกนั้น
เป็นหมายสำคัญเล็งถึง
การดูแลในความรัก.

พระคริสต์ได้ทรงสำเร็จการงาน
ในการก่อกำเนิด คริสตจักรทั้งหลายแล้ว.

บัดนี้ พระองค์จึงไม่ต้องคาดเอว
เพื่อทำงานอีกต่อไป.
สิ่งที่พระองค์ทรงกำลังกระทำอยู่
ท่ามกลางคริสตจักร ในปัจจุบันนี้ก็คือ
การดูแลคริสตจักรทั้งหลาย ด้วยความรัก.

สิ่งนี้ จำเป็นต้องให้พระองค์
คาดแถบทองคำที่พระอุระ.
แถบทองคำ เป็นหมายสำคัญเล็งถึง
กำลังอันศักดิ์สิทธิ์.

พระคริสต์ทรงเคลื่อนไหว อยู่ในคริสตจักรทั้งหลาย
อยู่ตลอดเวลา เพื่อจะทรงดูแลคริสตจักร
ด้วยกำลังอันศักดิ์สิทธิ์
ที่อยู่ในสภาพมนุษย์ของพระองค์.

พระคริสต์ทรงดูแลคันประทีป
ด้วยการตัดไส้ตะเกียงบนคันประทีป

เหมือนกับที่ปุโรหิตได้กระทำตามแบบเล็ง
ที่อยู่ในพันธสัญญาเดิม (อซด.25:38).

เมื่อไส้ตะเกียงไหม้ ก็จะเกรียมเป็นสีดำ
ดังนั้นปุโรหิต ก็ต้องมาตัด
ส่วนที่เป็นสีดำนั้นออกไป.

นี่คือ ความหมายของการตัดแต่งไส้ตะเกียง
เพื่อให้ประทีปส่องสว่างได้ดีขึ้น.

ส่วนที่ไหม้ของไส้ตะเกียงนั้น
เป็นเครื่องหมายเล็งถึงสิ่งต่างๆ

ที่ไม่เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า
ซึ่งจะต้องถูกตัดทิ้งไป เช่น เนื้อหนัง
มนุษย์ธรรมชาติ
ตัวเอง, และสิ่งทรงสร้างเก่าของเรา.

คันประทีปทั้งหมด ล้วนเป็นอินทรียภาพ
คือเป็นคันประทีปที่มีชีวิต.
ในเมื่อคริสตจักรแต่ละแห่ง ต่างก็เป็นคันประทีปที่มีชีวิต
คริสตจักรทุกแห่ง จึงเต็มไปด้วยความรู้สึก.

คริสตจักรที่ไส้ตะเกียงไหม้เกรียม
ย่อมจะรู้สึกไม่สบาย เมื่อผ่านการตัดแต่งแล้ว
ทำให้รู้สึกสบาย
มีชีวิตชีวา
และสามารถส่องสว่างรุ่งโรจน์

ประชุมพิเศษภาคตะวันออก ปี 2021วันที่ 18-19 กันยายน 2021หัวข้อ : นิมิตแห่งคันประทีปทองคำตอนที่ 3ความเที่ยงแท้ของคันป....

ทุกครั้งที่หยิบหน้ากากมาใส่ จะทำให้เรานึกถึงพระเยซูมากขึ้น
15/08/2021

ทุกครั้งที่หยิบหน้ากากมาใส่ จะทำให้เรานึกถึงพระเยซูมากขึ้น

เรามีหนังสือคริสเตียนที่จะให้คุณรู้จักพระเจ้ามากขึ้น ขอรับได้ฟรี
✨www.rhemabooks.org/th/home

⚡ ในสถานการณ์ที่ COVID-19 กำลังระบาดไปทั่วโลก รัฐบาลต่างๆ จึงชี้แนะให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกนอกบ้าน โดยมีจุดประสงค์หลัก เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้อื่นติดเชื้อไวรัสจากผู้สวมหน้ากาก เพราะหน้ากากอนามัยไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันผู้สวมใส่จากการติดเชื้อได้ดีนัก แต่เมื่อทุกคนล้วนสวมใส่หน้ากากอนามัย เราต่างก็ได้รับการป้องกันอย่างทั่วถึง

😷 เมื่อคิดดูอีกที การสวมหน้ากากอนามัยก็คือ การบดบังความงดงามหรือการแสดงออกทางสีหน้าของเรา
เพื่อให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ แม้เราจะยินดีทำเช่นนี้ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ถ้าให้เราต้องสวมหน้ากากอนามัยทั้งวันไปตลอดชีวิต เพื่อประโยชน์ของผู้อื่น เราจะยินดีหรือไม่? ผมไม่คิดว่าจะมีใครยินดีทำเช่นนั้น.

🌷 คุณเคยคิดหรือไม่ว่า พระคริสต์ก็คือผู้ที่ทำเช่นนั้น? พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า เป็นพระผู้สร้างที่ทรงเนรมิตสร้างสรรพสิ่งที่งดงามในจักรวาลนี้ แต่พระองค์เองกลับทรงยอมเป็นมนุษย์ที่ต่ำต้อย ยอมซ่อนสง่าราศีและความงดงามของพระองค์ไว้ตลอดทั้งชีวิตที่อยู่บนโลก ก็เพื่อจะทรงช่วยให้มนุษย์ทั้งโลกได้รับความรอด

🌷 พระองค์ทรงเป็น "เหมือนรากที่ออกมาจากพื้นดินแห้งแล้ง ... ไม่มีรูปทรงที่น่าดึงดูดหรือความสง่าที่จะให้พวกเรามองดู และไม่มีรูปลักษณ์งดงามซึ่งจะให้เราพึงปรารถนา." นอกจากจะทรงซ่อนความงดงามแล้ว พระองค์ยัง "ถูกผู้คนดูหมิ่นและทอดทิ้ง เป็นคนที่รับความเจ็บปวดและคุ้นเคยกับความระทมทุกข์ (เพื่อท่านและข้าพเจ้า) ... แน่ทีเดียว ท่านแบกความเจ็บป่วยของเราและหอบความเศร้าโศกของเราไป ... ท่านรับบาดแผลเพราะความผิดบาปของเรา; ท่านถูกบดคั้นเพราะความบาปชั่วของเรา; การลงทัณฑ์เพื่อให้เกิดสันติสุขแก่พวกเราไปตกอยู่กับท่าน และรอยถูกเฆี่ยนของท่านก็ทำให้เราได้รับการรักษาให้หาย" (อิสยาห์ 53)

🌷 คุณรู้ไหมว่า พระเจ้าทรงรักคุณ จนยอมมากลายเป็นมนุษย์ คือพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงตายแทนคุณ เพื่อให้ความบาปของคุณจะได้รับการอภัย บัดนี้พระองค์ทรงเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต ทรงพร้อมที่จะประทานชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า ตลอดจนความรักและสันติสุขที่นิรันดร์ให้แก่คุณแล้ว
เพียงแค่คุณเปิดใจต้อนรับพระองค์เข้ามา โดยการอธิษฐานว่า

🌷 "โอ พระเยซู! ข้าพเจ้าขอต้อนรับพระองค์เข้าสู่ใจของข้าพเจ้า มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้า โปรดประทานชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์และนิรันดร์ของพระองค์แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต้องการความรักจากพระองค์ โปรดสถิตอยู่กับข้าพเจ้าตลอดไป อาเมน!"

เรามีหนังสือคริสเตียนที่เต็มไปด้วยการเปิดเผยของพระเจ้า
กดลิ้งค์ด้านล่างเพื่อขอรับฟรีได้เลย
✨www.rhemabooks.org/th/home
✨ หรือ ทิ้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ไว้
✨ หรือพิมพ์ว่า "สนใจ" ไว้ใต้โพสต์
✨ หรือแอดไลน์

05/08/2021

Why I always get hurt? 💔

Oftentimes, we're busy taking care of the relationship we have with our family, friends, acquaintances, and even with our partners. We are so busy taking care of these relationships that we forgot that there is Someone we neglect.

Originally, man lived before God in the garden of Eden and had a face to face relationship with God. After man fell, however, many things entered into man that became a barrier between him and God. Man cannot live life in an indifferent way, because within man there is a desire to love. God created man in this way so that man would love Him. Man cannot live apathetically; he is always looking for something to love. Thus, God Himself came to be the object of man's love.

Apart from God, whatever man loves will ultimately be harmful to him, no matter how good it is.
No matter what man loves, he can only love it to a certain extent, because the thing he loves may be harmful to him.
Therefore, if man loves something apart from the Lord without limitation, eventually he will be hurt.
We all know that we should love God, but sometimes it seems that we are not able to love Him.

So, what should we do for us to live such a life of drawing near to God and loving God?
1. Speak to God - this is to pray. It is the first thing we should do after waking up early in the morning.
2. Listen to God's speaking - this is to read the Word. We should do this after praying.
3. Speak with our fellow Christians - this is to have fellowship with them, not only in the meetings but also in our daily living.
4. Speak to unbelievers - this is to preach the gospel, and it is something we should do in season and out of season.
(Chapter 7, The Altar of God - The barrier between man and God)

https://www.instagram.com/unsearchablerichess/
- photofromgoogle

พระคำเพื่อการฟื้นฟูยามเช้าการรู้จักหลักความจริง, การเด็ดขาดเพื่อหลักความจริง, และการประกาศหลักความจริงในยุคปัจจุบันอันชั...
03/08/2021

พระคำเพื่อการฟื้นฟูยามเช้า
การรู้จักหลักความจริง, การเด็ดขาดเพื่อหลักความจริง, และการประกาศหลักความจริงในยุคปัจจุบันอันชั่ว

สัปดาห์ที่ 1
การรู้จักหลักความจริง, มีความเด็ดขาดเพื่อหลักความจริงและเพื่อค้ำจุนความเด็ดขาดของหลักความจริง, และเป็นพยานถึงหลักความจริงในยุคปัจจุบันของโลก

ประเด็นสำคัญที่ 1 การฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้าคือการฟื้นฟูหลักความจริง : เราต้องอุตสาหะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้, ต้องรู้จักสิ่งเหล่านี้, และสามารถที่จะพูดสิ่งเหล่านี้กับผู้อื่นได้อย่างชัดเจน

29/07/2021

เรามีหนังสือคริสเตียนที่จะให้คุณรู้จักพระเจ้ามากขึ้น ขอรับได้ฟรี
✨www.rhemabooks.org/th/home

🔑 สเปอร์เจียน (C. H. Spurgeon) เป็นผู้ประกาศกิตติคุณที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้เขาอย่างมาก ครั้งหนึ่งเขาเคยกล่าวว่า “ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงช่วยข้าพเจ้าก็ต่อเมื่อผมทำดี อย่างนั้นข้าพเจ้าคงไม่อยากมาเป็นคริสเตียนหรอก”

🔑 จากนั้นเขาก็อธิบายต่อไปว่า สมมุติว่าเขาทำดีไปมากมาย จากนั้นก็นำความดีของเขาไปเสนอต่อพระเจ้าและทูลว่า
“ข้าพเจ้าทำดีมามากขนาดนี้แล้ว พระองค์จะทรงให้ข้าพเจ้ารอดจากนรกบึงไฟไหม?”
ในเมื่อมาตรฐานความดีของพระเจ้านั้นสมบูรณ์แบบ หมดจดไร้ที่ติ ความดีเท่าที่สเปอร์เจียนทำได้ จึงไม่เป็นที่ยอมรับของพระองค์ พระองค์ย่อมจะตรัสว่า
“เจ้ายังทำได้ไม่ดีพอ!”
สเปอร์เจียนกล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น เขาก็คงต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง และต้องพยายามทำดีให้มากขึ้น พอผ่านไปอีกไม่กี่ปี เมื่อเขานำความดีของเขาไปเสนอต่อพระเจ้าและทูลถามอีกครั้งว่าเขาดีพอที่จะไม่ต้องลงนรกบึงไฟหรือยัง พระเจ้าก็คงจะตรัสตอบเหมือนเดิมว่า “เจ้ายังทำได้ไม่ดีพอที่จะรอดได้”

🔑 ไม่ว่าจะทำเช่นนี้ไปอีกกี่ครั้ง พระเจ้าก็ยังคงไม่อิ่มหนำพระทัย ถ้าอย่างนั้น เขาจะรอดได้อย่างไร? ถึงเขาจะพยายามทำดีไปจนถึงวันตาย ก็ใช่ว่าจะทำให้พระองค์อิ่มหนำพระทัยได้ ถ้าอย่างนั้นเราทุกคนก็น่าเวทนาอย่างยิ่ง Spurgeon จึงสรุปว่า ถ้าพระเจ้าทรงตั้งใจให้เขาทำดีก่อน เขาจึงจะรอดจากนรกบึงไฟได้ อย่างนั้นเขาก็คงไม่อยากเป็นคริสเตียนตั้งแต่แรกแล้ว เพราะไม่ว่าเขาจะมุ่งมั่นทำดีไปอีกกี่ปี พระเจ้าก็ยังทรงไม่อิ่มหนำพระทัย และทุกสิ่งที่เขาทำไปก็ว่างเปล่า

🔑 แต่ขอบพระคุณพระเจ้า เพราะพระองค์ตรัสไว้ในพระคัมภีร์ว่ามนุษย์จะถูกนับว่าชอบธรรมได้ก็โดยความเชื่อ ไม่ใช่โดยการประพฤติตามกฎบัญญัติ หรือตามศีลธรรม (รม.3:28) ขอเพียงเราเชื่อในพระบุตรของพระเจ้า เราก็รอด คือไม่ต้องพินาศแล้ว (ยฮ/ยน.3:16) ทั้งนี้ก็เพราะ แม้การทำดีของเราย่อมไม่มีวันดีพอที่จะทำให้พระเจ้าทรงอิ่มหนำพระทัยได้ แต่พระเจ้าทรงพอพระทัยในพระบุตรของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์ และทรงพอพระทัยกับสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำสำเร็จบนไม้กางเขน เพื่อให้เราถูกนับว่าชอบธรรม ดังนั้นแม้ตัวเราเองจะไม่อาจทำดีให้ถึงมาตรฐานของพระเจ้าได้ แต่ทันทีที่เราเชื่อในพระบุตรของพระเจ้าและรับประโยชน์จากสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำสำเร็จบนกางเขน เราก็ได้รับความรอดแล้ว

🔑 ผู้อ่านที่รัก อย่าให้ซาตานหลอกท่าน อย่าได้คิดว่าท่านยังสามารถรอดได้ด้วยการทำดี ท่านต้องตระหนักว่า ท่านไม่อาจสร้างบันไดเพื่อจะปีนขึ้นสวรรค์ด้วยความดีของท่านได้ พระเจ้าไม่ได้ทรงนับว่าเราชอบธรรมโดยความดีที่เราทำ แต่พระคัมภีร์กล่าวว่าเรา
“ได้รับการโปรดให้ชอบธรรมอย่างไม่คิดมูลค่าโดยการไถ่ในพระคริสต์เยซู” เพราะพระคุณของพระเจ้า (รม.3:24)

✨ข้อพระคัมภีร์อ้างอิง
“เหตุฉะนั้นเราทั้งหลายนับว่า มนุษย์จะได้รับการโปรดให้ชอบธรรมได้ก็โดยอาศัยความเชื่อ ไม่เกี่ยวข้องกับการประพฤติตามกฎบัญญัติ”
(รม.3:28)

เรามีหนังสือคริสเตียนที่เต็มไปด้วยการเปิดเผยของพระเจ้า
กดลิ้งค์ด้านล่างเพื่อขอรับฟรีได้เลย
✨www.rhemabooks.org/th/home
✨ หรือ ทิ้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ไว้
✨ หรือพิมพ์ว่า "สนใจ" ไว้ใต้โพสต์
✨ หรือแอดไลน์

ที่อยู่

283 Moo. 5 หมู่บ้านเมลานี ท่าสาย
Amphoe Chiang Rai
57000

เบอร์โทรศัพท์

+66814547255

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คริสตจักรของพระเจ้าในเชียงราย Church of God in Chiang Raiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์