15/10/2023
นี่คือคำเทศนาของเรา ซึ่งประกาศในวันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม
ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง การแบ่งแยก และความตึงเครียดในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์บริเวณฉนวนกาซา ซึ่งมีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
ในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนี้ ขอให้เราหันไปหาพระวาจาของพระเยซูคริสต์ เกี่ยวกับคำอุปมาเรื่องพิธีสมรส ซึ่งเราได้ฟังไปแล้วในวันนี้ ให้พระวาจาส่องสว่างให้เรามองเห็นทางไปสู่สันติภาพและการคืนดี สำหรับคนทั่วๆไปที่ติดร่างแหเข้าไปในความขัดแย้งนี้ก็คงไม่หวังอะไรมากไปกว่าสันติภาพ แม้ว่าความขัดแย้งนี่จะยุ่งยากซับซ้อน มีผู้อ้างสิทธิมากหน้าหลายตา เกี่ยวพันถึงประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์อันยาวนานจนมองแทบไม่เห็นข้อสรุปก็ตาม
นิทานอุปมาเล่าถึงงานเลี้ยงที่จัดเตรียมโดยพระราชาซึ่งหมายถึงแผนการที่จัดเตรียมโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อเราเผชิญกับความขัดแย้งที่ยุ่งยากและยืดเยื้อ เราไม่ควรดูเบาพลังอำนาจของความเชื่อ การอธิษฐาน และการแสวงหาแผ่นดินสวรรค์ สิ่งเรานี้จะนำเราแต่ละคนไปสู่ทางออกของ
ความเชื่อที่เรายึดถือคือการแสวงหาพระเจ้า แสวงหาการทรงนำในทุกมิติของการดำเนินชีวิต ในความขัดแย้งของอิสราเอลและปาเลสไตน์ เราควรจะหมั่นอธิษฐานภาวนาเพื่อสันติภาพ สวัสดิภาพของทุกๆคนที่ได้รับผลกระทบ และเพื่อสติปัญญาแก่ผู้นำทั้งหลาย ความเชื่อจะเป็นรากฐานของการคืนดีและการเยียวยา
พระกิตติคุณเน้นย้ำถึงความเสมอภาคของมนุษย์อย่างมาก เห็นได้จากการที่นิทานอุปมากล่าวถึงพระราชาซึ่งเชิญทุกคนมาร่วมงานเลี้ยงโดยไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ การยอมรับดังนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญแก่ความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ พระราชาผู้ซึ่งพยายามจะเชิญแขกมาให้เต็มโถงงานเลี้ยงหมายถึงการแสวงหาจุดยืนที่ทั้งสองฝ่ายคู่ขัดแย้งมีร่วมกัน การหาจุดยืนร่วมกันจะนำไปสู่ทางออก
ในฐานะคริสตชนไม่ว่าราจะเรียกตัวเองว่ามาจากคณะนิกายใดๆก็ตาม หรือแม้แต่จะเรียกตัวเองอย่างง่ายๆว่าเป็นลูกพระเจ้าก็ได้ สุดท้ายแล้วเราก็มีหน้าที่ที่จะยืนยันในศักดิ์ศรีของคนทุกคนว่าเป็นคนที่พระเจ้ารัก และดำรงชีวิตอยู่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
นักบุญออกัสตินได้เน้นย้ำในงานนิพนธ์ของท่านถึงการการคืนดีและความสามัคคี ท่านเตือนให้เราดำรงชีวิตอยู่เพื่อสันติภาพและความเข้าใจซึ่งกันและกัน นำผู้ที่ขัดแย้งมาคืนดี สร้างสะพาน ไม่ใช่สร้างกำแพง
พระกิตติคุณในวันนี้พยายามจะบอกเราให้เรารีบตอบรับคำเชิญของพระเจ้าอย่างเร่งด่วน ว่าเราควรจะลงมือสร้างสันติภาพอย่างเร่งด่วน คืนดีอย่างเร่งด่วน ยิ่งเรากระทำการล่าช้าเท่าไหร่ก็ยิ่งเกิดการสูญเสียมากขึ้นเท่านั้น และสูญเสียในทุกๆฝ่ายๆ เราเองก็ได้เห็นกันมานานมากพอแล้ว
นักบุญจอห์น คริสตอสตอม เป็นคริสตชนที่มีความเป็นเลิศในเรื่องการให้และความเมตตากรุณา ท่านเชื่อว่าการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากอย่างเร่งด่วนเป็นการกระทำตามแบบอย่างความรักของพระเจ้า ความเร่งด่วนนี้ควรจะแสดงออกมาในรูปของการพูดคุย ต่อรอง และกิจการทางการทูตต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ความหวังดูริบหรี่ เสื้อผ้างานสมรสในนิทานอุปมานั้นก็หมายถึงความชอบธรรม หมายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงจิตใจให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น การจะนำพระธรรมข้อนี้ไปใช้ไม่น่าเป็นเรื่องยาก ไม่ว่าเราจะอยู่ฝ่ายใด
ความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวเป็นการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างหนึ่ง แต่ทั้งผู้นำและปัจเจกบุคคลต่างๆก็จำเป็นที่จะต้องละทิ้งหนทางเก่าและโอบรับหนทางใหม่ซึ่งจะนำไปสู่การคืนดีด้วย ยิ่งเรายึดมั่นในทางของตัวเองมากเท่าไหร่ สันติภาพก็ยิ่งล่าช้าออกไปอีกเช่นกัน
ตอนจบของนิทานอุปมาเล่าถึงผลของการปฏิเสธคำเชิญของพระเจ้า ในความขัดแย้ง ทุกๆการกระทำย่อมให้ผลลัพธ์ในทางหนึ่ง ดังนั้นทุกๆฝ่ายควรจะพิจารณาถึงผลที่ตามมาของการกระทำของตัวเอง ทั้งต่อตัวเองและต่อผู้อื่น กระกระทำย่อมให้ผลและสุดท้ายความจริงก็จะเป็นที่ประจักษ์ในที่สุด
ความรุนแรงและความขัดแย้งอาจนำไปสู่ความยากลำบากของทั้งสองฝ่าย ดังนั้นเราควรจะแสวงหาสันติภาพเพื่อให้เรามีความหวังสำหนับอนาคตที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น
ขอให้ความมุ่งมั่นที่จะติดตามรับใช้พระเจ้าในฐานะคริสเตียนนำเราในการประกาศซึ่งความรัก ความเข้าใจ ยืนยันในศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคนที่เผชิญกับความยากลำบากจากความขัดแย้ง ขอให้เราอธิษฐานเพื่อสันติภาพในดินแดนที่กำลังขัดแย้ง ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจ ให้งานเลี้ยงของพระเจ้าที่เป็นสัญลักษณ์ของการกลับคืนดีกลายเป็นความจริงแก่ประชาชนชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์ ให้ความรักและสันติสุขมีชัยเหนือความขัดแย้งและความเกลียดชัง ให้ประโยชน์มีกับประชาชนทุกๆฝ่ายไม่ว่าจะชนชาติใดก็ตาม อาเมน