สร้างบารมีเพื่อพระโพธิญาณ

สร้างบารมีเพื่อพระโพธิญาณ สร้างบารมีเพื่อพระสัมมาสัมโพธิญาณ

การเจริญพรหมวิหาร4ต้องทำอย่างไรค่ะการเจริญพรหมวิหาร4  ก็คือการเจริญ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ให้คุณธรรมทั้ง4นี้เกิดขึ้...
19/08/2026

การเจริญพรหมวิหาร4ต้องทำอย่างไรค่ะ

การเจริญพรหมวิหาร4 ก็คือการเจริญ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ให้คุณธรรมทั้ง4นี้เกิดขึ้นในจิตใจ ภาษาชาวบ้านก็คือทำจิตให้เกิดความรัก ความสงสารผู้อื่น พลอยยินดีในความดีของผู้อื่น

ข้อสุดท้ายก็คือวางเฉย ที่ในพรหมวิหาร4มีอุเบกขาเป็นข้อสุดท้ายก็เพื่อ เอาไว้วางใจตนเองไม่ให้เกิดทุกข์ อันเป็นทุกข์ที่เป็นความรักความเมตตา ความสงสารผู้อื่น

เมื่อเวลาเห็นผู้อื่นประสบความทุกข์ แล้วเกินวิสัยที่เราจะเข้าไปช่วยได้ จึงต้องมีอุเบกขาไว้วางเฉยคิดว่าเป็นกรรมของสัตว์ ไม่ให้ตนเองทุกข์

ส่วนจะทำอย่างไรให้เกิดเมตตา ข้อนี้ให้เอาความรักตัวเองของเราเป็นที่ตั้ง(คือเอาใจเขามาใส่ใจเรา) เรารักตนเองแบบไหน ผู้อื่นก็รักตนเองแบบนั้นเช่นกัน เรารักหวงแหนชีวิตของเราแบบไหน ผู้อื่นก็รักหวงแหนชีวิตของเขาฉันนั้นเช่นกัน

เราปรารถนาอยากเจอแต่สิ่งที่ดีๆ สิ่งที่มีความสุข ไม่ปรารถนาเจอความทุกข์ ผู้อื่นก็ปรารถนาแบบนั้นเช่นกัน ให้พิจารณาไปอีกว่า สัตว์ทั้งหลายก็เป็นเหมือนเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ในวัฏสงสารเช่นเดียวกันกับเรา

พวกเขาทั้งหลายก็เปรียบเหมือนเพื่อน เหมือนญาติของเรา การคิดแบบนี้ก็ทำให้เกิดความรักความสงสาร ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นขึ้นมาได้

หรือถึงแม้บุคคลอื่นจะทำไม่ดีกับเราก็ตาม เราก็ยังทำจิตให้มีเมตตาสงสาร เห็นอกเห็นใจเขาได้ โดยคิดว่าชีวิตเขาช่างน่าสงสารอุตส่าห์ได้เกิดเป็นมนุษย์ทั้งที เขากับไม่เอาคุณค่าที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ที่ยากแสนยากไปสร้างความดี

แต่กับเอามาเบียดเบียนกลั่นแกล้งเรา สุดท้ายพอตายไปเขาย่อมต้องตกไปสู่นรก ตกไปสู่อบายภูมิ เขาช่างน่าสงสารจริงๆ เมื่อคิดแบบนี้ได้จากจะโกรธแค้นที่เขาเบียดเบียนเรากลั่นแกล้งเรา กับเปลี่ยนเป็นความสงสารเห็นอกเห็นใจแทน

บุคคลผู้มีพรหมวิหารประจำใจ ย่อมเป็นคนที่ไม่เก็บความโกรธเอาไว้ในใจ จิตใจจะมีแต่เมตตากรุณา เห็นอกเห็นใจและให้อภัยผู้อื่น แม้เป็นมนุษย์ก็ชื่อว่ามีคุณธรรมอย่างพรหม แม้เมื่อตายไปย่อมไปสู่สุคติ

การตอบแทนพระคุณพ่อแม่ที่ประเสริฐที่สุด คือการทำให้พ่อแม่ที่ไม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ให้มาศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทำพ่อแม่ท...
12/08/2026

การตอบแทนพระคุณพ่อแม่ที่ประเสริฐที่สุด คือการทำให้พ่อแม่ที่ไม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ให้มาศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทำพ่อแม่ที่ไม่มีศีลให้ตั้งมั่นอยู่ในศีล ทำพ่อแม่ที่ไม่มีจาคะให้มีจาคะรู้จักการเสียสละ,บริจาค
ทำพ่อแม่ที่ไม่มีปัญญาให้เกิดปัญญา หรือทำให้ท่านเข้าถึงมรรคผล

นั่นถึงจะเป็นการตอบแทนที่ประเสริฐที่สุด เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นอริยทรัพย์ที่จะติดตามท่านไปได้ทุกภพทุกชาติ พระพุทธองค์ตรัสว่าลูกที่มีความกตัญญู อยากจะตอบแทนพระคุณพ่อแม่ให้ถึงที่สุด ต่อให้นำพ่อและแม่มาประดิษฐานอยู่บนบ่าซ้ายและบ่าขวา

ปรนนิบัติท่านทั้งสองอยู่บนบ่าของตนให้มีความสุขเต็มเปี่ยมด้วยมนุษยสมบัติ หรือกระทั่งยอมให้ท่านอุจจาระปัสสาวะอยู่บนบ่าของตน จนวันหนึ่งท่านทั้งสองนั้นล่วงไปตามอายุสังขารอย่างสงบ แต่การปรนนิบัติมารดาบิดาถึงเพียงนี้ ก็นับว่าเป็นการแสดงความกตัญญูอย่างโลกๆธรรมดาเท่านั้น ยังไม่ใช่การตอบแทนที่ประเสริฐ

อย่าคิดว่าบาปบุญต้องลงมือทำด้วยตนเองเท่านั้น แม้เราเอาจิตของเราไปร่วมยินดี ร่วมพอใจกับสิ่งที่คนอื่นทำ ก็รับส่วนของบุญและ...
08/08/2026

อย่าคิดว่าบาปบุญต้องลงมือทำด้วยตนเองเท่านั้น แม้เราเอาจิตของเราไปร่วมยินดี ร่วมพอใจกับสิ่งที่คนอื่นทำ ก็รับส่วนของบุญและบาปมาได้เหมือนกัน เช่น

ยินดีในการทำความดีของบุคคลอื่น แม้เราไม่ได้ลงมือทำเองก็เกิดบุญ มีส่วนในบุญนั้นเหมือนกัน

ยินดีในการทำความชั่ว หรือความไม่ดีของบุคคลอื่น แม้ไม่ได้ลงมือทำเอง ก็มีส่วนในบาปนั้นเหมือนกัน

08/08/2026

สังคมวิบัติไปแล้ว แทนที่สงสารเห็นใจคนเสียชีวิต จะเหตุผลใดๆก็ตามไม่ควรยิงคนไปทั่วแบบนี้ หรือถ้ายิงจริงก็เอาแค่คนมีประเด็นกับตัวเอง (แต่ใดๆจะใครก็ไม่ควรทำร้ายกัน)

นี่ยิงจนบาดเจ็บไปตั้งเยอะ แถมยิงคนที่เลี้ยงตัวเองได้ลงคอ แต่สังคมกับอวยสุดๆ ผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว เห็นใจคนเสียชีวิตบ้างที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรด้วย

และแทบไม่เห็นใครพูดถึงคนบริสุทธิ์ที่โดนลูกหลงไปด้วย ทั้งตายทั้งบาดเจ็บ คนที่ไม่รู้เรื่องราวก็มาโดน แทบไม่มีใครสนใจคนที่เสียชีวิตเลย กับอวยคนยิง ปกป้องคนยิง สังคมเพี้ยนไปมาก น่าเห็นใจคนเสียชีวิตมากๆ

เมตตาต้องประกอบด้วยปัญญาประสบการณ์เมื่อหลายปีมาแล้ว ผมเคยไปเผยแพร่ธรรมในกลุ่มที่ไม่มีศาสนา นำมาเล่าเผื่อจะเกิดประโยชน์ เ...
07/08/2026

เมตตาต้องประกอบด้วยปัญญา

ประสบการณ์เมื่อหลายปีมาแล้ว ผมเคยไปเผยแพร่ธรรมในกลุ่มที่ไม่มีศาสนา นำมาเล่าเผื่อจะเกิดประโยชน์ เพราะแม้เรามีเจตนาที่ดี แต่ถ้าเราใช้ความเมตตาไม่เป็น

ทำโดยไม่มีความแยบคาย ไม่มีปัญญาเข้าไปประกอบ ไม่รู้จักสถานการณ์ ไม่รู้จักจริตคน แม้เราหวังดีกับคนอื่นก็เหมือนเป็นหวังร้ายได้ การหวังดีของเราอาจเป็นการไปเพิ่มโทษภัย เพิ่มบาปกรรมให้แก่ผู้อื่น

อย่างตอนที่ผมเล่นเฟสใหม่ๆตอนนั้นผมมองโลกในแง่ดีเกินไป มองโลกเพียงแค่มุมเดียว ยังไม่ได้มีความแยบคาย โดยคิดว่ามีเจตนาหวังดีอยากช่วยคนที่ไม่มีศาสนาให้เข้าถึงธรรมะของพระพุทธเจ้า

ผมจึงเข้ากลุ่มไม่มีศาสนาไปเผยแพร่ธรรมะ โดยตั้งกระทู้ถามตอบธรรมะ สรุปผมตั้งกระทู้ไป ก็โดนคนในกลุ่มรุมด่า แม้แต่คนพุทธเองที่อยู่ในกลุ่มนั้น ยังยุให้คนในกลุ่มมาด่า

จึงทำให้ผมหวนนึกถึงในครั้งพุทธกาล ว่าพระพุทธองค์เวลาจะสอนธรรม ยังเลือกโปรดคนเลย ถ้าเราจะมาทำแบบนี้ เราเอาเวลาไปช่วยคนที่เขาสนใจในธรรมะ แต่ไม่มีคนชี้แนะไม่ดีกว่าหรือ เพราะจะเกิดประโยชน์ได้มากกว่า

บางคนวาระเขายังไม่เปิดรับ แนะนำไปก็ไม่เกิดประโยชน์ แถมไปเพิ่มบาปเพิ่มกรรมให้แก่เขาอีก ผมจึงได้เข้าใจว่าเรามีเมตตาก็จริง แต่เราก็ต้องใช้ให้เป็น เพราะถ้าใช้ไม่เป็นอาจไปเพิ่มโทษ เพิ่มกรรมให้คนอื่นได้

ประสบการณ์ในครั้งนั้น ทำให้ผมรู้จักการใช้ปัญญาในการดูคน รู้จักดูสถานการณ์ ดูเหตุปัจจัยประกอบหลายๆอย่าง ทำให้มีความแยบคายในการเผยแพร่ธรรมะมากขึ้น แม้กระทั่งมีความแยบคายในเรื่องอื่นๆ ทั้งเรื่องของทางโลกและเรื่องของทางธรรม

มนุษย์หากไม่มีศีลธรรม ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่รู้จักการอดทนอดกลั้น และการยับยั้งชั่งใจ ก็ไม่ต่างอะไรจากสัตว์เดรัจฉาน เพ...
07/08/2026

มนุษย์หากไม่มีศีลธรรม ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่รู้จักการอดทนอดกลั้น และการยับยั้งชั่งใจ ก็ไม่ต่างอะไรจากสัตว์เดรัจฉาน

เพราะมนุษย์ที่เรียกตัวเองว่าเป็นสัตว์ประเสริฐก็เพราะชื่อว่ามีปัญญา แยกแยะผิดชอบชั่วดี มีคุณธรรมประจำใจ

หากไม่มีสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องประจำใจ เช่น ขาดศีลธรรม หรือขาดสามัญสำนึกในความผิดชอบชั่วดี จะบอกว่าตนเองเป็นสัตว์ประเสริฐไม่ได้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะตรัสรู้ธรรมตั้งมากมาย แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ทรงยกมาสอนมาแสดงแค่ธรรมจำเพาะที่นำไปสู่ความพ้นทุ...
06/08/2026

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะตรัสรู้ธรรมตั้งมากมาย แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ทรงยกมาสอนมาแสดงแค่ธรรมจำเพาะที่นำไปสู่ความพ้นทุกข์ หรือธรรมที่เกื้อกูลต่อการพ้นทุกข์เท่านั้น

อุปมาเหมือนใบไม้ในป่าทั้งป่า ที่ยกมาแค่กำมือเดียว ฉนั้นผู้ที่ปฏิบัติธรรมเพื่อต้องการความหลุดพ้น ไม่จำเป็นต้องไปรู้เสียทุกสิ่งทุกอย่าง เที่ยวไปสงสัยนู่นสงสัยนี่ สงสัยไปเสียทุกอย่างกับเรื่องที่ไม่เป็นสาระต่อการหลุดพ้นหรือต่อการบรรลุธรรม

เอาแค่ธรรมที่มีสาระประโยชน์ก็พอแล้ว เช่นรู้ว่าทุกข์นั้นเกิดจากอะไร อะไรที่เป็นสาเหตุทำให้ทุกข์ เมื่อรู้แล้วก็ดับเหตุนั้น คือดับเหตุที่ทำให้ทุกข์ ถ้าทำได้เข้าใจจริงๆ รู้แค่นี้ก็พ้นทุกข์ได้แล้ว โดยไม่จำเป็นจะต้องไปรู้ทุกสิ่งอย่าง นี่คือสิ่งใกล้ตัวที่ควรรู้ด้วยซ้ำ ก่อนจะไปรู้เรื่องภายนอกอื่น

คนที่มีศีลมีธรรม ไม่ว่าจะไปอยู่ที่แห่งไหน ก็จะนำความสุขความร่มเย็นมาให้แก่คนรอบข้าง และยังเผื่อแผ่ความสุขความร่มเย็นไปให...
01/08/2026

คนที่มีศีลมีธรรม ไม่ว่าจะไปอยู่ที่แห่งไหน ก็จะนำความสุขความร่มเย็นมาให้แก่คนรอบข้าง และยังเผื่อแผ่ความสุขความร่มเย็นไปให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายอีกด้วย

ส่วนคนที่ไม่มีศีลธรรม ไม่ว่าจะไปอยู่ที่แห่งไหนก็ตาม ก็จะนำความเดือดร้อนวุ่นวาย มาให้แก่บุคคลรอบข้าง และนำความเดือดร้อนวุ่นวายให้เกิดแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายด้วย

ร่างกายเป็นคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่สภาวะภายในจิตใจไม่เหมือนกันนะ

"มนุสสเนรยิโก ร่างเป็นมนุษย์ แต่จิตใจเป็นสัตว์นรกก็มี"

"มนุสสเปโต ร่างเป็นมนุษย์ แต่จิตใจเป็นเปรตก็มี"

"มนุสสติรัจฉาโน ร่างเป็นมนุษย์ แต่จิตใจเป็นสัตว์เดรัจฉานก็มี"

"มนุสสภูโต ร่างกายเป็นมนุษย์ จิตใจเป็นมนุษย์ก็มี"

"มนุสสเทโว ร่างกายเป็นมนุษย์ แต่จิตใจเป็นเทวดาก็มี"

ในยุคใดหรือสมัยใด ที่มีเหล่าสัตว์ในอบายภูมิขึ้นมาเกิดในโลกมนุษย์มาก ในยุคนั้นสมัยนั้น โลกมนุษย์ก็จะเต็มไปด้วยความเดือดร้อนวุ่นวาย หาความสงบสุขได้ยาก

เพราะเมื่อสัตว์นรกขึ้นมาเกิดมาก คนส่วนใหญ่ในยุคสมัยนั้นก็จะไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี มีแต่ความเห็นแก่ตัว ละโมบโลภมาก มุ่งแสวงหาแต่ประโยชน์ส่วนตนให้กับตนเอง โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องดีงาม ไม่คำนึงถึงศีลธรรม

ในยุคนี้เป็นยุคที่อบายสัตว์ คือเหล่าสัตว์ในอบายภูมิ จะพากันขึ้นมาเกิดเป็นจำนวนมาก พวกนี้พอมาเกิดเป็นมนุษย์ ร่างกายภายนอกเป็นคนเป็นมนุษย์ก็จริง แต่จิตใจยังคงความเป็นสัตว์อยู่ ก็คืออบายสัตว์

จะมีนิสัยสันดานเดิมติดมาด้วย เมื่อมาเกิดจะไม่รู้จักความผิดชอบชั่วดี ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ ไม่รู้ถูก ไม่รู้ผิด ไม่มีความละอายชั่วกลัวบาป

บุคคลผู้ที่อินทรีย์ยังอ่อนยังไม่แก่กล้า ก็อุปมาเหมือนผู้ที่ยังมีพละกำลังยังไม่พอ ที่จะยกของที่หนักให้ขึ้นมาได้ ในที่นี้ห...
30/07/2026

บุคคลผู้ที่อินทรีย์ยังอ่อนยังไม่แก่กล้า ก็อุปมาเหมือนผู้ที่ยังมีพละกำลังยังไม่พอ ที่จะยกของที่หนักให้ขึ้นมาได้ ในที่นี้หมายถึงผู้ที่ยังมีกำลังใจหรือกำลังแห่งสติปัญญายังไม่พอที่จะยกจิตให้บรรลุมรรคผล

เมื่อปัญญินทรีย์ยังไม่แก่กล้าก็ต้องปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรมไปก่อน การปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรมนั้นก็อุปมาเหมือนกับการรับประทานอาหารเพื่อไปหล่อเลี้ยงร่างกายให้เจริญเติบโตเกิดพละกำลังขึ้นมา

เมื่อเจริญเติบโตจนมีพละกำลังขึ้นมาแล้ว ร่างกายจึงจะสามารถยกของที่มีน้ำหนักมากขึ้นมาได้ การปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรมก็เป็นลักษณะนั้นเช่นกัน คือเป็นการไปบ่มอินทรีย์ให้แก่กล้าให้เกิดพละกำลัง

กำลังในที่นี้คือกำลังศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิและปัญญา เมื่อพละ5และอินทรีย์5แก่กล้าแล้วก็จะสามารถใช้โยนิโสมนสิการคือพิจารณาโดยแยบคายยกจิตบรรลุบรรลผลได้

เหตุนี้เราไม่ต้องกลัวว่าจะไม่บรรลุธรรม ถ้ามีการสร้างเหตุปัจจัยด้วยการสั่งสมอุปนิสัยของการเกิดอริยมรรคอริยผลไว้ ยังไงก็ต้องบรรลุ

การเจริญพรหมวิหาร4  ก็คือการเจริญ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ให้คุณธรรมทั้ง4นี้เกิดขึ้นในจิตใจ ภาษาชาวบ้านก็คือทำจิตให้เ...
29/07/2026

การเจริญพรหมวิหาร4 ก็คือการเจริญ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ให้คุณธรรมทั้ง4นี้เกิดขึ้นในจิตใจ ภาษาชาวบ้านก็คือทำจิตให้เกิดความรัก ความสงสารผู้อื่น พลอยยินดีในความดีของผู้อื่น ข้อสุดท้ายก็คือวางเฉย

ที่ในพรหมวิหาร4 มีอุเบกขาเป็นข้อสุดท้าย ก็เพื่อเอาไว้วางใจตนเองไม่ให้เกิดทุกข์ อันเป็นทุกข์ที่เป็นความรักความเมตตา ความสงสารผู้อื่น

เมื่อเวลาเห็นผู้อื่นประสบความทุกข์ หรือประสบเหตุการณ์ที่สะเทือนใจ โดยเกินวิสัยที่เราจะเข้าไปช่วยได้ จึงต้องมีอุเบกขาไว้วางเฉยคิดว่าเป็นกรรมของสัตว์ เพื่อไม่ให้ตนเองทุกข์ตาม

ที่อยู่

Roi Et
45120

เบอร์โทรศัพท์

+66807677444

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สร้างบารมีเพื่อพระโพธิญาณผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สร้างบารมีเพื่อพระโพธิญาณ:

ทางลัด

แชร์