07/04/2023
เรื่อง.* คำทำนาย อนาคตของชาติไทย..พระมหากษัตริย์ มิใช่เพียงแค่ ๑๐ พระองค์ *
* หลวงพ่อฤาษีลิงดำ~พระราชพรหมยานฯ..เล่าให้ฟัง
.." อาตมาได้ถวายพระพรพระองค์ ( ร.๙ ) ว่า : ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา จะไม่ตกเป็นทาสของใคร อาตมาขอถวายชีวิตเป็นประกัน เกี่ยวกับเรื่องนี้..
~ นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๐ เป็นต้นไป ประเทศไทยจะเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ความเยือกเย็นจะเริ่มปรากฏ ความมั่งคั่งสมบูรณ์ จะมีขึ้นแก่ประเทศชาติ และ ประชาชน..
~ แต่จะยังไม่ปรากฏชัดนัก แต่เราจะมองเห็นได้ชัด ๆ ก็ต้องปี พ.ศ. ๒๕๒๔ เปรียบเหมือนอรุณได้ขึ้นดีแล้ว และเริ่มฉายแสงให้เห็นความมืดหมดไป..
* ที่อาตมากล้ายืนยันต่อพระองค์เช่นนั้น ก็เพราะเหตุผลหลายประการ คือ..
* ในประการแรก อาตมาได้พบและได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เป็นสมุดข่อย ซึ่งพระอรหันต์ในอดีตนามว่า.. พระพุทธโฆษาจารย์ ( ลำใย ) เขียนไว้ ทำนายชะตาบ้านเมือง ก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตกเสียอิสรภาพแก่พม่า.. ก่อนที่กรุงเทพฯ ยังไม่ปรากฏ..
~ โดยท่านได้เขียนทำนายไว้ว่า..
. " กรุงศรีอยุธยาจะต้องถูกข้าศึกตีแตก แต่จะเสียอิสรภาพไม่นานนัก จะมีคนดีของกรุงศรีอยุธยา มากู้ชาติ แต่เมื่อกู้ชาติได้แล้ว จะต้องไปตั้งเมืองหลวงอยู่ใหม่.."
~ และเหตุการณ์ต่าง ๆ ของกรุงศรีอยุธยา ก็ได้เป็นจริงตามคำทำนายทุกอย่าง..
* ในสมุดข่อยเล่มเดียวกันนี้ พระพุทธโฆษาจารย์ ได้กล่าวทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแก่กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงใหม่ ในวันข้างหน้า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น แต่ละรัชกาล ดังนี้..
~ รัชกาลที่ ๑. ทำนายว่า " มหากาฬผ่านมหายักษ์ "
~ รัชกาลที่ ๒. ทำนายว่า " รู้จักธรรม "
~ รัชกาลที่ ๓. ทำนายว่า " จำต้องคิด "
~ รัชกาลที่ ๔. ทำนายว่า " สนิทธรรม "
~ รัชกาลที่ ๕. ทำนายว่า " จำแขนขาด "
~ รัชกาลที่ ๖. ทำนายว่า " ราษฎร์ราชาโจร "
~ รัชกาลที่ ๗. ทำนายว่า " นั่งทนทุกข์ "
~ รัชกาลที่ ๘. ทำนายว่า " ยุคทมิฬ "
~ รัชกาลที่ ๙. ทำนายว่า " ถิ่นกาขาว "
~ รัชกาลที่ ๑๐. ทำนายว่า " ชาววิไล "
~ เมื่อพิจารณาถึงคำทำนาย และ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละรัชกาล ก็จะเห็นได้ชัดว่า.. คำทำนายนั้นถูกต้องเพียงใด..
* รัชกาลที่ ๑. ผ่าน พระเจ้าตากสิน ขึ้นครองราชย์สมบัติ..
* รัชกาลที่ ๒. ท่านว่างจากศึกสงคราม ก็หันมาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ให้พระสงฆ์ค้นคว้าพระธรรมวินัยรวบรวมกันเป็นการใหญ่..
* รัชกาลที่ ๓. ท่านมีหัวคิดริเริ่มหาเงินมาสร้างสรรค์บ้านเมือง ให้เจริญรุ่งเรืองปรากฏมาจนถึงทุกวันนี้..
* รัชกาลที่ ๔. ท่านสนิทธรรม ก็เพราะพระราชาองค์นี้ทรงผนวชถึง ๒๗ พรรษา มีความคล่องตัวในพระธรรมวินัย ทรงไว้ซึ่งพระไตรปิฎกอย่างแตกฉาน และยังมีความสนิทสนมกับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) อย่างยิ่ง เป็นคู่บารมีกัน..
* รัชกาลที่ ๕. จำแขนขาด เราเห็นได้ชัดมาก เพราะเราต้องเสียดินแดนไปหลายครั้งหลายหน โดยพระองค์ทรงยอมเสียแขนขา ดีกว่าเสียตัวทั้งหมด คือยอมเสียผืนแผ่นดินบางส่วน เพื่อรักษาเอกราชของชาติไว้..
* รัชกาลที่ ๖. เป็นโจร เพราะทรงใช้จ่ายเงินในท้องพระคลังจนหมดสิ้น แต่อาตมาเห็นว่า.. พระองค์ทรงเป็นนักชาตินิยม มีพระปรีชาสามารถปลุกใจประชาชน ให้รักชาติบ้านเมือง เช่นมีเพลงบทหนึ่งทรงพระนิพนธ์ไว้ว่า.. ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง คงจะต้องบังคับขับไส เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำร่ำไป ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย..
~ ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงได้ทำทุกอย่างให้บุคคลอื่นเห็นว่า พระองค์ไม่ทรงถือพระองค์ เช่น แสดงมหรสพ เล่นโขนกับข้าราชบริพาร..
~ ยิ่งกว่านั้น พระองค์ยังสามารถทำให้ประเทศไทยเป็นที่ปรากฏแก่ชาวโลก โดยส่งทหารไปช่วยสงครามโลกครั้งที่ ๑. จึงจำเป็นต้องใช้เงินมาก แม้จะใช้เงินมาก แต่ประโยชน์ก็เกิดแก่ประเทศชาติอย่างหนัก..
* รัชกาลที่ ๗. นั่งทนทุกข์ พระองค์เสวยราชสมบัติอยู่ในเกณฑ์ตกอับพอดี เงินในท้องพระคลังก็หมดมาแต่รัชกาลก่อน..
~ พระองค์จึงทรงประทับอยู่บนกองทุกข์ ต้องดูแลข้าราชการเป็นจำนวนมาก เท่านั้นยังไม่พอ ต่อมาพระองค์ต้องจำพระทัยสละราชสมบัติ ไปนั่งทนทุกข์อยู่ต่างแดน จนสิ้นพระชนม์..
* รัชกาลที่ ๘. ยุคทมิฬ บ้านเมืองอยู่ในภาวะสงครามโลกครั้งที่ ๒. ประชาชนตกอยู่ในสภาพบ้านแตก อดอยากยากแค้นแสนสาหัส พระมหากษัตริย์ก็ถูกลอบปลงพระชนม์จนสวรรคต..
* รัชกาลที่ ๙. ทำนายว่า ถิ่นกาขาว เราก็เห็นแล้วว่าฝรั่งมาอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง ล้วนแต่คนผิวขาวทั้งนั้น..
* สำหรับรัชกาลต่อไป คือ รัชกาลที่ ๑๐. ทำนายว่า "ชาววิไล" หมายความว่า.. บ้านเมืองเราได้ผ่านยุคเข็ญมาแล้ว จะได้ประสบความเจริญรุ่งเรืองกันเสียที เราจะมั่งคั่งสมบูรณ์ เหมือนนานาอารยะประเทศ ที่เจริญแล้วทั้งหลาย..
* ปัญหาที่น่าคิดต่อไปก็คือว่า.. ทำไมพระพุทธโฆษาจารย์ จึงทำนายเหตุการณ์บ้านเมืองไว้เพียง ๑๐ รัชกาลเท่านั้น กรุงเทพมหานครจะมีพระมหากษัตริย์เพียง ๑๐ พระองค์เท่านั้นหรือ..
~ เป็นเรื่องที่อาตมาสนใจเป็นพิเศษ.. จึงได้สอบถามเรื่องนี้ กับ หลวงพ่อปาน และพระอาจารย์ต่าง ๆ ซึ่งจิตของท่านเป็นสมาธิ เข้าถึงขั้นอภิญญา สามารถที่จะรู้จริงในเรื่อง อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ซึ่งก็ยังมีอยู่หลาย ๆ องค์ในขณะนี้..
* ทุก ๆ รูป ที่อาตมาสอบถามจากท่าน ต่างก็ยืนยันตรงกันว่า..
* พระมหากษัตริย์ จะยังคงมีอยู่ คู่กับชาติไทยตลอดไปอีกนาน มิใช่เพียงแค่ ๑๐ พระองค์เท่านั้น แต่ที่พยากรณ์ไว้เพียงแค่นั้น ก็เพราะว่า..
* เริ่มตั้งแต่ รัชกาลที่ ๑๐. เป็นต้นไป บ้านเมืองจะมั่งคั่งสมบูรณ์ ร่มเย็นผาสุก ประชาชนในชาติจะร่ำรวย ประเทศไทยจะเป็นประเทศมหาอำนาจประเทศหนึ่ง ซึ่งจะมีแต่ความเจริญตลอดไป ไม่ล้มลุกคลุกคลานดังที่แล้วมา จึงไม่จำเป็นจะต้องพยากรณ์ต่อไปอีก..
~ ประการที่ ๒. ที่ยืนยันว่า.. ประเทศไทยจักไม่ตกเป็นทาสของใคร ๆ นั้นคือ พระพุทธทำนาย เหตุการณ์ของโลก.. พระพุทธทำนาย นี้ ก็มีปรากฏในสมุดข่อยของพระพุทธโฆษาจารย์ เช่นเดียวกัน.. ซึ่งมีข้อความปรากฏโดยสังเขปดังนี้..
* " อานันทะ..ดูก่อน อานนท์ โลกต่อไปจะเต็มไปด้วยความเร่าร้อน ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี ( ประมาณ พ.ศ.๒๔๘๕ ) จะมีฝนเหล็กตกจากอากาศ จะมีไฟลุกจากอากาศ เหล็กกล้าจะผุดจากน้ำ มาทำลายมนุษย์ มนุษย์ และ สมณะชีพราหมณ์ จะตายกันมาก "
" แต่ว่า.. อานนท์ ความเร่าร้อนก่อนกึ่งพุทธกาลนั้น ยังมีความเร่าร้อนน้อยกว่า ความเร่าร้อนหลังกึ่งพุทธกาล "
" หลังกึ่งพุทธกาล จะมีความร้ายแรงยิ่งไปกว่านั้น ยักษ์หินที่ถูกสาป จะลุกขึ้นมาอาละวาด สมณะชีพราหมณ์จะล้มตาย ยักษ์นอกพระพุทธศาสนาทั้งหลาย จะฆ่าฟันกันและกัน จะตายกันไปคนละครึ่ง จึงจะหยุดยั้งเลิกรบกัน "
" แต่ทว่า ประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาอย่างแน่นแฟ้น จะมีภัยเช่นนี้เหมือนกัน แต่ไม่มากนัก " *
~ จากพระพุทธเจ้าทำนาย นี้ เราก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า.. เป็นความจริงทุกอย่าง ก่อนพุทธกาลได้เกิด สงครามโลกครั้งที่ ๒. ลูกระเบิดต่าง ๆ ซึ่งเป็นเหล็กเป็นไฟ ได้หลั่งไหลลงมาจากอากาศ พิฆาตมนุษย์.
~ หลังกึ่งพุทธกาลได้เกิดสงครามลัทธิ คือพวกยักษ์นอกศาสนา เพิ่งจะเลิกรากันไป แต่เมืองไทย ก็ยังได้รับผลกระทบกระเทือนมาจนกระทั่งบัดนี้..
* ตามพระพุทธทำนายนั้น ได้บ่งชี้ชัดว่า.. ประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา จะมีภัยบ้าง แต่ไม่มากนัก.
* หากเราพิจารณาให้ดี ๆ ก็จะเห็นเด่นชัดว่า.. ประเทศไทย นี้ เท่านั้น ที่นับถือพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง และเป็นประเทศสุดท้าย ที่พระพุทธศาสนายังเหลืออยู่ในท้องถิ่นบริเวณนี้..
~ ประเทศอื่น ๆ รอบบ้านเรา ก็กลายเป็นพวกเดียรถีย์ นอกศาสนาพุทธไปเกือบหมดแล้ว.. เพราะฉะนั้น ประเทศไทย จึงเป็นเมืองสุดท้าย ที่พระพุทธศาสนาจะสถิตสถาพรอยู่ได้ตลอดไป..
* ในพระพุทธทำนายซึ่งปรากฏในตำนานบางแห่งได้เล่าไว้ว่า..
~ "พระเจ้าอังครัฐ" เจ้าเมืองอังครัฐ ซึ่งเป็นเมืองที่ประดิษฐาน พระธาตุจอมทอง อยู่ในขณะนี้ ได้ทรงตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้พระองค์ได้พบพระอรหันต์ ขอให้พระอรหันต์เสด็จมาโปรด พระพุทธองค์ทรงทราบวาระจิตของพระเจ้าอังครัฐ จึงทรงส่งพระโมคคัลลาน์ พร้อมด้วยพระเถระรวม ๔ รูป เดินทางมาเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่เมืองอังครัฐ ก่อน..
~ ส่วนพระองค์ได้เสด็จมาภายหลัง เมื่อเสด็จมาถึงเมืองนั้น ได้ทรงพยากรณ์ เกี่ยวกับความเป็นไปในอนาคตของพระพุทธศาสนาไว้ว่า..
* " พระพุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองตั้งมั่นอยู่ในท้องถิ่นนี้.. ถึง ๕,๐๐๐. ปี "
* เมื่อพระพุทธศาสนายังตั้งมั่นอยู่ได้ ในผืนแผ่นดินไทยตามพระพุทธทำนาย ก็หมายความว่า.. เมืองไทยจะต้องไม่ตกเป็นทาสของใคร ๆ เพราะความมั่นคงของชาติ และพระพุทธศาสนา เป็นของคู่กันมาแต่บรรพกาล เมืองไทยจะไม่ตกเป็นทาสของใคร..
* จากคำพยากรณ์ของพระพุทธโฆษาจารย์ ก็ดี คำบอกเล่าของพระเถระ ผู้ได้ฌานสมาบัติ ก็ดี และจากพระพุทธทำนาย ก็ดี เป็นหลักชี้ชัดให้เรามั่นใจได้ว่า..
* เมืองไทยเรานี้ จะต้องเป็นปึกแผ่นมั่นคงตลอดไป ไม่ตกเป็นทาสของใคร ๆ พวกนอกศาสนาจะไม่สามารถย่ำยีเมืองไทยได้ แต่ข้อสำคัญนั้น เราทุกคนอย่าประมาท ต้องรักกัน สามัคคีกันไว้ ไม่แตกแยกกัน และไม่ลุ่มหลงไปกับคำยุแหย่ ของบุคคลผู้มุ่งร้ายต่อชาติบ้านเมือง..."
( จากหนังสือ *ธัมมวิโมกข์* ฉบับที่ ๓๒๐ ปีที่ ๒๙ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๐ หน้าที่ ๔๓ ของวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี )