18/04/2026
กฎใหม่! สรรพากรแจ้ง "สายบุญ" ปี69
ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้เสียภาษีต้องเริ่มปรับตัวเลยครับ เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้การจัดการเอกสารลดหย่อนภาษีมีความแม่นยำและโปร่งใสมากขึ้น
สรุปประเด็นสำคัญของกฎเกณฑ์ใหม่จากกรมสรรพากรมีดังนี้ครับ:
1. บังคับใช้เมื่อไหร่?
เริ่มปีภาษี 2569: หมายความว่าการบริจาคในปีหน้า (1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป) หากต้องการนำไปลดหย่อนภาษีตอนยื่นแบบในช่วงต้นปี 2570 "ต้อง" ผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น
ปีภาษี 2567 และ 2568: ยังคงใช้เกณฑ์เดิม คือสามารถใช้ได้ทั้งใบเสร็จรับเงิน (Paper) และระบบ e-Donation
2. ทำไมต้อง e-Donation?
ลดภาระเอกสาร: ข้อมูลจะถูกส่งตรงไปยังฐานข้อมูลของกรมสรรพากรทันที ผู้เสียภาษีไม่ต้องเก็บใบเสร็จกระดาษไว้แสดงหลักฐานภายหลัง
ความโปร่งใส: ป้องกันการปลอมแปลงใบเสร็จบริจาค และมั่นใจได้ว่าเงินเข้าบัญชีของหน่วยงานนั้นๆ จริง
เช็กง่าย: เราสามารถเข้าไปตรวจสอบยอดบริจาคสะสมของตัวเองได้ตลอดเวลาผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร
3. วิธีการบริจาคผ่าน e-Donation
ทำได้ง่ายๆ 2 ช่องทางหลักครับ:
QR Code (Mobile Banking): เมื่อสแกนจ่ายผ่านแอปธนาคาร ให้กดเลือก "ยินยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร" ข้อมูลจะเข้าระบบทันทีโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
บริจาคเป็นเงินสด: ทางวัด มูลนิธิ หรือสถานศึกษา จะต้องเป็นผู้กรอกข้อมูลการรับบริจาคเข้าสู่ระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรให้เรา (โดยใช้เลขบัตรประชาชนของผู้บริจาค)
4. ข้อควรระวังสำหรับ "สายบุญ"
เช็กหน่วยงานก่อนบริจาค: ตรวจสอบว่าวัดหรือมูลนิธินั้นๆ จดทะเบียนในระบบ e-Donation หรือไม่ (สามารถเช็กได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร)
อย่าลืมกดยินยอม: หากสแกน QR Code แล้วไม่กดยินยอมให้ส่งข้อมูล ข้อมูลจะไม่ถูกนำไปใช้สิทธิลดหย่อนอัตโนมัติ และอาจต้องวุ่นวายหาหลักฐานภายหลัง
เตรียมตัวล่วงหน้า: สำหรับใครที่ชอบทำบุญด้วยเงินสดบ่อยๆ อาจต้องเริ่มเปลี่ยนมาใช้แอปธนาคารหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ลงระบบให้ทันที เพื่อไม่ให้เสียสิทธิในปี 2569 ครับ
ถือว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว เพื่อความสะดวกในการยื่นภาษีในอนาคตครับ!