27/08/2026
พระพรจากคจ.หัวหมาก
ศุกร์ 28 สิงหาคม 2026
2 ซามูเอล 23:11-12
“ยืนเด่นโดยท้าทาย”
เสียงคำขอบพระคุณของดาวิด “บุคคลพิเศษ” ที่พระเจ้า “ทรงช่วยกู้” (22:1ก) “ให้พ้นจากมือของศัตรูทั้งสิ้น…” (22:1ข) และที่ต้องขีดเส้นใต้ “และให้พ้นจากพระหัตถ์ของซาอูล” (22:1ค)
กล่าวสุดใจยกย่องพระผู้ช่วยสุดเสียง
…พระเจ้าทรงเป็นศิลา ป้อมปราการ และผู้ช่วยกู้ของข้าพเจ้า (22:2)
…เป็นที่กำบังเข้มแข็งและเป็นที่ลี้ภัยของข้าพเจ้า (22:3ง)
เสียงสุดใจยิ่งชัด
…ข้าแต่พระเจ้า เพราะเหตุนี้ ข้าพระองค์ขอเชิดชูพระองค์ในหมู่ประชาชาติทั้งหลาย และร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์ (22:50)
และที่สุดกับใจของผมด้วย
…เออ พงศ์พันธุ์ของข้าพเจ้าตั้งมั่นอยู่กับพระเจ้ามิใช่หรือ (23:5ก)
เช้าวันนี้
มาพิจารณา “มือขวา” ของดาวิดในระดับ “วีรบุรุษ”
ที่สอนใจผมมากกว่า “ตั้งมั่น” แต่อยู่ในระนาบ “โดดเด่น”
ที่ผมขอใช้คำนี้ครับ
“ยืนเด่นโดยท้าทาย”
🙇🏻 คำครวญคิด
๐ ในบทที่ 23 หลังจากจบวาทะสุดท้ายของดาวิด “ชายที่ได้รับการแต่งตั้งให้สูง” (23:1ข) “ผู้ที่ถูกเจิมตั้งไว้ของพระเจ้าแห่งยาโคบ” (23:1ค) และที่แยบคายที่สุด “นักแต่งสดุดีอย่างไพเราะของอิสราเอล” (23:1ง) ผู้เขียนเปิดหน้า “วีรบุรุษของดาวิด” ที่เคียงบ่า เคียงสมรภูมิอย่าง ”เด่นสง่า“
คนแรก โยเชบบัสเชเบธ ที่เด่นสุด
”เหวี่ยงหอกเข้าแทงคนแปดร้อยคน ซึ่งเขาได้ฆ่าเสียในครั้งเดียว“ (23:8)
คนที่สอง เอเลอาซาร์ เด่นสุด
”ลุกขึ้นฆ่าฟันพวกฟีลิสเตียจนมือของท่านเป็นเหน็บแข็งติดดาบ“ (23:10)
และคนที่สาม ชัมมาห์
คนที่สอนใจให้ผม ”ยืนเด่นโดยท้าทาย“ ในเช้าวันนี้ครับพ่อแม่ปู่ย่าอาหลาน
๐ ชวนคิด
แนะนำตัวสักนิด
ชัมมาห์คือใคร?
คือ หนึ่งในสามทหารมากกว่า ”พลเอก“ ของดาวิด ซึ่งเป็น ”บุตรของอาเกชาวฮาราร์“ (23:11ข)
มีข้อสังเกตนิดนึง ชื่อนี้ไม่มีปรากฏมากมายในพระคัมภีร์เหมือนดาวิดลูกพี่ใหญ่นะครับ
แต่บันทึกเหตุการณ์สำคัญไว้เพียงเท่านี้เพื่อสอนใจผมเลยว่า
บางครั้งชีวิตที่ยิ่งใหญ่คงไม่ได้วัดจากจำนวนเรื่องราวที่คนจดจำและที่ลงมือทำ แต่จากช่วงเวลาหนึ่งที่ชีวิตๆ หนึ่งเลือกจะยืนหยัดมากกว่ามั้ย?
นี่คือ ที่มาของ ”ยืนเด่นโดยท้าทาย“ ถ้วนๆ ครับ
ก่อน ”ยืนเด่น“
มีเรื่อง ”ท้าทาย“ อะไรมั้ย?
ดูจากข้อ 11-12 พบสภาพที่น่าสนใจครับ
…คนฟีลิสเตียมาชุมนุมกันอยู่ที่เลฮี
…ที่เลฮี เป็นที่ที่มีพื้นดินผืนหนึ่งที่มีถั่วแดงเต็มไปหมด
…ที่เลฮี พวกพลก็หนีพวกฟีลิสเตียไป
ดูจากสภาพแล้ว?
ดูจากบรรยากาศแล้ว?
ดูจากหัวจิตหัวใจแล้ว??
นี่คือ บทเรียนปลุกใจผม
”ยืนเด่นโดยท้าทาย“
# #หนึ่ง
ยืนเด่นเมื่อคนอื่นกำลังดุ๋ยตุ้ย!
”พวกพลก็หนีพวกฟีลิสเตียไป“
วรรคนี้สะท้อนสภาพหัวจิตหัวใจของพลพรรคชัมมาห์ได้เป็นอย่างดี คือ ดุ๋ยตุ้ย แปลความตามภาษาของผมคือ ”หนีเถอะพี่“ อาจจะเพราะกลัว รู้ว่าอยู่ก็ตุย! หรือกะเกณฑ์กำลังพลแล้วสู้ไม่ไหวแน่ หรืออื่นๆ ตามทำนองความกลัว
ชัมมาห์ ”ยืนเด่นโดยท้าทาย“
ความท้าทายแรก คนส่วนใหญ่ดุ๋ยตุ้ย
แต่ชัมมาห์ ตั้งหลัก ”แต่ท่านยืนมั่นอยู่“ (12ก)
ที่เด่นและโดดออกมา ไม่ใช่เพราะหาแสงให้ตัวเองเด่น แต่เด่นเพราะคนอื่นไม่เด่นแต่พร้อมดับ!!
เก็บมาพินิจใจตัวเองครับ
คนของพระเจ้าอาจไม่ได้เด่นเพราะอยู่เหนือคนอื่น แต่เด่นเพราะยืนหยัดในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้ายืน
เป็นไปได้มั้ย?
และที่สะกิดใจที่สุด
ความกล้าของชัมมาห์นาทีนั้น สอนให้ผมคิดเลยว่า ทั้งๆ ที่วิกฤติอยู่ตรงหน้า ความกล้าไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัว แต่ให้ยอมสยบต่อความกลัวที่จะสั่งให้หนี!
# #สอง
ยืนเด่นเมื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าล้ำค่า
”เป็นที่ที่มีพื้นดินผืนหนึ่งมีถั่วแดงเต็มไปหมด“
พื้นดิน!
ถั่วแดง?
แล้วเกี่ยวอะไรกับ ”ยืนเด่น“ แล้วมีเรื่อง ”ท้าทาย“ อันใดหรือ?
ก็แค่ดินที่มีถั่วแดงเต็มไปหมด
ไม่ใช่พระราชวังใหญ่โต
ไม่ใช่เมืองที่มีอำนาจปกครอง
ไม่ใช่ขุมทรัพย์ที่ต้องปกป้องดูแล
ไม่ใช่ของทีค่าในสายตาของคนทั่วไป
แค่แปลงถั่วแดงแปลงเดียว
แต่ในสายตาของชัมมาห์ คือ มีคุณค่าและต้องรักษา
พิจารณาจากชีวิตจริงของผม
ผมมองว่า พระเจ้าไม่ได้เรียกผมให้ไปทำสิ่งที่โลกมองว่ายิ่งใหญ่ในหลายๆ เรื่อง หลายๆ สถานการณ์ แต่ทรงพระเมตตาต่อชีวิตของผมให้สัตย์ซื่อต่อสิ่งที่อยู่ในมือมากกว่ามั้ย?
พื้นดินที่มีถั่วในชีวิตจริงของผมอาจจะต่างจากของชัมมาห์มาก
แต่สิ่งสำคัญในเช้าวันนี้
ผมต้องมองให้ทะลุว่า ”พื้นดินที่มีถั่วแดง“ ในชีวิตของผมคืออะไร?
เมื่อมองชัด ผมจะตอบสนองเหมือนชัมมาห์มั้ย? หรือว่า เย็นชาเหมือนเดิม??
ยืนเด่นโดยท้าทายของชัมมาห์
สิ่งที่ดูเล็กน้อยในสายตาผู้คน อาจเป็นสิ่งสำคัญที่พระเจ้ามอบให้ปกป้อง ดูแล รักษาไว้ก็ได้!
# #สาม
ยืนเด่นเมื่อเลือกบุกไม่ใช่ตั้งรับ
“แต่ท่านยืนมั่นอยู่ท่ามกลางพื้นดินผืนนั้น และป้องกันที่ดินนั้นไว้ และฆ่าฟันคนฟีลิสเตีย และพระเจ้าได้ทรงประทานชัยชนะอย่างใหญ่หลวง”(12)
ผมยกข้อนี้มา ”ยืนเด่น“ ในใจผม
เพื่อจะสอนตัวเองว่า ”บุกนะ“ อย่า ”ตั้งรับ“
ผมสะกิดใจจุดยืนของชัมมาห์
”ท่านยืนมั่นอยู่ท่ามกลางพื้นดินผืนนั้น“
เด่นครับ
โดดเด่นครับ
เพราะชัมมาห์ไม่ได้เป็น ”อีแอบ“ หรือ ”นายหลบ“
แต่กล้าท้าชน ”ตรงกลาง“ ของสิ่งที่ตนมองว่า ”มีค่าควรดูแลปกป้องไว้“
นี่ภาพเด่นสุดของชัมมาห์ในการ ”ท้าทาย“
นำมาสอนใจตัวเองครับ
ผมคิดถึงบางสภาพของตัวเอง
บางครั้งอาจมีเรื่องต่อต้านในใจทั้งจากตัวเองและคนอื่น แล้วไม่กล้าเผชิญหน้า
บางครั้งรู้ว่าทำผิดหรือพลาดไป(บ้าง) แต่ไม่กล้ายืนอยู่ฝ่ายความจริง
บางครั้งก็อธิษฐานเพื่อขอชัยชนะ ขอให้ผ่านๆ ไป แต่ไม่ยอมก้าวเข้าสู่สนามรบหรือยอมรับความจริง
ชัมมาห์มาแล้วครับ เพราะเลือกทำทั้งสองอย่างสุดใจจริงๆ เพราะ ”ยืนรับและพร้อมบุก“
บอกกับตัวเอง ในทางพระเจ้าไม่ใช่ ”ยืนเฉยแล้วรอ“ แต่ ”ยืนนิ่งพร้อมบุก“ ต่างหาก
# #สุดท้าย
ยืนเด่นเพราะรู้ว่าชัยชนะมาจากพระเจ้า
”และพระเจ้าได้ทรงประทานชัยชนะอย่างใหญ่หลวง“
บทสรุปที่เด่นสุดของวีรบุรุษของดาวิดทั้งสาม มาจาก ”คนใหญ่“
เมื่อชัมมาห์ยืน
เมื่อชัมมาห์ป้องกัน
และเมื่อชัมมาห์ต่อสู้
ชัมมาห์ไม่ได้รับชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่สมหัวใจของท่านนะครับ
แต่ว่า ”ผู้ยิ่งใหญ่เหนือใคร“ ที่ ”ทรงประทานชัยชนะ“ ในระดับใด? ”อย่างใหญ่หลวง“
นี่คือสมดุลชีวิตที่ควรค่าแก่การจดและจำและทำตาม
”ชัมมาห์ยืนหยัด (สู้) พระเจ้ายืนยัน (จัดสรรชัยชนะ)
จะนำมาใช้ยังไงกับชีวิตดี?
เรื่องจริงเรื่องหนึ่ง
ผมไม่ควรใช้ความเชื่อเป็นข้ออ้างในการไม่ทำอะไรเลย
แต่ก็ไม่ควรคิดว่าชัยชนะเกิดจากกำลังของผมเองได้ด้วย
จุดที่ควรยืน
หน้าที่ของผมคือยืนอยู่ในที่ที่พระเจ้าวางไว้
ราชกิจของพระเจ้าคือประทานชัยชนะตามพระประสงค์ของพระองค์
๐ ข้อคิด
วันนี้
ผมต้องมองให้ทะลุผ่านชีวิตของผมว่า
อะไร? คือ พื้นดินที่มีถั่วแดงของชีวิตบ้าง?
แม้ว่า รอบตัว รอบข้างอาจจะไม่ต่างจากชัมมาห์ คือ ผู้คนพากันดุ๋ยตุ้ย!
แต่ให้ภาพจำของชัมมาห์กับพวกอีกสองคนที่เคียงข้างดาวิด ปลุกใจผมให้ “ยืนขึ้น” แต่อาจจะไม่ต้อง “เด่น” หรือ “ดัง” หรือ “โดน” ใดใด เพียงแต่ให้ทุกเรื่องที่ “ท้าทาย” ไม่ทำให้ “ใจช้ำ” แต่เพราะ “ชัมมาห์” เค้ามาแตะที่ใจแล้ว ออกไป “ยืนเด่นโดยท้าทาย” สักตั้งให้สุดกำลังนะครับ
🎯 ปักเป้าในใจผม
”และพระเจ้าได้
ทรงประทานชัยชนะ
อย่างใหญ่หลวง“
อาเมนครับ