วัดท่าโป่งพุทธาราม

วัดท่าโป่งพุทธาราม เพจวัดท่าโป่งพุทธาราม เพื่อแจ้งข่าวและกิจกรรมของทางวัด

น้อมกราบถวายความอาลัย หลวงปู่จื่อ พันธมุตโต ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๙น้อมกราบพ่อแม่ครูอาจารย์ด้วยเศียรเกล้า
23/08/2026

น้อมกราบถวายความอาลัย
หลวงปู่จื่อ พันธมุตโต
๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๙

น้อมกราบพ่อแม่ครูอาจารย์ด้วยเศียรเกล้า

"... เอากายเป็นมรรค เอากายเป็นผล ผู้ให้ทาน เอาทานเป็นมรรค เอาทานเป็นผล พระธรรมแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ท่านก็บัญญัติชี...
17/08/2026

"... เอากายเป็นมรรค เอากายเป็นผล ผู้ให้ทาน เอาทานเป็นมรรค เอาทานเป็นผล พระธรรมแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ท่านก็บัญญัติชี้ลงสู่กายสู่ใจ เอาอย่างอื่นก็เป็นธรรมเมาไป
อุปัชฌาย์อาจารย์ท่านสอน เกสา โลมา นขา ท่านก็สอนชี้ใส่กายใส่ใจนี้แหละ น้อมมาปฏิบัติกายวาจาใจนี้ให้บริสุทธิ์ ฟังแต่น้อย ต้องอาศัยความหมั่นความเพียร ทำให้มาก เจริญให้มาก ถ้าฟังมาก ฟังเอาแต่คำพูด เลยกลายเป็นสัญญาไป​ เอา พุทโธ เป็นอารมณ์ของใจ
พุทโธ เป็นมรรคของใจ อุปัชฌาย์อาจารย์ให้อุปสมบท​ สอนกัมมัฏฐานแก่พวกเรา ท่านก็สอนชี้ใส่กายเรานี้แหละเป็นหลัก มัวไปแล่นแต่แผนที่ใช้ไม่ได้ แผนที่ปริยัติธรรม ไม่เข้า
หากาย ไม่เข้าหาใจกลายเป็นธรรมเมาไปเสีย

ตั้งอยู่ในศีลชี้ใส่กายเรานี้ ชี้ใส่ใจเรานี้อันนี้แหละ คือศีลแท้ กายใจนี้แหละเป็นบ่อเกิดของกุศลและอกุศล เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าทั้งหลายท่านสอนธรรม ท่านจึงชี้ลงสู่เหตุ กายของเราเป็นเหตุอันสำคัญ ท่านจึงสอนย้ำให้พุทธบริษัท พิจารณากายคตาสติกัมมัฏฐาน ฐานเป็นที่ตั้งของธรรมทั้งปวง

ถ้าเบื่อหน่ายในกายนี้แล้ว อุปาทานทั้ง ๕
อนิจฺจํ ทั้ง ๕ ทุกขํ ทั้ง ๕ อนตฺตา ทั้ง ๕
วางขันธ์ ๕ ธาตุ ๔ ได้แล้วก็อยู่ใครอยู่มัน
รูปํ อนิจฺจํ เวทนา อนิจฺจา ทุกขํ ทั้ง ๕ อุปาทานทั้ง ๕ ก็ยึดอันนี้แหละ เวทนาเกิดขึ้นก็ยึดอันนี้แหละ ทุกข์ก็เกิดขึ้นที่นี่ สมุทัยก็เกิดขึ้นที่นี่

รู้จักสัจธรรมทั้ง ๔ ยกกายอันนี้แหละขึ้นพิจารณาเป็นฐาน เป็นที่สร้างปัญญา จึงจะรู้แจ้งเห็นจริง ยกกายยกใจ นี้ขึ้น มีเท่านี้แหละ ถ้าสิ่งใดออกไปสู่ภายนอกแล้วเป็นวิชชาภายนอกไป เป็นแผนที่ปริยัติธรรม วางแผนที่แล้ว น้อมเข้ามาสู่กาย น้อมเข้ามาสู่ใจ มีสองอย่างเท่านี้ อย่างอื่นไม่ใช่ทางของมรรคจิต ที่สร้างปัญญาให้เกิดขึ้น

พระธรรมแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ชี้ใส่กายชี้ใส่ใจนี้ นอกจากกายจากใจไปแล้ว มิใช่ทางของอริยมรรค​ ภารา หเว ปญฺจกฺขนฺธา ภาราหาโร จ ปุคฺคโล วางขันธ์ ๕ ธาตุ ๔ แล้วก็รู้แจ้งเห็นจริง อนิจจํ ทั้ง ๕ ทุกขํ ทั้ง ๕ ถ้าเข้าไปยึดไว้เป็นทุกข์ทั้งสิ้น อนตฺตา ทั้ง ๕ ไปยึดเป็นตัวเป็นตน มันก็เป็นทุกข์

เวทนา เวลามันเจ็บมันปวดขึ้นมา ต้องกำหนดให้มันรู้ ทุกขสัจจ มันก็เกิดขึ้น สมุทัยสัจจ มัน
ก็เกิดขึ้น อริยสัจจ ธรรมทั้ง ๔ มันก็เกิดขึ้นที่นี่แหละ​ ทุกข์เกิดขึ้นภายในกาย ถ้ารู้เท่าทันตามความเป็นจริง มันก็ใช้ได้ มันเกิดขึ้นในขันธ์ ๕ ธาตุ ๔ นี้แหละ​ รูปขันธ์แยกออกเป็น ดิน น้ำ ลม ไฟ กำหนดดูในกายนี้แหละ ถ้าออกนอกกายมันกลายเป็นอดีตอนาคตไป อดีตนั้นมันมากมายมาแต่ดึกดำบรรพ์ มันไหลมาสู่ใจ

ปฏิบัติให้รู้แจ้งด้วยตนเอง สวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปตฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญญูหิติ รู้แจ้งเห็นจริง รู้กาย รู้ใจ พระธรรมแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ เกสา โลมา นขา ทนฺตา ตโจ ก็ชี้ลงสู่กายสู่ใจนี้แหละ

ธรรมทั้งหลายไหลมาจากเหตุ เหตุมันเกิดมาจากนี้แหละ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นเหตุแต่ละอย่างๆ​ ศีลปาติโมกข์ หรือปาติโมกขสังวรศีล ก็เอาอินทรีย์ทั้ง ๕ นี้แหละ สำรวมอินทรีย์ ๕ นี้แล้ว ท่านเรียกว่า ปาติโมกขสังวร​ ตา หู จมูก ลิ้น กาย เป็นทางวินัยทั้ง ๕ ขันธ์ ๕ เป็นเปรตเป็นผี ขันธ์ ๕ เป็นไฟไหม้ ถ้าปฏิบัติออกไปจากกายจากใจของเรา ห่างจากทางของมรรคไปเสีย ต้องให้รู้แจ้งในกาย ต้องให้รู้แจ้งในใจ

พิจารณาให้มาก ทำให้มาก อาศัยความเพียรรักษากายของตน ให้เป็นทางสุจริตธรรม รักษาใจของตนให้เป็นทางสุจริตธรรม รักษาวาจาของตนให้เป็นสุจริตธรรม​ กายบริสุทธิ์ วาจาบริสุทธิ์ ใจบริสุทธิ์ อาทิกัลยาณัง ศีลก็บริสุทธิ์ เมื่อศีลบริสุทธิ์สมาธิก็เกิด ภาวนาให้เกิดสมาธิขึ้น มัชเฌกัลยาณัง ปริโยสานกัลยาณัง รู้แจ้งเห็นจริงใน สัจจธรรม

พิจารณากายพิจารณาใจนี้ เมื่อสังขารมันเกิดมันดับเป็น อนิจจํ ทุกฺขํ อนตฺตา มันเกิดอยู่อย่างนั้น มันดับอยู่อย่างนั้น รู้ที่เกิดของธรรม รู้ที่ดับของธรรมแล้วมันก็เข้าที่สงบ เท่านั้น

ปาราชิก ๔ ก็ดี สังฆาทิเสส ๑๓ ก็ดี อนิยต ก็ดี นิสสัคคิย์ปาจิตตีย์ ปาจิตตีย์ ก็ดี มันก็เกิดในทาง ตา หู จมูกลิ้น กาย ของเรานี้แหละ ต้องสำรวมระวังปาติโมกข์ทั้ง ๕ กายก็บริสุทธิ์ วาจาก็บริสุทธิ์ใจก็บริสุทธิ์ เป็นอาทิกัลยาณัง ศีลบริสุทธิ์ สมาธิก็เกิดขึ้น ภาวนากับสมาธิก็อันเดียวกันนั่นแหละ ภาวนา พอจิตสงบลง มันก็เป็นสมาธิ ศีลทำให้สมาธิเกิด ภาวนากับสมาธิก็อันเดียวกันนั่นแหละ ศีล ทำให้สมาธิเกิด เป็น มัชเฌกัลยาณัง พิจารณาเกิด ปัญญารู้แจ้ง เห็นจริง จนบรรลุมรรคผลนิพพาน มันก็เป็น ปริโยสานกัลยาณัง

อย่าไปรู้เพียงแผนที่ ถ้ารู้เพียงแผนที่มักเกิดการทะเลาะวิวาท ต้องน้อมเข้ามาปฏิบัติในกาย วาจา ใจของเราต้องศึกษาให้รู้จักภูมิประเทศคือกายของเรานี้​ รักษาศีล ๕ ประจำ คือ ขาสอง แขนสอง หัวหนึ่ง น้อมเข้ามาหาตัวเรานี้แหละอันนี้แหละคือตัวของศีลแท้ เป็นโลกุตตรศีล หรืออริยกันตศีล ศีลประจำตน ..."
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""
#หลวงปู่แหวน_สุจิณโณ 🙏🙏🙏
วัดดอยแม่ปั๋ง ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว
จังหวัดเชียงใหม่ (พ.ศ.๒๔๓๐ - ๒๕๒๘)
⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️
"... เอากายเป็นมรรค เอากายเป็นผล ผู้ให้ทาน เอาทานเป็นมรรค เอาทานเป็นผล พระธรรมแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ท่านก็บัญญัติชี้ลงสู่กายสู่ใจ เอาอย่างอื่นก็เป็นธรรมเมาไป

"...พระบรมครูของเรา ท่านเห็นว่าสังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง เพราะฉะนั้นท่านจึงสอนให้เราทั้งหลาย ปล่อยวาง เมื่อถึงเวลาส...
15/08/2026

"...พระบรมครูของเรา ท่านเห็นว่าสังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง เพราะฉะนั้นท่านจึงสอนให้เราทั้งหลาย ปล่อยวาง เมื่อถึงเวลาสุดท้ายของทุกคน เพราะว่ามันเอาไปไม่ได้ จำเป็นมันก็ต้องวางอยู่นั่นเองล่ะ แต่เราก็วางมันไว้ก่อนซะ จะไม่ดีกว่าหรือ? เราแบกก็รู้สึกว่ามันหนัก เมื่อมันหนักแล้วเราก็ทิ้งมันซะก่อนจะไม่ดีหรือ?.. จะไปทนแบกมันทำไม..."

หลวงพ่อชา สุภัทโท.

อบรมจริยธรรม
10/08/2026

อบรมจริยธรรม

“ครูบา…ผู้เป็นพระอุปัฏฐาก”เมื่อสิบกว่าปีก่อนนั้น…มีชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งมาขอบวชพระกับหลวงปู่จันทร์เรียน แต่ว่าหลวงปู่ท่านย...
05/08/2026

“ครูบา…ผู้เป็นพระอุปัฏฐาก”

เมื่อสิบกว่าปีก่อนนั้น…มีชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งมาขอบวชพระกับหลวงปู่จันทร์เรียน แต่ว่าหลวงปู่ท่านยังไม่อนุญาตให้บวช และให้ห่มผ้าขาวไปก่อน ทุกคนที่มาวัดเลยเรียกท่านว่า ”พ่อออก“

แต่เรื่องที่สำคัญ คือ พ่อของท่านคัดค้านไม่ยอมให้ท่านบวช…แต่แม่ของท่านใจดี ตามใจลูก

พอใกล้เวลาจะบวชพระแล้ว พ่อออกก็มาหาคุณป้าท่านหนึ่ง (ซึ่งเป็นลูกศิษย์เก่าแก่) ที่โรงครัว และบอกกับคุณป้าว่า…พ่อของท่านไม่ยอมให้ท่านบวช และหลวงปู่ท่านก็บอกกับพ่อออกว่า
”ถ้าพ่อไม่อนุญาต ลูกชายก็จะบวชพระไม่ได้“

คุณป้าจึงขึ้นถ้ำไปคุยกับพ่อของท่าน โดยที่หลวงปู่ท่านได้พูดนำก่อน…แล้วคุณป้าก็พูดกับพ่อของพ่อออกตามที่หลวงปู่ท่านพูด

หลวงปู่บอกว่า…เขา (พ่อของพ่อออก) เป็นคนที่มีบุญมากที่ได้ลูกชายดี มีความตั้งใจอยากมาบวชเป็นพระในพระพุทธศาสนานี้…บุญที่ลูกบวชเป็นพระ ถ้าพ่อแม่อนุโมทนาบุญด้วยก็จะได้บุญมาก ร่างกายของลูกชายเป็นของพ่อครึ่งหนึ่ง และเป็นของแม่ครึ่งหนึ่ง…พ่อแม่อยู่ประเทศญี่ปุ่นแค่ “สาธุ” ก็ได้บุญมากแล้ว

ลูกชายตั้งใจอยากบวชพระ…คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องยินดีกับลูก เพราะลูกได้เดินตามทางของพระพุทธเจ้า “หนทางแห่งความพ้นทุกข์”

แม่ของพ่อออกน้ำตาไหลเลย ส่วนพ่อกว่าจะยินยอมได้ ก็ทำเอาคุณป้าที่คอยลุ้นอยู่ใจหายใจคว่ำ…สุดท้ายพ่อออกก็ได้บวชเป็นพระสมใจของท่าน

******

สมัยก่อน เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว…ถ้าใครมาวัดถ้ำสหายฯ ก็จะเห็นพ่อออกชาวญี่ปุ่นนุ่งขาวห่มขาวอยู่ที่วัดท่านหนึ่ง…ทุกคนจะเห็นว่าท่านขยันมาก ล้างครัว ล้างจาน เก็บกวาดทำความสะอาดทุกสิ่งทุกอันอย่างเรียบกริบ

ก่อนจะบวชนั้น…หลวงปู่ท่านได้เตรียมเครื่องบวชอัฐบริขารให้พ่อออกด้วยตัวของท่านเองเลย และหลังจากบวชแล้ว ครูบาก็ได้เป็นพระอุปัฏฐากขององค์หลวงปู่ตั้งหลายปี จนเกิน 5 ปีแล้ว ท่านถึงได้ออกไปจำพรรษาที่วัดอื่น และยังไม่ได้กลับมาที่วัดถ้ำสหายฯอีก…ญาติโยมทุกคนที่เคยรู้จักท่าน ก็ยังคงระลึกถึงท่านเสมอ

ครูบาท่านเป็นแบบอย่างของพระอุปัฏฐากที่ดีพร้อมและงดงาม…ท่านเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา อ่อนน้อมถ่อมตน และเคร่งครัดในพระธรรมวินัย…ญาติโยมที่มานอนวัดและขึ้นไปนั่งภาวนาที่หอภาวนา ทุกคนจะเห็นเสมอว่า ท่านมุ่งมั่นภาวนามาก และนั่งภาวนาทีคราวละหลายๆชั่วโมง

หลวงปู่จันทร์เรียนเคยเทศน์พ่อแม่ที่อยากจะเอาลูกมาบวชที่วัดว่า

“พาลูกมาบวช ถ้าลูกทำไม่ได้*…ก็เท่ากับพาลูกมาบาป”

*น่าจะหมายถึงว่า…พระที่บวชแล้วทำตามพระธรรมวินัยไม่ได้

เหมือนที่หลวงปู่ท่านกล่าวถึงหลวงตามหาบัวไว้ว่า หลวงตาท่านสอนว่า

“งานของพระ คือ เดินจงกรม ภาวนา“

หลวงปู่มหาบุญมี สิริธโร ท่านก็เคยเทศน์สอนพระไว้ว่า

”พระที่บวชมาแล้ว ไม่ประพฤติปฏิบัติตนให้ดี…ข้าวที่ญาติโยมเขานำเอามาถวายให้ฉันนั้น ก็เท่ากับกลืนก้อนถ่านร้อนๆเข้าไป“

เราขออนุโมทนาบุญกับพระภิกษุทุกรูปที่ได้เพียรประพฤติปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดตามพระธรรมวินัย…สมกับที่ได้สละโลกเพื่อมาเป็นพระบุตรของพระพุทธเจ้า เป็นไปเพื่อความหลุดพ้นอันเป็นที่สุด 🙏

#เล่าสู่กันฟัง
#บวชพระ
#ธรรมะของพ่อแม่ครูบาอาจารย์

•••กุฏิพระและทางเดินจงกรมในวัดถ้ำสหายฯ

 #สามเณรระลึกชาติ" “นี่สามเณรที่ระลึกชาติเล่าให้เราฟังในวันเผาศพหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สามเณรแกไม่อยากเล่าเรื่องที่แกระลึ...
31/07/2026

#สามเณรระลึกชาติ"

“นี่สามเณรที่ระลึกชาติเล่าให้เราฟังในวันเผาศพหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สามเณรแกไม่อยากเล่าเรื่องที่แกระลึกชาติได้ แกบอกว่าถ้าเล่าให้ใครฟังทีไร เป็นไข้ทุกที แกว่าอย่างนั้นนะ แกเข็ด พอเล่าเรื่องชาติหลังย้อนหลังแล้วเป็นไข้ทุกทีไม่เคยพลาด ที่นี่เราอยู่กับสามเณร เอ้า! เราบอก คราวนี้ไม่ให้ไข้ เราก็ว่าอย่างนั้นแหละ เอ้า! เล่ามาให้หมดนะคราวนี้ เรารับรองว่าไม่ให้เป็นไข้ แกก็มาเล่ากับเรานี่ ไม่เป็นไข้ แล้ว ก็ไม่เป็นไข้จริงๆนะ แปลกอยู่นะ สามเณรเล่ากับเราหนเดียว กับเรารายเดียวนี่ไม่เป็นไข้ พอมาถึงเราก็ซักถามกันถึงเรื่องตายแล้วไปไหน

แกเล่าว่า ตอนนั้นเป็นพระ ไปภาวนาในป่า พอดีมาเป็นไข้ป่าตาย พอตายแล้ว แกก็แบกกลดสะพายบาตร ยืนดูเขาเผาศพตัวแกเอง คนมากันเต็มหมด มาเผาศพแก แกก็ยืนดูศพแกอยู่ สะพายบาตรแบกกลดอยู่ดูเขาเผาศพแกเอง เขาไม่สนใจกับแกเลย คนเป็นร้อยๆ เต็มอยู่นั่น เขาไม่สนใจกับแกสักคนเดียวเลย ยืนดูเขาเอาศพของแกไป พอเผาเสร็จแล้วแกก็เดินออกไปทางด้านตะวันออก ศพแกนี่ถูกเผาเป็นเถ้าเป็นถ่านขนาดนี้แล้วจะหวังเอาอะไรอีก แกก็เดินจากไปแล้ว ไม่ห่วงใยแล้ว แล้วก็เดินไปเรื่อย พอเดินมาถึงศาลาใหญ่หลังหนึ่ง ศาลานั้นใหญ่มากทีเดียว นี่เห็นมั๊ย สามเณรนี้เล่าให้ฟังนะ

คนตายแล้ว ไปไหนกัน คนตายแล้วก็จะไปรวมกันศาลาใหญ่หลังหนึ่ง ศาลาหลังนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ยมบาลอะไรเหล่านี้เต็มอยู่นั่น มีสมุดบัญชีเป็นสองกอง กองใหญ่เบ้อเร่อเทียว กองหนึ่งเล็ก แล้วกองหนึ่งใหญ่ กองใหญ่สำหรับบัญชีคนทำชั่ว กองเล็กสำหรับบัญชีคนทำดี พวกนักโทษเยอะ นักโทษนี่ทำกรรมหนัก ทำกรรมเบา กรรมอะไรก็ตาม เขาแยกไว้เป็นประเภทๆ เต็มศาลา

ทีนี้ยมบาลเขาจะเรียกชื่อ พอเรียกชื่อนายนั้นๆ เรียกชื่อปั๊บต้องมาถึงปุ๊บเลย อำนาจแห่งกรรมมันบีบบังคับขนาดนั้น จะอืดอาดไม่ได้ พอเรียกชื่อปั๊บจะมาปุ๊บๆเลย มีกี่คนโทษประเภทนี้ ยมบาลจะเต็มศาลา แต่จะมีหัวหน้ายมบาล ๒นายเท่านั้นแหละ หัวหน้ายมบาลน่ากลัวมากนะ นายหนึ่งนำหน้า นายหนึ่งตามหลัง พอเรียกชื่อเสร็จแล้วก็ไล่ลงไล่ลง พวกนี้ลงไปแล้วก็เรียกพวกนั้นมาอีกเป็นคณะๆ จนกระทั่งหมด

พอลงไปหมดแล้วก็ยังเหลือแต่ยายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ศาลานั่น ยายคนนั้นเป็นคนเหมือนคนวัดเรานี่แหละ เหมือนคนแต่งตัวไปวัดเรานี่ไปถือศีลปฏิบัติธรรม มีผ้าเฉวียงบ่านุ่งผ้าซิ่นเราธรรมดาแต่งตัวไปวัดนี่ ยายแกนั่งอยู่ทางโน่น ยมบาลเขาเรียกยายว่าคุณแม่นะ สำหรับยายคนนี้ ยมบาลเขาเรียกคุณแม่ นอกนั้นเขาเรียกนายนั้นนายนี้ๆ ลงเลยๆ นี่เขาเรียกยายที่ปฏิบัติธรรมว่าคุณแม่

พอพวกนักโทษที่ทำบาปกรรมลงจากศาลาไปหมดแล้ว ยมบาลเขาเรียกเชิญคุณแม่มาที่นี่ ถ้าคุณแม่อยากไปสวรรค์ให้ลงที่นี่เลย คุณแม่จะไปสวรรค์ชั้นไหนให้ลงไปทางนี้ แล้วจากนั้นก็มีรถที่จะมารับคุณแม่ จะเป็นรถ ลงไปจอดที่สระน้ำนี้ แล้วคุณแม่ก็ไปเปลื้องผ้านี้ออก ลงจากสระนี้แล้วก็เดินบุกน้ำไป รถจะมาทางฟากสระน้ำทางนั้น แล้วคุณแม่ก็ขึ้นรถ รถจะประดับตบแต่งใหม่หมด เครื่องประดับประดาตบแต่งเขาจัดเอามาพร้อมรถเลย พอคุณแม่ไปแล้วลงน้ำนี่ปั๊บ รถก็เป็นรถทิพย์เลย ก็ลอยขึ้น เขาก็เชิญเลย จูงขึ้น แต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็เหาะบึ่งขึ้นเหมือนสำลี รถทิพย์ รถทิพย์พูดอะไรพูดไม่ได้แต่มันประจักษ์กับตาอยู่ว่างั้น เป็นสีงามอร่ามตาอะไรนี้เราพูดไม่ถูก รถทิพย์ แต่ก็ไม่ได้ถามว่ารถทิพย์นี้มาจากสวรรค์ชั้นไหนจะไปชั้นไหน เป็นแต่เพียงว่ายายคนนี้ลงรถแล้วก็กลายเป็นผู้หญิงสาวสวยสะอาดสะอ้านจะได้ขึ้นไปสวรรค์ จากนั้นรถทิพย์ก็เหาะไป

ยังเหลือแต่พระภิกษุรูปเดียวที่ยืนอยู่ตรงนั่นนะสิ คือพระที่ตายไป เจ้าหน้าที่ยมบาลเหล่านั้นเขาก็ไม่ได้มาสนใจกับพระภิกษุรูปนี้ พอเขาส่งยายคนนั้นเสร็จแล้วเขาก็ทำงานของเขาอยู่บนโต๊ะ

แล้วพระภิกษุก็ถามยมบาลว่า “จะให้อาตมาไปไหน ไม่เห็นเรียกชื่ออาตมาเลย”

ยมบาลพูด “โห ท่านน่ะ ถ้าตั้งใจจะไปเกิดเมืองมนุษย์ก็ให้เดินกลับหลัง เดินย้อนหลังไปทางนี้ ถ้าท่านจะไปสวรรค์ก็ให้ลงไปนี้ ท่านไปได้ทั้งไปสวรรค์ ไปได้ทั้งเมืองมนุษย์ ถ้าท่านจะไปสวรรค์ก็ให้ลงนี้ เหมือนกับยายคนนั้นลงแล้วรถทิพย์จะมารับเอง”

“อาตมาเองไม่ได้ปรารถนาที่จะไปสวรรค์หรือเมืองมนุษย์ อาตมาไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ อาตมาหิวน้ำ อาตมาจะไปหาน้ำ อาตมาจะฉันน้ำก่อน” แล้วก็ลงจากนั้นก็เดินเรื่อยไปๆ เดินมาจนถึงบ้านหลังหนึ่ง บ้านนี้อยู่ริมทุ่งนา ถามเขาว่า อาตมาขอบิณฑบาตฉันน้ำได้มั๊ย เขาก็บอกว่าให้ท่านเดินต่อไปอีกบ้านหลังหนึ่ง เขาจะตักน้ำเตรียมใว้ให้ ให้ท่านเดินไปที่นั่นไปรออยู่บ้านหลังนั้น เขาชี้บอกเห็นบ้านชัดๆ อยู่บ้านหลังนั้น บ้านหลังนั้นจะเกิดเข้าใจหรือเปล่า พอเดินไปถึงที่นั่น จะตักน้ำมาฉัน ก็รู้สึกเคลิ้มๆจะหลับ รู้สึกเหนื่อยเพลียมาก เคลิ้มๆ แล้วหลับไปเลย เลยยังไม่ทันได้ฉันน้ำ

พอตื่นขึ้นมาที่ไหนได้ เกิดแล้ว รู้สึกตัวก็ขยับอะไรไม่ได้ มาเกิดในท้องคน พอเป็นเด็กโตขึ้นหน่อยก็ไม่ยอมใส่เสื้อผ้า ไปหาเศษผ้ามาห่ม ผ้าสีเหลืองนะ แล้วพอพูดได้ก็บอกคนนั้นไม่ใช่พ่อ คนนี้ไม่ใช่แม่ พ่อแม่อยู่หมู่บ้านนั้น ตำบลนั้น บ้านเดิมอยู่บ้านโคกเลาะ เขาพูดชื่อสถานที่ถูกหมดนะ พอโตขึ้นแกก็บวชเป็นสามเณร เห็นมั๊ยสามเณรระลึกชาติ

#เล่าโดย_หลวงตามหาบัว_ญาณสัมปันโน

“ ความจริงแล้วพระพุทธองค์ไม่ได้สอนให้ปฏิเสธเรื่องภูติผี และวิญญาณต่างๆ  สิ่งเหล่านี้มีจริง แต่ไม่ใช่สิ่งที่เราจะมากราบไห...
31/07/2026

“ ความจริงแล้วพระพุทธองค์ไม่ได้สอนให้ปฏิเสธเรื่องภูติผี และวิญญาณต่างๆ สิ่งเหล่านี้มีจริง แต่ไม่ใช่สิ่งที่เราจะมากราบไหว้ ยึดถือเป็นสรณะ

พระพุทธองค์สอนให้เรารู้จักพึ่งตนเอง และยึดถือพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นที่พึ่งสูงสุด เรามีที่พึ่งสูงสุดดังนี้แล้ว คนเราก็ยังหลงงมงายต่อการกราบไหว้ อ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากภูติผีปีศาจ

ทั้งนี้ก็ด้วยความหลงผิด ความไม่รู้ และความไม่เชื่อมั่นในตนเอง ยิ่งกว่านั้นยังมีผู้ที่ได้ประโยชน์จากการหลงผิดเหล่านี้ของประชาชน ได้พยายามเน้นย้ำให้ประชาชนหลงงมงายมากยิ่งขึ้น “

โอวาทธรรม หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม
วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา

วันอาสาฬหบูชา สวดมนต์ทำวัตรเจริญพระกรรมฐาน เวียนเทียน
30/07/2026

วันอาสาฬหบูชา สวดมนต์ทำวัตรเจริญพระกรรมฐาน เวียนเทียน

29/07/2026

ขอเชิญร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็น
และเวียนเทียนวัน อาสาฬหบูชา
เวลา 18.30 น ณ.วัดท่าโป่งพุทธาราม

ทำบุญวันอาสาฬหบูชา
29/07/2026

ทำบุญวันอาสาฬหบูชา

Address

วัดท่าโป่งพุทธาราม
Petaling Jaya
72240

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when วัดท่าโป่งพุทธาราม posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

Share