Catholic Youths Udon Thani Diocese

Catholic Youths Udon Thani Diocese เยาวชนคาทอลิกสังฆมณฑลอุดรธานี

30/04/2026
28/04/2026

ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย
ที่ สสท. 043/2026
เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการปกป้องคุ้มครองผู้เยาว์และผู้เปราะบาง

พระศาสนจักรคาทอลิก ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการป้องกันและต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์และผู้เปราะบาง บนพื้นฐานของการเคารพในสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน โดยตอบรับแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ด้วยความร่วมมือของบุคลากรทุกฝ่ายของพระศาสนจักร ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้เยาว์และผู้เปราะบาง

สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย จึงขอประกาศแต่งตั้ง “คณะกรรมการปกป้องคุ้มครองผู้เยาว์และผู้เปราะบาง” โดยมีหน้าที่ในการออกแนวทาง วางกรอบการดำเนินงาน ให้คำแนะนำ และร่วมก้าวเดินไปด้วยกันกับทุกหน่วยงานของพระศาสนจักรอย่างมีประสิทธิภาพและด้วยความรอบคอบ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีส่วนบุคคลและความยุติธรรมเป็นหลัก ร่วมกับคณะกรรมการสมณองค์กรเพื่อการปกป้องคุ้มครองผู้เยาว์ (Pontifical Commission for the Protection of Minors) แห่งสันตะสำนัก โดยคณะกรรมการปกป้องคุ้มครองผู้เยาว์และผู้เปราะบาง มีรายนามดังต่อไปนี้

1. บิชอป ซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี ประธานกรรมการ
2. บาทหลวงสักรินทร์ ศิรบรรเทิง (เขตอัครศาสนปกครองกรุงเทพฯ) กรรมการ
3. บาทหลวงอานุภาพ วงษ์แก้ว (เขตศาสนปกครองจันทบุรี) กรรมการ
4. บาทหลวงชิตพล แซ่โล้ว (เขตศาสนปกครองราชบุรี) กรรมการ
5. บาทหลวงสมชาย หมอกครบุรี (เขตศาสนปกครองนครราชสีมา) กรรมการ
6. เซอร์มารี อักแนส บัวทรัพย์ (คณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร) กรรมการ
7. ซิสเตอร์จันทนา จันทร (คณะภคินีศรีชุมพาบาล) กรรมการ
8. อาจารย์นริศ มณีขาว (นักจิตวิทยาแนะแนวและนักฝึกอบรม) กรรมการ
9. รองศาสตราจารย์ ดร. รัตติกรณ์ จงวิศาล (นักจิตวิทยาองค์กร) กรรมการ
10. คุณภาคย์ ฉัตรภูมิรุจี (ทนายความด้านกฎหมายเด็กและเยาวชน) กรรมการ
11. คุณอนวัช มาลาวาลย์ (ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย) กรรมการ
12. บาทหลวงสุวัฒน์ เหลืองสอาด (รองเลขาธิการสภาฯ) เลขานุการ
13. ซิสเตอร์มารีย์รักษ์ ไกรทองสุข (ผู้ช่วยเลขาธิการสภาฯ สำนักเลขาธิการ) ผู้ช่วยเลขานุการ

ทั้งนี้ คณะกรรมการปกป้องคุ้มครองผู้เยาว์และผู้เปราะบาง มีวาระการดำเนินงาน วาระละ 3 ปี

ประกาศ ณ วันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 2026

(อาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)
ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

28/04/2026
23/04/2026

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ชี้แสงสว่างที่เจิดจ้าที่สุดคือแสงจากดวงตาและรอยยิ้มของเยาวชน ซึ่งเป็นประจักษ์พยานว่าพระเยซูคือความสุขและความหมายของชีวิต

➡️ ทรงให้กำลังใจเยาวชนที่รู้สึกว่าพระเจ้าเรียกให้มาเป็นนักบวชติดตามพระองค์ พร้อมย้ำ พระเจ้าจะตอบแทนร้อยเท่าและชีวิตนิรันดร

➡️ ทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของครอบครัวว่าเป็นรากฐานของการเติบโต พร้อมเชิญชวนผู้เตรียมตัวรับศีลแต่งงานให้มองการแต่งงานเป็นหนทางแห่งความรักที่แท้จริง

________

ช่วงเย็นของวันพุธที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 เสด็จไปพบปะเยาวชนและครอบครัวคาทอลิกที่สนามกีฬาเมืองบาตา ประเทศกินีอิเควทอเรียล ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงและการเต้นรำของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเยาวชนแต่ละกลุ่มนำสิ่งของในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นไม้เท้า ตาข่าย แบบจำลองเกาะ เรือ หรือเครื่องดนตรี มาแสดงออกถึงเอกลักษณ์และคุณค่าของประเทศตน

สำหรับใจความสำคัญของสิ่งที่พระสันตะปาปาตรัสกับพวกเขา Pope Report สรุปประเด็นมาให้ดังนี้

1. แสงสว่างที่เจิดจ้าที่สุดคือดวงตาและรอยยิ้มของพวกลูก

พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการถามฝูงชนอย่างเป็นกันเองว่า “ใครกลัวฝนบ้าง ใครต้องการพระพรจากพระเจ้าบ้าง ขอบคุณที่มาอยู่ที่นี่ เรามาเฉลิมฉลองกันต่อเถอะ ศาสนจักรต้องการความกระตือรือร้นของพวกลูกทุกคน”

“แสงสว่างที่เจิดจ้าที่สุดในที่นี้คือแสงจากดวงตาของพวกลูก จากใบหน้า จากรอยยิ้ม จากบทเพลงและการเต้นรำ ทุกสิ่งล้วนเป็นประจักษ์พยานว่าพระคริสต์คือความสุข ความหมาย แรงบันดาลใจ และความงดงามของชีวิตเรา” พระสันตะปาปาตรัสกับทุกคน

2. คำสอนจากอดีต ยังคงเป็นแสงนำทาง

พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึง “อลิเซีย” หญิงสาวที่พูดถึงความสำคัญของการซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และการทำงานเพื่อครอบครัว

พระสันตะปาปาชาวอเมริกันตรัสว่า “อลิเซียได้พูดกับเราถึงความสำคัญของการซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของตน และการมีส่วนร่วมเพื่อความดีของครอบครัวและสังคมด้วยการทำงานในแต่ละวัน เธอได้แบ่งปันความฝันของเธอเกี่ยวกับดินแดนที่เยาวชนทั้งชายและหญิง ไม่แสวงหาความสำเร็จที่ได้มาง่ายๆ แต่เลือกวัฒนธรรมแห่งความพยายาม ความมีระเบียบวินัย การทำงานที่ทำออกมาได้ดี”

นอกจากนี้ บิช็อปแห่งกรุงโรมยังตรัสถึงคำสอนของ พระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่ 2 ว่า “พระสันตะปาปา นักบุญ จอห์น พอล ที่ 2 ทรงย้ำเตือนพวกเขาเมื่อครั้งเสด็จมาถึงประเทศนี้ พระองค์ตรัสกับสัตบุรุษที่มาต้อนรับว่า ‘จงเป็นแบบอย่างของความสามัคคีในหมู่พวกท่าน ... จงเคารพและส่งเสริมศักดิ์ศรีของทุกคนในประเทศของพวกท่าน ในฐานะมนุษย์และในฐานะบุตรของพระเจ้า’”

3. ถ้ารู้สึกว่าพระเจ้าเรียกให้เป็นนักบวช อย่ากลัวที่จะตอบรับ

พระสันตะปาปากล่าวถึงประจักษ์พยานของฟรานซิสโก้ มาร์ติน เยาวชนที่กำลังฝึกอบรมเตรียมเป็นนักบวช ซึ่งแบ่งปันถึงความยากลำบากก่อนจะพบความสงบสุข

พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่ยนตรัสว่า “ฟรานซิสโก้ มาร์ติน... ไม่ได้ปิดบังว่าเขาต้องดิ้นรนเพื่อหาความกล้าที่จะกล่าวคำว่า ‘ครับ’กับพระเจ้า แต่ในถ้อยคำของเขา เราทุกคนเข้าใจได้ว่าการมอบตัวเราไว้กับความต้องการของพระเจ้า พระองค์จะมอบความชื่นชมยินดีและความสงบสุขอย่างลึกซึ้ง ชีวิตที่อุทิศแด่พระเจ้าคือชีวิตที่มีความสุข”

“หากพวกลูกรู้สึกว่าพระคริสต์กำลังเรียกพวกลูกให้ติดตามพระองค์ในหนทางแห่งการอุทิศตนเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสงฆ์ ซิสเตอร์ นักบวชชายหญิง หรือครูคำสอน อย่ากลัวที่จะก้าวเดินตามพระองค์ พวกลูกจะได้รับผลตอบแทนร้อยเท่าและชีวิตนิรันดร” พระสันตะปาปา ตรัส

4. ครอบครัวคือรากฐานของชีวิต

ต่อมา พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึง “ปูริฟิก้า ซิออน” และ “ไฆเม่ อันโตนิโอ” ตัวแทนครอบครัว

พระสันตะปาปาตรัสว่า “พ่ออยากจะเชิญชวนทุกคนให้มอบตัวเราไว้กับพระเจ้า เพื่อครอบครัวของพวกเราจะสามารถเติบโตในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ต้อนรับชีวิตในฐานะของขวัญที่ต้องปกป้อง”

“พระสันตะปาปา ฟรานซิส ได้ฝากถ้อยคำที่งดงามมากในเรื่องนี้ไว้ให้เรา พระองค์ตรัสกับเราว่า ‘คู่สามีภรรยาที่รักและให้กำเนิดชีวิตคือประติมากรรมที่มีชีวิตอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นถึงพระเจ้าผู้ทรงสร้างและผู้ทรงกอบกู้’” พระสันตะปาปาเลโอ กล่าวย้ำ

สำหรับผู้เตรียมตัวรับศีลแต่งงาน พระสันตะปาปาชาวอเมริกันตรัสว่า “การเป็นคู่สมรสและพ่อแม่คือพันธกิจที่น่าตื่นเต้น เป็นพันธสัญญาที่ต้องดำเนินชีวิตวันต่อวัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายค้นพบความใหม่ในกันและกันอยู่เสมอ เป็นผู้ร่วมสร้างปาฏิหาริย์แห่งชีวิตร่วมกับพระเจ้า และเป็นผู้สร้างความสุขให้แก่ตนเองและบุตรหลาน”

5. การเคารพชีวิตและความรักที่เปลี่ยนแปลงโลก

ตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงตอบกลับการแบ่งปันความเชื่อของ “บิกตอร์ อันโตนิโอ” เด็กชายวัย 13 ปี ซึ่งเป็นลูกของแม่เลี้ยงเดี่ยว

พระสันตะปาปา ตรัสว่า “บิกตอร์ อันโตนิโอ เตือนเราว่าการต้อนรับชีวิตต้องอาศัยความรัก ความมุ่งมั่น และการดูแลเอาใจใส่ ... ขอให้เราปลูกฝัง ดำเนินชีวิตตาม และเป็นประจักษ์พยานถึงคุณค่าเหล่านี้ แม้ว่าการทำเช่นนั้นจะต้องเสียสละ หรือเมื่อการตัดสิน อคติ และแบบแผนทางความคิดพยายามที่จะลดทอนคุณค่าของสิ่งเหล่านั้น”

“แสงสว่างแห่งความเมตตาและความรัก ซึ่งได้รับการปลูกฝังในบ้านและดำเนินชีวิตในความเชื่อ สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างแท้จริง ... ขอให้เราร่วมกันทำให้สิ่งนี้เป็นความตั้งใจที่แน่วแน่ เป็นความมุ่งมั่นที่ชื่นชมยินดี เพื่อที่พระคริสต์ จะสามารถนำทางเราทุกคนไปสู่อนาคตแห่งความหวัง” พระสันตะปาปาตรัสท่ามกลางความประทับใจของทุกคน

23/04/2026
21/04/2026

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ประกาศเรียกประชุมคณะคาร์ดินัลในวันที่ 26-27 มิถุนายนนี้ เพื่อสานต่องานและไตร่ตรองแนวทางของศาสนจักร

➡️ ทรงชี้ ศาสนจักรต้องเปลี่ยนจากการอภิบาลแบบตั้งรับไปสู่การทำพันธกิจ โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและต้อนรับทุกคน

➡️ ทรงย้ำ พันธกิจของเราคือสื่อสารความรักของพระเยซู ไม่ใช่บังคับคนเปลี่ยนศาสนา อย่าทำงานแบบองค์กรทางโลกที่เอาแต่จ้องจะรักษาสถานภาพและขยายอำนาจของตัวเอง

➡️ ทรงสอน แม้เราจะอยู่ในศาสนจักรที่เป็นคนกลุ่มน้อย แต่ศาสนจักรก็ถูกเรียกร้องให้ดำเนินชีวิตด้วยความกล้าหาญในฐานะฝูงแกะเล็กๆ ที่นำความหวังมาสู่ทุกคน

__________

พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงส่งจดหมายถึงบรรดาคาร์ดินัล เพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับการเข้าร่วมการประชุมคณะคาร์ดินัลเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา พร้อมประกาศแจ้งกำหนดการประชุมคณะคาร์ดินัลครั้งต่อไปในปลายเดือนมิถุนายน 2026 และทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำพันธกิจตามแนวทางของสมณสาส์นเตือนใจ Evangelii Gaudium (ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร)

สำหรับเนื้อหาและบทแบ่งปันที่พระสันตะปาปาตรัส Pope Report สรุปประเด็นหลักมาให้ดังนี้

1. เรียกประชุมคณะคาร์ดินัล 26-27 มิถุนายน 2026

ประเด็นสำคัญที่สุดในจดหมายฉบับนี้คือ พระสันตะปาปาทรงขอบคุณบรรดาคาร์ดินัล พร้อมทั้งประกาศแจ้งกำหนดการประชุมล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม

“พ่อขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับการรับใช้และบทบาทของพวกท่านที่มีต่อชีวิตของศาสนจักร สำหรับการประชุมคณะคาร์ดินัลครั้งต่อไป ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ถึง 27 มิถุนายน จะมีการแจ้งข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมในเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยในการเตรียมการที่จำเป็น” พระสันตะปาปาตรัส

2. เราต้องกลับไปหาแก่นแท้คือ “การประกาศข่าวดี”

พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงข้อคิดเห็นจากการประชุมกลุ่มย่อย ซึ่งเน้นย้ำว่าสมณสาส์นเตือนใจ Evangelii Gaudium (ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร) ยังคงเป็นจุดอ้างอิงที่สำคัญ โดยให้ความสำคัญกับการประกาศข่าวดีเบื้องต้นในฐานะหัวใจของคริสตชนและศาสนจักร

“สิ่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นเสมือนสายลมอันสดชื่นที่สามารถริเริ่มกระบวนการกลับใจทางงานอภิบาลและทางพันธกิจ มากกว่าที่จะสร้างการปฏิรูปโครงสร้างในทันที และด้วยเหตุนี้จึงเป็นการชี้แนะแนวทางแห่งการเดินทางของศาสนจักรอย่างลึกซึ้ง” พระสันตะปาปาระบุ

3. เปลี่ยนจากความเชื่อตามประเพณี เป็นความเชื่อที่สัมผัสได้จริง

พระสันตะปาปาทรงชี้ให้เห็นว่ามุมมองนี้ท้าทายศาสนจักรในทุกระดับ โดยเฉพาะในระดับบุคคลที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง

“ในระดับบุคคล มันเรียกร้องให้ผู้รับศีลล้างบาปทุกคนฟื้นฟูการพบปะกับพระเยซู โดยเปลี่ยนจากความเชื่อตามประเพณี เป็นความเชื่อที่สัมผัสได้จริง การเดินทางนี้ส่งผลต่อคุณภาพของชีวิตฝ่ายจิต ซึ่งแสดงออกผ่านการให้ความสำคัญกับการสวดภาวนาเป็นอันดับแรก ผ่านการเป็นพยานที่มาก่อนคำพูด และผ่านความสอดคล้องกันระหว่างความเชื่อกับชีวิต” พระสันตะปาปาทรงสอน

4. เลิกงานอภิบาลแบบตั้งรับ มุ่งหน้าทำพันธกิจ

ในระดับชุมชน พระสันตะปาปาทรงเรียกร้องให้เปลี่ยนวิถีทางของงานอภิบาลใหม่ ให้มีความกระตือรือร้นในการทำงานพันธกิจมากขึ้น

“ในระดับชุมชน มันเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากแนวทางการอภิบาลแบบตั้งรับไปสู่การทำพันธกิจ สิ่งนี้เรียกร้องให้ชุมชนต้องเป็นตัวแทนที่มีชีวิตของการประกาศ เป็นชุมชนที่ต้อนรับผู้อื่นโดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เอาใจใส่ต่อคุณภาพของความสัมพันธ์ และสามารถเป็นสถานที่สำหรับการรับฟัง การเดินเคียงข้าง และการเยียวยารักษา” พระสันตะปาปาแบ่งปัน

5. พันธกิจคือการสื่อสารความรัก ไม่ใช่การบังคับคนเปลี่ยนศาสนา

พระสันตะปาปาทรงอธิบายถึงลักษณะของพันธกิจที่แท้จริงว่าต้องมีพระเยซูเป็นศูนย์กลาง และเกิดจากการดึงดูดใจมากกว่าการพยายามเอาชนะหรือครอบงำ

“นี่เป็นพันธกิจที่ครอบคลุมทุกด้าน การเป็นพยาน การอุทิศตน และการเสวนา และไม่ยอมตกหลุมพรางของการไปบังคับหรือยัดเยียดให้คนอื่นเปลี่ยนศาสนา หรือมัวแต่คิดแบบองค์กรที่เอาแต่จ้องจะรักษาสถานภาพและขยายอำนาจของตัวเอง”

“แม้ในยามที่ศาสนจักรพบว่าตนเองเป็นชนกลุ่มน้อย ศาสนจักรก็ถูกเรียกร้องให้ดำเนินชีวิตด้วยความกล้าหาญที่เต็มเปี่ยมด้วยความไว้วางใจ ในฐานะฝูงแกะเล็กๆ ที่นำความหวังมาสู่ทุกคน โดยตระหนักดีว่าเป้าหมายของพันธกิจไม่ใช่เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง แต่คือการสื่อสารความรักที่พระเจ้าทรงรักโลก” พระสันตะปาปาทรงเตือนสติ

17/04/2026
11/04/2026

งานเยาวชน​โลก WYD Seoul 2027 เปิดรับสมัคร​อาสามัคร​ ปฎิบัติ​งานประจำที่ประเทศ​เกาหลีใต้​เป็น​เวลา 1 ปี
ตั้งแต่​เดือน​สิงหาคม​ 2026​ จนถึง​สิงหาคม​ 2027

เมื่อสมัคร​แล้ว...
จะต้องกรอกใบสมัคร​ตามแบบฟอร์ม​ที่กำหนด
และจะได้รับการสัมภาษณ์​โดยตรงจากทีมเกาหลี

สมัคร​ด่วนภายใน​วันที่​ 1 พฤษภาคม​นี้

คุณ​สมบัติ​:
1. อายุ​ระหว่าง​ 20 -​35 ปี
2. สื่อสารด้วย​ภาษา​อังกฤษ​หรือ​ภาษา​เกาหลี​ ได้ดี
3. พร้อมตั้งใจ​ช่วยเหลือ​งานอย่าง​เต็มที่ ต่อเนื่อง 1 ปี

ค่าใช้จ่าย :
ค่าตั๋ว​เครื่องบิน​ และค่าวีซ่า

สิ่งที่จะได้รับ​การสนับสนุน​ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่​:
ค่าที่พัก
ค่าอาหาร​
ค่าเดินทาง
และค่าเบี้ยเลี้ยง (อาจจะไม่มากนะคะ)​

สอบถาม​รายละเอียด​ที่ :
แผนกเยาวชน​ 081-812-1916 (พี่นุ้ย-เยาวชน)

ที่อยู่

Udon Thani
41000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Catholic Youths Udon Thani Dioceseผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Catholic Youths Udon Thani Diocese:

แชร์