25/05/2026
พระพรจากคจ.หัวหมาก
จันทร์ 25 พฤษภาคม 2026
2 ซามูเอล 15:23-27, 29-31
“เดินหน้า ฝ่าวิกฤติ”
เช้าวันนี้
บทเรียนจากชีวิตของดาวิดที่เจอ “วิกฤติ” สุดจัด!!!
สอนใจผมให้คิดและมีวิถีที่ดี ที่เจริญ ที่งดงาม
“เดินหน้า ฝ่าวิกฤติ”
🙇🏻 คำครวญคิด
๐ พลิก 2 ซามูเอล บทที่ 15
”อับซาโลมกบฏต่อดาวิด“ (1-12)
กับ
”ดาวิดหนีจากเยรูซาเล็ม“ (13-31)
มองผ่านๆ จากพระคำตอนนี้
ดาวิดเจอวิกฤติ…ลูกตัวเองกระด้างกระเดื่อง
ดาวิดศึกหนัก…ประชาชนเอาเอียง
”การคบคิดกันนั้นก็เพิ่มกำลังขึ้น คนที่มาฝักใฝ่อยู่กับอับซาโลมก็มากขึ้น“ (12ค)
ดาวิดเจอวิกฤติหนัก…ต้องระเห็ดออกจากเยรูซาเล็ม
”จงลุกขึ้น…ให้เราหนีไปเถอะ มิฉะนั้น เราจะไม่มีทางหนีจากอับซาโลม“ (14ข)
วิกฤติ
วิกฤติ
วิกฤติ
จะฝ่าไปยังไง??
๐ ชวนคิด
ภาพของดาวิดที่พยายามหาทางออกด้วยการ
“พระราชาก็เสด็จออกไปพร้อมกับคนทั้งหมดในราชสำนักของพระองค์ เว้นแต่นางสนม 10 คน ได้ทรงละไว้ให้เฝ้าพระราชวัง” (16)
บทเรียน
แบบอย่าง
ต้นสังกัดของชีวิต
“เดินหน้า ฝ่าวิกฤติ”
#เดินหน้าฝ่าวิกฤติ
เริ่มด้วยใจที่ต้องยอมรับความจริง
“เมื่อพลเดินผ่านไปเสีย ชาวเมืองนั้นทั้งสิ้นก็ร้องไห้เสียงดัง พระราชาก็เสด็จข้ามลำธารขิดโรน และพลทั้งหมดก็ผ่านเข้าทางไปถิ่นทุรกันดาร”(23)
“ฝ่ายดาวิดเสด็จขึ้นไปตามทางขึ้นภูเขามะกอกเทศ เสด็จพลางกันแสงพลางมีผ้าคลุมพระเศียรเสด็จโดยพระบาทเปล่า และประชาชนทั้งสิ้นที่อยู่กับ พระองค์ก็เอาผ้าคลุมศีรษะเดินไปพลางร้องไห้พลาง”(30)
ดาวิดเจ็บปวดมั้ย?
แน่นอนครับ
“เสด็จพลางกันแสงพลาง…”
“พระองค์ก็เอาผ้าคลุมศีรษะเดินไปพลางร้องไห้พลาง”
มากกว่าดาวิด มีความเจ็บปวดใดใดอีกมั้ย?
แน่นอนครับ
“ชาวเมืองนั้นทั้งสิ้นก็ร้องไห้เสียงดัง”
นี่คือวิกฤติจริง
นี่คือความเสียใจจริง
จุดแข็งของดาวิดอย่างหนึ่งที่สอนใจมาก
แม้วิกฤติหนักถึงขั้นทลายต่อมน้ำตา!! แต่ยังคงชีวิตให้ก้าวต่อแม้ชีวิตจะเปื้อนน้ำตาด้วยใจไม่ปฏิเสธแต่ยอมรับสิ่งตรงหน้า
ร้องไห้ได้
เสียใจได้
ผิดหวังได้
ดูเหมือนล้มเหลวได้
แต่ต้องไม่หยุดทุกสิ่งเหล่านี้กับพระเจ้า!!!
ดาวิดสอนใจผมว่า
น้ำตาไม่ได้แปลว่าไม่มีความเชื่อหรือกำลังต่อว่าพระเจ้า แต่บางครั้งน้ำตาคือภาษากายของผู้เชื่อที่ยังยึดมั่นในพระเจ้าอยู่
#เดินหน้าฝ่าวิกฤติ
ต้องผลิตใจที่ไม่ยึดติด
“และนี่แน่ะศาโดกก็มาด้วยพร้อมกับคนเลวีทั้งสิ้น หามหีบพันธสัญญาของพระเจ้ามา และเขาวางหีบของพระเจ้าลง ฝ่ายอาบียาธาร์ก็ขึ้นมาจนประชาชนออกจากเมืองไปหมด”(24)
“แล้วพระราชาตรัสสั่งศาโดกว่า จงหามหีบของพระเจ้ากลับเข้าไปในเมืองเถิด หากว่าพระเจ้าทรงพอพระทัยเรา พระองค์จะทรงโปรดนำเรากลับมาให้เห็นทั้งหีบนั้นกับที่ประทับของพระองค์ด้วย”(25)
“แต่ถ้าพระองค์ตรัสว่า เราไม่พอใจเจ้า ดูเถิด เราอยู่ที่นี่ ขอพระองค์ทรงกระทำกับเราตามที่พระองค์ ทรงโปรดเห็นชอบเถิด”(26)
“พระองค์ตรัสกับศาโดกปุโรหิตด้วยว่า ท่านเป็นผู้พยากรณ์หรือ จงกลับเข้าไปในเมืองโดยสวัสดิภาพ พร้อมกับบุตรชายทั้งสองของท่านคืออาหิมาอัสบุตรของท่าน และโยนาธานบุตรของอาบียาธาร์”(27)
“ฝ่ายศาโดกกับอาบียาธาร์จึง หามหีบของพระเจ้ากลับไปยังกรุงเยรูซาเล็มและพักอยู่ที่นั่น”(29)
“จงหามหีบของพระเจ้ากลับเข้าเมืองเถิด”
สุดจริง!!!
ใจนิ่งสุด!!
ภาพหนึ่งเมื่อซาโดกนำหีบพันธสัญญามา แต่ดาวิดสั่งให้นำกลับไป
เป็นภาพที่สะท้อนถึงหัวใจของดาวิดที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติ
ที่เห็นหัวใจแกร่งดาวิดชัดมาก ดาวิดไม่ได้ใช้ “หีบของพระเจ้า” เป็นหลักประกันชีวิตหรือให้ชีวิตพ้นจากวิกฤติที่กำลังถาโถม!
คำหนึ่งที่ผมคิดได้
“อย่ายึดติด”
เพราะดาวิดเข้าใจว่า พระเจ้าไม่ใช่เครื่องรางของขลังที่ต้องมี “วัตถุมงคลใดใด”
เพราะดาวิดคงคิดในใจว่า การมีหีบของพระเจ้าอยู่ด้วย อาจจะไม่ได้แปลว่าชีวิตนี้จะชนะเสมอไป
เออจริงแฮะ!
เมื่อเจอวิกฤติ ชีวิตติดยึดกับสิ่งใด?
ส่วนใหญ่ (คิดเอง) ติดอยู่กับ ความสำเร็จเดิมๆ มั้ย ตำแหน่ง/สถานะเดิมๆ มั้ย วิธีเดิมๆ มั้ย ความมั่นคงเดิมๆ มั้ย หรือมวลประสบการณ์เดิมๆ มั้ย?
ผมฉุกคิดได้ว่า
เมื่อชีวิตเจอวิกฤติ วิกฤติจะเปิดเผยว่า อะไรคือสิ่งที่ผมพึ่งพิง ติดยึดจริงๆ
วันนี้ ผมติดยึดกับสิ่งใดมากกว่ากัน?
#เดินหน้าฝ่าวิกฤติ
ด้วยใจที่ยอมตามพระทัย
“แล้วพระราชาตรัสสั่งศาโดกว่า จงหามหีบของพระเจ้ากลับเข้าไปในเมืองเถิด หากว่าพระเจ้าทรงพอพระทัยเรา พระองค์จะทรงโปรดนำเรากลับมาให้เห็นทั้งหีบนั้นกับที่ประทับของพระองค์ด้วย”(25)
“แต่ถ้าพระองค์ตรัสว่า เราไม่พอใจเจ้า ดูเถิด เราอยู่ที่นี่ ขอพระองค์ทรงกระทำกับเราตามที่พระองค์ ทรงโปรดเห็นชอบเถิด”(26)
จากภาพของการไม่ยึดติด
ผมเห็นอีกภาพหนึ่งของดาวิดที่มีใจสูงกับพระเจ้าจริง
นั้นคือ การยอมตามพระทัย
“ดูเถิด เราอยู่ที่นี่ ขอพระองค์ทรงกระทำกับเราตามที่พระองค์ ทรงโปรดเห็นชอบเถิด”
นี่ไม่ใช่วาทะของผู้แพ้ แต่เป็นคำของคนที่ยอมอยู่ใต้พระหัตถ์ พระทัย พระประสงค์ของพระเจ้าโดยแท้
สอนใจผมมากครับว่า
ความเชื่อแท้จริงไม่ใช่ออกอาการว่า
“พระเจ้าต้องทำตามที่ผมต้องการ”
แต่ความเชื่อแท้ต้องมีทรงแบบนี้ คือ
“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมยังเป็นของพระองค์”
คำใหญ่ในใจของดาวิด
คือ ต่อให้ชีวิตต้องพาผ่านหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ก็ยังเป็นของพระองค์
สุดจริง!!!
#เดินหน้าฝ่าวิกฤติ
ต้องเดินด้วยชีวิตอธิษฐาน
“มีคนมากราบทูลดาวิดว่า อาหิโธเฟลอยู่ในพวกคิดกบฏของอับซาโลมด้วย ดาวิดกราบทูลว่า ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงโปรดให้คำปรึกษาของอาหิโธเฟลฟั่นเฝือไป”(31)
สุดท้ายในทางที่ต้องฝ่าวิกฤติของชีวิต
ผมเรียนรู้จากดาวิดในเช้าวันนี้
”อธิษฐาน“ ครับ
ที่แสบยิ่งกว่าในวิกฤตินี้ คือ ขณะที่ดาวิดกำลังหนีอย่างหัวซุกหัวซุน ยังมีข่าวร้ายเพิ่มอีก นั้่นคือ “อาหิโธเฟลเข้าร่วมกับอับซาโลม” โดยสรุปคือ คนใกล้ตัวทรยศจัดจ้านจริง!!
แต่ภาพหนึ่งที่งดงามที่สุด คือ
ดาวิดไม่ได้ตอบสนองต่อวิกฤติด้วยความอาฆาตแค้นใดใด แต่ตอบสนองด้วยใจที่ยังมั่นคง ศรัทธาในพระเจ้าผู้สูงสุดที่ครอบครองเหนือทุกเหตุการณ์
ดาวิดอธิษฐาน!!
ร้องทูลจากใจต่อพระเจ้า
ดาวิดหันหาพระเจ้า
สอนใจอะไรผมบ้าง?
เป็นไปได้มั้ยว่า บางครั้งการอธิษฐานสั้นๆ คือเสียงร้องลึกที่สุดของหัวใจ
แต่วันนี้ ฝึกชีวิตที่จะไม่พลาดการใช้เวลาที่ดีที่สุดกับพระเจ้า
๐ ข้อคิด
ผมได้ข้อคิดสั้นๆ แต่ต้องทำจริง
วิกฤติไม่ได้วัดว่าชีวิตล้มไหม?
แต่วัดว่าชีวิตจะ “เดินต่อกับพระเจ้าไหม”
ดาวิดยังยืนหยัด
ดาวิดยังสู้สุดใจ
ดาวิดพึ่งในพระเจ้า
🎯 ปักเป้าในใจผม
วิกฤติ คือ ชีวิตจริง
ชีวิตที่อยู่ในพระเจ้า
อาเมนครับ