ชมรมเพื่อนคุณธรรม

ธรรมบรรยาย เรื่อง "แพทย์ทางรอด รอดออกจากทุกข์2" โดย อ.กำพล ทองบุญนุ่มจาก MP3 คลี่ปมในใจ"ขี้เกียจก็นอนพลิกมือไปเบื่อก็นอน...
25/05/2026

ธรรมบรรยาย เรื่อง "แพทย์ทางรอด รอดออกจากทุกข์2"
โดย อ.กำพล ทองบุญนุ่ม
จาก MP3 คลี่ปมในใจ

"ขี้เกียจก็นอนพลิกมือไป
เบื่อก็นอนพลิกมือไป
มันง่วงก็พลิกมือไป มันคิดก็พลิกมือไป
เอาเรื่องเดียวคือ
“จิตแน่วแน่อยู่กับ อารมณ์ที่เรากำหนดอยู่” "

ธรรมบรรยาย เรื่อง "แพทย์ทางรอด รอดออกจากทุกข์2" โดย อ.กำพล ทองบุญน...

ผิด-ถูก ไม่เป็นไร“การเจริญสติ ไม่มีผิดไม่มีถูก มีแต่รู้กับหลงเท่านั้น เพียงแต่เราขยันเจริญสติให้มากๆ ขยันรู้สึกตัวให้มาก...
15/12/2024

ผิด-ถูก ไม่เป็นไร

“การเจริญสติ ไม่มีผิดไม่มีถูก
มีแต่รู้กับหลงเท่านั้น เพียงแต่เรา
ขยันเจริญสติให้มากๆ ขยันรู้สึกตัว
ให้มากๆ จิตผู้รู้มันก็จะพัฒนา และก็จะ
เห็นอาการต่างๆ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าใจ
การปฏิบัตินี้ ต้องอาศัยประสบการณ์
ผิดก็ไม่เป็นไร ถูกก็ไม่เป็นไร ทุกอย่างเป็น
ประสบการณ์ทั้งนั้น เป็นการพัฒนาตัวเรา”

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม ชมรมเพื่อนคุณธรรม

ปุจฉา “ถ้าเราหรือญาติของเรากำลังตกอยู่ในสภาพผู้ป่วยที่หมดหวังในชีวิต  เราควรจะแนะนำให้เขาช่วยเหลือจิตใจตัวเองอย่างไร ขอค...
09/12/2024

ปุจฉา “ถ้าเราหรือญาติของเรากำลังตกอยู่ในสภาพผู้ป่วยที่หมดหวังในชีวิต เราควรจะแนะนำให้เขาช่วยเหลือจิตใจตัวเองอย่างไร ขอความเมตตาให้อาจารย์เล่าจากประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มฝึกเลยค่ะ”

อ.กำพล วิสัชนา : “วิธีการออกจากทุกข์ง่ายๆที่สุดคือ ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นเราเสียเท่านั้นเอง ถ้าเราทำความเข้าใจ ยอมรับ ใจเราก็ผ่อนคลาย ความทุกข์ก็จะเจือจางลงไป เมื่อยอมรับแล้วต้องหาทางแก้ไขด้วย แต่ให้วางใจเป็นกลางๆ ไว้ อย่าสร้างความหวังไว้มากเกินไป

ตอนเจ็บป่วยพิการใหม่ๆ ผมยังไม่มีข้อมูลทางธรรมะ ไม่รู้จะคิดยังไงให้มันเป็นธรรมะ เวลามันปวดมันชามาก ๆ ผมอาศัยเบี่ยงจิตออกไปเลย ผมอาศัยนึกไปถึงสิ่งที่เราชอบ ส่งจิตออกไปในทางความคิดของเรา เช่น นึกถึงเพลงที่ไพเราะที่เราชอบ ที่เที่ยว กีฬาที่เราชอบ จิตมันก็ออกจากทุกข์ไปได้ชั่วคราวขณะหนึ่ง เป็นอารมณ์ที่ไม่ใช่กุศลหรอก

ต่อมาผมยังไม่มีกรรมฐาน เจริญสติไม่เป็น ก็อาศัยวิธีคิดที่เป็นกุศล คิดว่าอ๋อ...ชีวิตเรานี่มันไม่เที่ยง มันบังคับบัญชาไม่ได้ มันเป็นทุกข์ คิดเป็นไตรลักษณ์ไปเลย

ต่อมาเวลามันเจ็บมากๆ ผมก็สวดมนต์เลย สวดแบบนกแก้วนกขุนทอง มันก็พรากจิตออกจากอารมณ์ไปได้ชั่วคราว ต่อมาเริ่มทำกรรมฐาน ส่งจิตส่งใจไปกับคำบริกรรม พุทโธ พุทโธ มันก็สามารถดึงจิตออกจากทุกขเวทนาทางกายได้เช่นกัน แต่ก็ได้เพียงชั่วคราวเป็นการตั้งหลักจิตใจ

ต่อมาผมใช้วิธีการเจริญสติ ทำความรู้สึกตัว คือมีสติตามรู้กายไปเรื่อยๆ เราก็จะเห็นทุกข์ของกาย เมื่อใจเป็นผู้รู้ เห็นกายมันมีทุกขเวทนา การมีสติรู้เฉยๆ นี่สำคัญมาก เพราะเป็นการรู้แบบจิตมันไม่ปรุงแต่ง มันมีสติรู้ตัวอยู่เฉยๆ ไม่ต่อต้านในความทุกข์ แต่ยอมรับกับทุกข์ทางกาย ตรงนี้แหละที่จิตมันเริ่มผ่อนคลายแล้ว มันเหมือนอย่างกับเราดูคนอื่นเป็นผู้ทุกข์ ไม่ใช่เรา นี่มันแยกออกจากความทุกข์ความเจ็บปวดได้ ๑๐๐% เลย แยกจิตแยกกายออกไป ดังนั้นเวทนาความเจ็บปวดมันจะมากแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าเรารักษาจิตเอาไว้เป็นปกติ ไม่ปล่อยให้มันปรุงแต่งมากนี่ ความเจ็บปวดมันจะอยู่ในระดับที่เราทนได้

ถ้าเรามีสติคอยช่วยรักษา มีปัญญาคอยช่วยปล่อยวาง ทุกขเวทนาแค่ไหนก็จะไม่มีผลต่อจิตใจ จิตจะเป็นอิสระ มีความสดชื่น เมื่อเข้าใจตัวเรา รู้ทันความคิด มันก็จะเข้าใจคนอื่นด้วย

ดังนั้นการรักษาใจไม่ให้เป็นทุกข์ ผมขอแนะนำธรรมโอสถขนานเอก แบบหายขาดเลยนะ คือให้ “ปฏิบัติธรรม” อย่าไปมองว่าเราจะต้องทิ้งบ้านไปวัดนะ เราสามารถทำได้ที่เนื้อที่ตัวเราโดยการฝึกมีสติดูกายดูใจเราแทนที่จะไปกับการปรุงแต่ง”

แหม....อาจารย์แจกสูตรธรรมโอสถ ขนาดนี้แล้ว ใครอ่านมาเจอ รีบสาธุรับพรจากอาจารย์ ฝึกกันไว้ในยามสุดท้ายนะคะ

เครดิตภาพ ชมรมเพื่อนคุณธรรม

ปุจฉา :"ความสุขในแบบปุถุชนคนเราโดยทั่วไป คืออะไร แล้วความสุขในมุมมองของคนพิการหรือคนป่วยติดเตียงอย่างอาจารย์เป็นอย่างไรค...
07/12/2024

ปุจฉา :"ความสุขในแบบปุถุชนคนเราโดยทั่วไป คืออะไร แล้วความสุขในมุมมองของคนพิการหรือคนป่วยติดเตียงอย่างอาจารย์เป็นอย่างไรคะ?"

อ.กำพล วิสัชนา : "คนทั่วไปไม่ค่อยมีความสุขหรอก เลยไปเที่ยวเสาะแสวงหาความสุขกัน พอได้ดังใจปรารถนาแล้วล่ะก็นั่นคือความสุข เราเข้าใจกันอย่างนั้น เราก็ไปแสวงหา เช่นอยากดูแล้วก็ได้ดู อยากฟังแล้วก็ได้ฟัง ก็จะมีความสุข ถ้าความอยากหรือความปรารถนาเราไม่ได้สมดังใจ โอ...เราไม่มีความสุขแล้ว

ดังนั้นความสุขของแต่ละคนมันไม่ซ้ำกันหรอก สลับความสุขกันก็ไม่ได้นะ ความสุขแบบนี้มันเริ่มจากตัวตัณหาก่อน มันต้องอยากก่อน พออยากก็ได้ทำตามใจที่อยากแล้วเกิดความสุข ถ้าทำตามความอยากไม่สำเร็จก็กลายเป็นมีความทุกข์ เหมือนพวกเป็นโรคกลาก เป็นความสุขจากการได้เกาที่คัน

หลังจากผมรู้ว่าร่างกายต้องพิการไปตลอดชีวิต ผมจึงใช้วิธีเปลี่ยนจากการแสวงหาความสุข เป็นมามุ่งขจัดความทุกข์ที่มีในตัวเรา ผมหันมาสนใจธรรมะเพื่อช่วยกล่อมเกลาจิตใจ ครูบาอาจารย์ท่านบอกไว้ว่า "ทุกข์นั้นมีทางออก" ดังนั้นมีทุกข์ก็ย่อมมีไม่ทุกข์ได้ ...มีเดินได้ก็ต้องมีเดินไม่ได้เช่นกัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผมเริ่มปฏิบัติธรรมเพื่อหาทางพ้นทุกข์ (แทนที่จะหาความสุข) เครื่องมือปฏิบัติธรรมผมมีอย่างเดียวคือ "ทำความรู้สึกตัว" อยู่ที่เนื้อที่ตัวเรานั่นแหละ จะดื่มน้ำ ทานข้าว เปลี่ยนเสื้อผ้า ขับถ่าย ฯลฯ คือเอาเตียงมาเป็นวัด ใช้ชีวิตตั้งแต่เช้ายันค่ำด้วยความรู้สึกตัวจนกระทั่งหลับไปอย่างมีสติ ตื่นเช้ามาเหมือนเราเกิดใหม่ ก็มีสติใหม่ ผมสามารถเก็บปกิณกะสุขไปแต่ละวันได้ด้วยนะ แค่ช่วยเหลือตัวเองได้นี่คือความสุข เวลามันคิด ก็จะคิดในเรื่องของแก้ปัญหาให้ตัวเอง ว่าจะช่วยเหลือตัวเองอย่างไร ทำสิ่งที่เราทำไม่ได้แล้วทำได้ขึ้นมา นี่คือความสุข แค่หยิบแก้วน้ำได้ พลิกตัวได้เองก็มีความสุขความแจ่มใสเกิดขึ้นแล้ว

มันสอนตัวเราเองว่า ถ้าเจออุปสรรคอย่าท้อแท้ ถ้าเราทำได้มันมีความภูมิใจ เราจะเกิดความรู้หลายๆ อย่างจากสิ่งที่เราทำ เมื่อเข้าใจตัวเอง สุขภาพจิตดี มองอะไรก็ดีไปหมด แม้ข้างนอกจะวุ่นวายไม่ดี แต่มันดีที่ใจเรา ใจมันก็สงบได้ ความสุขจึงเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายมาก กลายเป็นความทุกข์เป็นสิ่งที่หายากมาก ผมก็ได้จาก "การทำความรู้สึกตัว" เมื่อจิตใจผมเป็นปกติได้ ก็ไม่เป็นไปกับอารมณ์ เห็นมันเป็นส่วนเกิน จะใช้มันก็ได้ไม่ใช้มันก็ได้ เป็นความสุขที่ไม่ต้องเกา คือมันไม่คันจากตัณหา มันเลยมีความสุขได้ ดังนั้นญาติธรรม ให้รู้จักเป็น "นักทำใจ" แล้วจะพบความสุขที่แท้จริง"

เครดิตภาพ "หมาตามเกวียน"วีระ พุฒิกุลางกูร

ธรรมะจากชีวิตวันหนึ่งคืนหนึ่ง ตอน อาจารย์ใจ“ชีวิตวันหนึ่งคืนหนึ่งนี้ ถือว่าเป็นช่วงเวลาของชีวิตที่สำคัญและมีคุณค่ามากที่...
28/11/2024

ธรรมะจากชีวิตวันหนึ่งคืนหนึ่ง ตอน อาจารย์ใจ

“ชีวิตวันหนึ่งคืนหนึ่งนี้ ถือว่าเป็นช่วงเวลาของชีวิตที่สำคัญและมีคุณค่ามากที่สุด เราควรจะใช้เวลาวันหนึ่งคืนหนึ่งให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยการมีชีวิตอยู่ด้วยการภาวนาที่มันลัดสั้น ง่ายและก็เห็นผลเร็ว อย่างเช่นว่า การมีสติมีสัมปชัญญะดูจิตดูใจของเรานี่ถือว่ามีประโยชน์มาก มันเป็นช่วงสุดท้ายของการทำกรรมฐานเลยก็ว่าได้

การมีสติดูธรรมชาติของจิต ดูพฤติกรรมของจิต ให้มาสนใจเรื่องของจิตมากๆ มันทำให้เราเข้าใจและฉลาดเรื่องของจิตใจเรา

ไม่ต้องไปแสวงหาธรรมที่ไหนหรอก ก็เอาจิตของเรานี่มาเป็นครูสอนธรรมะให้กับเรา จะเรียกว่า อาจารย์จิตอาจารย์ใจก็ว่าได้ สอนให้เราเกิดสติเกิดปัญญา ถือว่าเป็นประโยชน์และมีคุณค่าในเวลาที่เหลือของเรา

หากเราเข้าใจเรื่องของจิตใจเราแล้วหรือว่าอาจยังไม่เข้าใจเรื่องของจิตใจของเรา หรือว่าอาจจะยังไม่มีสติคมพอที่จะดูจิตดูใจได้นั้น อย่างน้อยที่สุดเราก็ยังเกิดประโยชน์จากการทำภาวนา คือการทำให้เรามีสติมีสัมปชัญญะ ได้เตรียมตัวต้อนรับความตายที่กำลังจะมาถึงเราในอีกไม่ช้านี้ ถือว่าเป็นช่วงประสบการณ์ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของทุกๆ คนที่เกิดมา”

กราบสาธุ อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

ปุจฉา "ควรจัดการอย่างไร เมื่อไม่เพ่งก็เผลอ?"อ.กำพล วิสัชนา : "เพ่งหรือเผลอ มันเป็นเรื่องของจิตให้ รู้ ซื่อ ๆ แค่ "รู้ ว่...
14/11/2024

ปุจฉา "ควรจัดการอย่างไร เมื่อไม่เพ่งก็เผลอ?"

อ.กำพล วิสัชนา : "เพ่งหรือเผลอ มันเป็นเรื่องของจิตให้ รู้ ซื่อ ๆ แค่ "รู้ ว่า เพ่ง" ก็ พอ แล้วใหม่ๆ มันก็ต้องเพ่งก่อนเป็นธรรมดา อย่าไปกังวลถูกหรือผิด แค่ "รู้" ไปก่อน เดี๋ยวพอมันเกิดความเครียด เกิดความทุกข์ มันก็รู้เองว่า "ผิด"

ถ้ามันเบาสบาย ผ่อนคลาย มันก็คือ "ถูก" มัน "เพ่ง" ไป เดี๋ยวมันก็ "ถอย" ออกมาเอง

เพ่งหรือเผลอก็เหมือนคนใส่เสื้อคับไป หลวมไปเรา(คนใส่)รู้เอง ไม่ต้องไปคอยถามใครว่ามันหลวมหรือมันคับ

ปฏิบัติธรรม ... ต้องมีความสุข
ปฎิบัติธรรม ... อย่าค้ากำไรเกินควร
ปฏิบัติธรรม ... ให้รู้ซื่อซื่อรู้แล้วจืดจืด

เราทำเหตุให้ถูกต้องสมบูรณ์เถิด
ผลไม่ต้องหวังก็ได้ ผลมันย่อมเป็นไปตามเหตุ

การยกมือสร้างจังหวะ เป็นการสร้างเหตุ "ยก.มือ.รู้สึก" แค่นี้มัน สะอาดแล้ว สว่างแล้ว สงบแล้ว

นึกถึงตอนทานข้าวสิ!
แค่เรารู้สึกตัว มันก็มี ความอร่อย มีความสุข มีความอิ่มแล้วในคำๆนั้น

ข้าวหนึ่งคำ มีทั้ง ความอร่อย ความอิ่ม ความสุข เราจะไป "คิดถึงตอนอิ่มขณะกิน" มันก็ "ทุกข์" เสียแล้ว"

เหนือความชอบ-ชัง คือทางสู่ที่สุดแห่งทุกข์"เรามักจะปฏิเสธสิ่งที่เราไม่ชอบ อะไรที่เราชอบ เราก็จะมุ่งแสวงหา สังเกตดูดีๆ เถอ...
12/11/2024

เหนือความชอบ-ชัง คือทางสู่ที่สุดแห่งทุกข์

"เรามักจะปฏิเสธสิ่งที่เราไม่ชอบ อะไรที่เราชอบ เราก็จะมุ่งแสวงหา สังเกตดูดีๆ เถอะ สิ่งที่เราชอบใจนี่ มักจะทำร้ายใจเราในภายหลัง ส่วนสิ่งที่ขัดใจเรานั่นล่ะ จะให้ปัญญากับเรา และให้ประโยชน์กับเรามาก หลายคนมีชีวิตที่ก้าวหน้า เพราะว่าไม่ปฏิเสธในสิ่งที่มันไม่ถูกใจเรา ที่ว่าขัดใจเรานั้น มันไม่ใช่ขัดใจเราหรอก มัน "ขัดกับกิเลส" ของเรา ถ้าเราทำตามความชอบใจของเรานี่ สิ่งนั้นมักจะพาเราไปทุกข์ในภายหลัง ถ้าเรารู้จักเรียนรู้ทั้งสิ่งที่ถูกใจเราและไม่ถูกใจเรา เราจะเกิดปัญญา จะมีชีวิตอยู่เหนือความถูกใจและไม่ถูกใจ คือ พ้นไปจากภาวะที่พอใจและไม่พอใจเลย ตรงนั้นล่ะ จะเป็นที่สุดของความทุกข์"

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม ชมรมเพื่อนคุณธรรม

"ปัจจุบัน คือ สติ""การปฏิบัติธรรมด้วย "ความรู้สึกตัว" ในชีวิตประจำวัน ต้องปฏิบัติแบบ ไม่ต้องได้อะไร และไม่เป็นอะไรกับอะไ...
11/11/2024

"ปัจจุบัน คือ สติ"

"การปฏิบัติธรรมด้วย "ความรู้สึกตัว" ในชีวิตประจำวัน ต้องปฏิบัติแบบ ไม่ต้องได้อะไร และไม่เป็นอะไรกับอะไร นี่แหละจึงจะได้

คำว่า "ไม่เป็นไร" นี่ยิ่งใหญ่นะ
มันทำให้ "ใจตื่น"

คนปฏิบัติธรรมต้องหน้าตาผ่องใส
ไม่ใช่คร่ำเคร่ง เก็บกด
เราปฏิบัติเพื่อ "เห็น" ธรรม
ไม่ใช่ไป "เอา" ธรรม

ดังนั้นให้ปฏฺิบัติแบบผ่อนคลาย
สบายๆ ทำเล่นๆ แต่ต่อเนื่อง
โดยไม่คาดหวังอะไร
การ "รู้แบบปัจจุบัน" นั่นแหละ คือ "สติ"

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม ชมรมเพื่อนคุณธรรม

ตอนที่ ๑. วิปัสสนูวิปัสสนูเป็นกิเลสเฉพาะคนที่ทำวิปัสสนาเป็นธรรมะชั้นสูง เป็นธรรมะที่จะต้องละเพราะเป็นสิ่งที่กั้นไม่ให้เร...
29/10/2024

ตอนที่ ๑. วิปัสสนู

วิปัสสนูเป็นกิเลสเฉพาะคนที่ทำวิปัสสนา
เป็นธรรมะชั้นสูง เป็นธรรมะที่จะต้องละ
เพราะเป็นสิ่งที่กั้นไม่ให้เราปฏิบัติไปสูงกว่านี้

วิปัสสนูคือหลงในความรู้ตัวเอง
คนที่ไม่ได้ทำวิปัสสนาก็มีความหลง
หลงโลก หลงโกรธ หลงเข้าใจผิด
มันหลงคนละระดับกัน

วิปัสสนูเกิดได้กับทุกคนที่ปฏิบัติวิปัสสนา
หลวงพ่อเทียนก็เคยเกิดวิปัสสนู ท่านจึงรู้ว่าอันนี้คือวิปัสสนู

หลวงพ่อคำเขียนก็เคยเกิดวิปัสสนู
พอเกิดแล้วก็พาแม่ไปเดินจงกรมในป่าช้าเลย
บางคนกำลังปฏิบัติธรรมอยู่ที่สำนักปฏิบัติ
เมื่อเกิดวิปัสสนูแล้วเลิกปฏิบัติไปสร้างสำนักของตัวเอง ยกตัวเองเป็นอาจารย์ ถือว่าเป็นสิ่งที่กั้นขวางไม่ให้ปฏิบัติไปสู่ธรรมะขั้นสูง

สำหรับผมก็เป็นวิปัสสนู เพราะถึงขั้นเห็นรูป เห็นนาม วิปัสสนูก็เกิดขึ้น อยากบอก อยากสอน แต่เนื่องจากว่าเราไปไหนไม่ได้ เราไม่รู้จะไปสอนใคร ไปบอกใคร มันเป็นโชคดีของคนที่ไปไหนไม่ได้

เรามีพ่อมีแม่ ผมไปคุยให้แม่ฟัง แม่ก็สงสารและให้กำลังใจ บอกว่า “โอ้! ดีแล้วลูก” พอแม่ชม เราก็หัวใจพอง มีปีติ แต่พอไปคุยให้พ่อฟัง พ่อเคยปฏิบัติกับหลวงพ่อเทียนมาแล้ว พ่อจึงรู้ว่าเราเป็นอะไร
พ่อไม่เคยว่า ไม่เคยสอน พ่อพูดคำเดียวว่า “อ๋อ อย่างนี้เหรอ พ่อก็ผ่านมาแล้ว” แล้วพ่อก็ไม่ได้สนใจคำพูดของเราเลย เราก็หยุดกึก ... เริ่มมีสติ

เพราะฉะนั้น วิปัสสนูต้องมีครูบาอาจารย์คอยสังเกตและช่วยแก้ไข ผมไม่มีครูบาอาจารย์ หลวงพ่อคำเขียนอยู่วัด มีพ่อที่คอยเบรกเอาไว้ เราก็เลยเกิดสติขึ้นมา

โอ้! นี่วิปัสสนูมันเกิดขึ้นแล้วแก่เรา ปีติต่างๆ ความหวังต่างๆ มันก็เลยหยุดชะงักลงไป เราก็เลยกลับมาปฏิบัติต่อ กลับมานอนพลิกมือ แบบที่เรียกว่า สิ้นคิดสิ้นหวังไปเลย ทำแบบคนสิ้นคิดสิ้นหวัง ไม่หวังอะไรแล้ว คนในโลกนี้ ถ้าเป็นคนที่ไม่คิดอะไร ไม่หวังอะไร แสดงว่า ชีวิตเขาไม่มีประโยชน์ ไม่มีคุณค่าแล้วใช่ไหม คิดอย่างนั้นจริงไหม เหมือนคนที่บอกว่าไม่คิดอะไรแล้ว ไม่มีความหวังอะไรแล้ว ก็เหมือนคนไม่มีคุณค่าอะไร

แต่คนที่ปฏิบัติ ความคิดมันจะไม่เกิดขึ้น เพราะว่าไม่รู้จะคิดอะไร ไม่รู้ว่าจะหวังเอาผลอะไรจากการปฏิบัติ
มันเป็นการดีสำหรับคนปฏิบัติที่คิดแบบนี้ได้

คนในโลกนี้ ถ้าบอกว่า ขอให้เอ็งหมดเนื้อหมดตัวไปเลย สิ้นเนื้อประดาตัวไปเลย เขาไม่ชอบ แต่นักปฏิบัติชอบ หมดตัวแสดงว่าตัวตนไม่มีแล้ว เพราะฉะนั้นมันต่างกันอย่างนี้ หรืออีกคำหนึ่ง เปรียบเทียบว่า ขอให้เอ็งตายไปแล้วไม่ต้องผุดไม่ต้องเกิด
คนทั่วไปไม่ชอบ แต่นักปฏิบัติ ถ้าบอกว่าตายไปแล้วไม่ต้องผุดไม่ต้องเกิด อันนี้เขาชอบ เพราะฉะนั้น มันต่างกันในความรู้สึกนี้ เหมือนเราก่อนจะปฏิบัติ เรามีความคิด มีความหวังว่าจะต้องพ้นทุกข์ พอโดนพ่อบลัฟเอาว่า พ่อก็ทำมาแล้ว เราก็เลยกลายเป็นคนที่ไม่มีหวัง หมดหวังแล้ว ไม่รู้จะคิดอะไรแล้ว
ความทะเยอทะยานที่อยากจะได้ผลมันหยุดลงทันที
แล้วก็มาปฏิบัติ ทำแบบคนไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องหวังว่าจะได้อะไร ให้มีสติรู้กายเคลื่อนไหวแบบสบายๆ แบบใจที่มันกว้าง ไม่ต้องไปบีบบังคับอะไร

ทีนี้เลยเห็นอยู่ ๒ อย่างว่า กายมีหน้าที่เคลื่อนไหว ใจก็มีแค่รู้ นอกนั้นไม่เกี่ยวข้อง มันก็เริ่มเห็นว่า กายมันเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอก แต่ความรู้ รู้ว่ากายเคลื่อนไหวมันออกมาจากข้างใน

ตอนนี้ก็เริ่มมีความคิดขึ้นมาโดยที่เราไม่รู้ตัว คิดว่าเราเป็นคนคิด คิดว่าตัวตนเรา แต่เราไม่รู้ว่าสิ่งนี้โผล่มาอย่างไร นึกถึงคำหลวงพ่อเทียน ท่านพูดไว้ว่า
เห็นรูปเห็นนามแล้ว ผ่านอารมณ์รูปนามแล้ว
อย่าไปยุ่งกับรูปนาม ให้พัฒนาจิตขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง
โดยการไปดูความคิด ให้ระวังความคิดให้ดี เราก็เลยคิดให้ระวังความคิด แล้วก็มีความคิดอีกอันขึ้นมาว่า
อันนี้เป็นเจ้าของคิด เป็นคนคิดว่า อีกความคิดหนึ่งให้ระวังความคิด โดยไม่รู้ตัว

มันก็คิดแต่ระวัง มือก็พลิกไป ใจก็รู้ แล้วก็ระวังความคิดนะ แต่เราก็หลงไปในความคิดเรียบร้อยแล้ว
เห็นความคิดเกิดขึ้นบ่อยอยู่เรื่องเดียว เรื่องที่ว่าจะทำอย่างไรให้เราพ้นทุกข์ มันจะมีวิธีการปฏิบัติแบบไหน
พยายามจะพลิกแพลง พยายามจะขยันทุกอย่าง
เพื่อให้พ้นทุกข์ให้ได้

นี่คือความคิดที่คิดว่า เรานี่คิด คิดที่จะดัดแปลงเพื่อให้มันหมดทุกข์ มีตัวตนโดยที่ไม่รู้ตัว เกิดความคิดที่อยากจะพ้นทุกข์ ขณะปฏิบัติอยู่ในห้อง หาวิธีการที่จะขยัน จะทำอย่างไรให้ทำได้มากกว่านี้ มันเป็นความคิดวุ่นวายของเราคนเดียว

วันหนึ่งเราไปนั่งที่หน้าบ้าน บางครั้งที่เราเกิดปัญหาหรือฟุ้งซ่านขึ้นมา การปลีกวิเวกไปเป็นส่วนตัวมันมีประโยชน์มาก เราก็นั่งรถเข็นไปอยู่หน้าบ้าน ดูต้นไม้ นก หมา กา ไก่ ส่งจิตส่งใจออกไปข้างนอก

แม้เราจะไปสนใจข้างนอก แต่จิตก็กลับมาดูใจตัวเองอยู่เรื่อยโดยไม่ได้เจตนา เป็นอัตโนมัติของจิต กลับมาดูตัวเองอยู่เรื่อย เกิดความคิดขึ้นมา อันนี้เป็นความคิดด้วยปัญญาและคิดด้วยสติ คิดว่า เอ๊ะ! ตอนนี้เรามีความทุกข์ เรามีความทุกข์อะไร เราจะปฏิบัติไปเพื่อให้พ้นทุกข์ และอะไรที่ทำให้เกิดความทุกข์ในตัวเรา

ร่างกายที่พิการอยู่ เราก็ไม่ได้ไปสนใจแล้ว เราเลิกที่จะไปเอาใจใส่อะไร ก็ไปเห็นว่า ไอ้ตัวอยากพ้นทุกข์นี่ ตัวนี้ตัวสำคัญ นี่แหละตัวกิเลสเป็นตัวเป็นตนว่าอยากให้เราพ้นทุกข์
.................................
เครดิตภาพ อ.กำพลถ่ายกับคุณพ่อท่าน

ปุจฉา : ปฏิบัติเห็นผลช้าหรือเร็วขึ้นกับอะไร?อ.กำพล - วิสัชนา  “การปฏิบัติ ก็อยู่ที่เนื้อที่ตัวเรานี่ละ จะช้าหรือเร็วขึ้น...
28/10/2024

ปุจฉา : ปฏิบัติเห็นผลช้าหรือเร็วขึ้นกับอะไร?

อ.กำพล - วิสัชนา “การปฏิบัติ ก็อยู่ที่เนื้อที่ตัวเรานี่ละ จะช้าหรือเร็วขึ้นกับการวางจิตวางใจให้ถูกต้อง เรากำหนดไม่ได้หรอก ไม่เหมือนอย่างกับการเรียน การเรียนชั้นประถมก็ต้องเรียนหกปี จบ ป. ๖ เรียนมหาวิทยาลัย ต้องสี่ปีห้าปี นั่นเป็นกำหนด ในทางโลกๆ แต่การปฏิบัติธรรมนี้ กำหนดไม่ได้ว่า เมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับว่าเราวางจิตวางใจไว้ถูกต้องหรือไม่ ปฏิบัติถูกหรือไม่ และการปฏิบัตินั้นมาก เพียงพอหรือเปล่า ทำถูกต้องทำวันเดียวก็ยังไม่บรรลุ ต้องอาศัยเวลา อาศัยประสบการณ์อีกมากมาย”

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม ชมรมเพื่อนคุณธรรม

ที่อยู่

57 ซอยอรุณอมรินทร์ 39
Bangkok
10700

เบอร์โทรศัพท์

+66816171666

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ชมรมเพื่อนคุณธรรมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ชมรมเพื่อนคุณธรรม:

แชร์