Buddhist-Thailand/พระสัมมาสัมพุทธเจ้า-ไทยแลนด์

Buddhist-Thailand/พระสัมมาสัมพุทธเจ้า-ไทยแลนด์ พระองค์มีพระคุณอันนับประมาณมิได้

04/07/2021
 #พระพุทธเจ้าและพระสาวกอรหันต์เสด็จอนุโมทนา_พระอาจารย์มั่น_ภูริทัตโต".. หลังจากท่านเดินทางถึงแดนแห่งวิมุตติแล้ว คืนต่อ ๆ...
02/03/2021

#พระพุทธเจ้าและพระสาวกอรหันต์เสด็จอนุโมทนา_พระอาจารย์มั่น_ภูริทัตโต

".. หลังจากท่านเดินทางถึงแดนแห่งวิมุตติ
แล้ว คืนต่อ ๆ มามีพระพุทธเจ้าพร้อมพระ
สาวกจำนวนมากเสด็จมาอนุโมทนาวิมุตติธรรมกับท่านเสมอ มิได้ขาด.. ? คืนนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นกับพระสาวกบริวารเป็นจำนวนหมื่นเสด็จมาเยี่ยม.. ? คืนนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นมีสาวกเท่านั้นเสด็จ
มาเยี่ยมอนุโมทนา จำนวนพระสาวกที่ตามเสด็จพระพุทธเจ้ามาแต่ละพระองค์นั้นมีจำนวนไม่เท่ากัน ทั้งนี้ท่านว่าขึ้นอยู่กับวาสนาของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ไม่เหมือนกัน? ที่พระสาวกตามเสด็จมาด้วยแต่ละพระองค์นั้น มิได้ตามเสด็จมาทั้งหมดในบรรดาพระสาวกของแต่ละพระองค์ที่มีอยู่..? แต่ที่ตามเสด็จมามากน้อยนั้นต่างกันนั้นพอแสดงให้เห็นภูมิพระวาสนาบารมีของ แต่ละพระองค์นั้นต่างกันเท่านั้นบรรดาพระสาวกจำวนมากของแต่ละพระองค์ที่ตาม เสด็จมานั้น มีสามเณรติดตามมาด้วยครั้งละไม่น้อยเลย? ท่านสงสัยจึงพิจารณาก็ทราบว่า คำว่าพระอรหันต์ในนามธรรมนั้นมิได้หมายเฉพาะพระ แต่สามเณรที่มีจิตบริสุทธิ์หมดจดก็นับเข้าในจำวนสาวกอรหันต์ด้วย ฉะนั้น ที่สามเณรติดตามมาด้วยจึงไม่ขัดกัน ในพระโอวาทของพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ประทานอนุโมทนาแก่ท่านพระอาจารย์มั่น นั้น ส่วนใหญ่มีว่า? เราตถาคตทราบว่าเธอพ้นโทษจากอนันตรทุกข์ในที่คุมขังแห่งเรือนจำของวัฏฏทุกข์ จึงได้มาเยี่ยมอนุโมทนาที่คุมขังแหล่งนี้ใหญ่โตมโหฬารและแน่นหนามั่นคงมาก และมีเครื่องยั่วยวนชวนให้เผลอตัวและติดอยู่รอบตัวไม่มีช่องว่าง จึงยากที่จะมีผู้แหวกว่ายออกมาได้ เพราะสัตว์โลกจำนวนมากไม่ค่อยมีผู้สนใจกับทุกข์ที่เป็นอยู่กับตัวตลอดมา ว่าเป็นสิ่งที่ทรมานและเสียดแทงร่างกายจิตใจเพียงใด พอจะคิดเสาะแสวงหาด้วยวิธีต่าง ๆ เหมือนคนเป็นโรคแต่มิได้สนใจกับยา ยาแม้มีมากจึงไม่มีประโยชน์สำหรับคนประเภทนั้น ธรรมของเราตถาคตก็เช่นเดียวกับยา สัตว์โลกอาภัพเพราะโรคกิเลสตัณหาภายในใจเบียดเบียนเสียดแทง ทำให้เป็นทุกข์แบบไม่มีจุดหมายว่าจะหายได้เมื่อไร สิ่งตายตัวก็คือ โรคพรรค์นี้ถ้าไม่รับยาคือ ธรรมจะไม่มีวันหายได้ ต้องฉุดลากสัตว์โลกให้ตายเกิดคละเคล้าไปกับความทุกข์กายทุกข์ใจ และเกี่ยวโยงกันเหมือนลูกโซ่ ตลอดอนันตกาล ธรรมแม้จะมีเต็มไปทั้งโลกธาตุก็ไม่สามารถอำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้ไม่สนใจนำไป ปฏิบัติรักษาตัวเต็มไปทั้งโลกธาตุก็ไม่สามารถอำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้ไม่สนใจ นำไปปฏิบัติรักษาตัวเท่าที่ควรจะได้รับจากธรรม? ธรรมก็อยู่แบบธรรม? สัตว์โลกก็หมุนตัวเป็นกงจักรไปกับทุกข์ในภพน้อยภพใหญ่แบบสัตว์โลก? โดยไม่มีจุดหมายปลายทางว่าจะสิ้นสุดทุกข์กันลงได้เมื่อใด?ไม่มีทางช่วยได้? ถ้าไม่สนใจช่วยตัวเองโดยยึดธรรมมาเป็นหลักใจและพยายามปฏิบัติตาม?

พระพุทธเจ้าจะมาตรัสรู้เพิ่มจำนวนองค์และสั่งสอนมากมายเพียงไร ผลที่ได้รับก็เท่าที่โรคประเภทคอยรับยามีอยู่เท่านั้น? ธรรมของพระพุทธเจ้าไม่ว่าพระองค์ใด มีแบบตายตัวอยู่อย่างเดียวกัน คือสอนให้ละชั่วทำดีทั้งนั้น ไม่มีธรรมพิเศษและแบบสอนพิเศษไปกว่านี้ เพราะไม่มีกิเลสตัณหาพิเศษในใจสัตว์โลกที่พิเศษเหนือธรรมซึ่งประกาศสอนไว้? เท่าที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายประทานไว้แล้วเป็นธรรมที่ควรแก่การรื้อถอนกิลส ทุกประเภทของมวลสัตว์อยู่แล้ว? นอกจากผู้รับฟังและปฏิบัติตามจะยอมแพ้ต่อเรื่อกิลสตัณหาของตัวเสียเอง แล้วเห็นธรรมเป็นของไร้สาระไปเสียเท่านั้น? ตามธรรมดาแล้วกิเลสทุกประการต้องฝืนธรรมดาดั้งเดิม คนที่คล้อยตามมันจึงเป็นผู้ลืมธรรมไม่อยากเชื่อฟังและทำตาม โดยเห็นว่าลำบากและเสียเวลาทำในสิ่งที่ตนชอบ? ทั้งที่สิ่งนั้นให้โทษ? ประเพณีของนักปราชญ์ผู้ฉลาดมองเห็นการณ์ไกลย่อมไม่หดตัวมั่นสุมอยู่เปล่า ๆ เหมือนถูกน้ำร้อนไม่มีทางออก? ต้องยอมตายในหม้อที่กำลังเดือดพล่าน โลดเดือดพล่านอยู่ด้วยกิเลสตัณหาความแผดเผา ไม่มีกาลสถานที่ที่พอจะปลงวางลงได้? จำต้องยอมทนทุกข์ทรมานไปตาม ๆ กันโดยไม่นิยมสัตว์น้ำ? สัตว์บก? สัตว์อยู่บนอากาศและใต้ดิน เพราะสิ่งแผดเผาเร่าร้อยอยู่กับใจ ความทุกข์จึงอยู่ที่นั่นที่นี่เธอเห็นพระตถาคตอย่างแท้จริงแล้วมิใช่หรือ?? พระตถาคตแท้คืออะไร? คือความบริสุทธิ์แห่งใจที่เธอเห็นแล้วนั้นแล? ที่พระตถาคตมาในร่างนี้มาในร่างแห่งสมมติต่างหากเพราะพระตถาคตและพระอรหันต์ อันแท้จริงมิใช่ร่างแบบที่มากันนี้? นี่เพียงเป็นเรือนร่างของตถาคตโดยทางสมมติต่างหาก? ท่านพระอาจารย์กราบทูลว่า? ข้าพระองค์ทราบพระตถาคตและพระสาวกอรหันต์อันแท้จริงไม่สงสัย? ที่สงสัยก็คือ? พระองค์ทั้งหลายกับพระสาวกท่านที่เสด็จไปด้วยอนุปาทิเสสนิพพานไม่มีส่วน สมมติยังเหลืออยู่เลย? แล้วเสด็จมาในร่างนี้ได้อย่างไร ?

พระพุทธเจ้าตรัสว่า? ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งแม้มีความบริสุทธิ์ทางใจด้วยดีแล้ว แต่ยังครองร่างอันเป็นส่วนสมมติยังเหลืออยู่ ฝ่ายอนุปาทิเสสนิพพานก็ต้องแสดงสมมติตอบรับกัน คือต้องมาในร่างสมมติตซึ่งเป็นเครื่องใช้ชั่วคราวได้ถ้าต่างฝ่ายต่างเป็นอนุ ปาทิเสสนิพพานด้วยกันแล้วไม่มีส่วนสมมติยังเหลืออยู่? ตถาคตก็ไม่มีสมมติอันใดมาแสดงเพื่ออะไรอีก?ฉะนั้นการมาในร่างสมมตินี้จึง เพื่อสมมติเท่านั้น ถ้าไม่มีสมมติเสียอย่างเดียวก็หมดปัญหา พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงทราบเรื่องอดีตอนาคตก็ทรงถือเอานิมิต? คือสมมติอันดั้งเดิมของเรื่องนั้น ๆ เป็นเครื่องหมายให้ทราบ เช่น? ทรงทราบอดีตของพระพุทธเจ้าทั้งหลายว่าทรงเป็นมาอย่างไร เป็นต้น ก็ต้องถือเอานิมิตของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น และพระอาการนั้น ๆ เป็นเครื่องหมายพิจารณาให้รู้ ถ้าไม่มีสมมติของสิ่งนั้น ๆ เป็นเครื่องหมาย ก็ไม่มีทางทราบได้ในทาสมมติ เพราะวิมุตติล้วน ๆ ไม่มีทางแสดงได้ ฉะนั้นการพิจารณาและทราบได้ต้องอาศัยสมมติเป็นหลักพิจารณาดังที่เราตถาคตนำ สาวกมาเยี่ยมเวลานี้ ก็จำต้องมาในรูปลักษณะอันเป็นสมมติดั้งเดิม เพื่อผู้อื่นจะพอมีทางทราบไดว่า พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ๆ และพระอรหันต์องค์นั้น ๆ มีรูปลักษณะอย่างนั้น ๆ ถ้าไม่มาในรูปลักษณะนี้แล้ว ผู้อื่นก็ไม่มีทางทราบได้เมื่อยังต้องเกี่ยวกับสมมติในเวลาต้องการอยู่ วิมุตติก็จำต้องแยกแสดงออกโดยางสมมติเพื่อความเหมาะสมกัน ถ้าเป็นวิมุตติล้วน เช่นจิตที่บริสุทธิ์รู้เห็นจิตที่บริสุทธิ์ด้วยกันก็เพียงแต่รู้อยู่เห็น อยู่เท่านั้น ไม่มีทางแสดงให้รู้ยิ่งกว่านั้นไปได้ เมื่อต้องการทราบลักษณะอาการของความบริสุทธิ์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก็จำต้องนำสมมติเข้ามาชวยเสริมให้วิมุตติเด่นขึ้นพอมีทางทราบกันได้ว่าวิ มมุตมีลักษณะว่างเปล่าจากนิมิตทั้งปวดมีความสว่างไสวประจำตัว มีความสงบสุขเหนือสิ่งใด ๆ เป็นต้น? พอเป็นเครื่องหมายให้ทราบได้โดยทางสมมติทั่ว ๆ ไห้ ผู้ทราบวิมุตติอย่างประจักษ์ใจแล้ว จึงไม่มีทางสงสัยทั้งเรื่องวิมุตติเสดงตัวออกต่อสมมติในบางคราวที่ควรแก่ กรณี และทรงตัวอยู่ตามสภาพเดิมขอบงวิมุตติ ไม่แสดงอาการ ที่เธอถามเราตถาคตนั้น ถามด้วยความสงสัยหรือถามพอเป็นกิริยาแห่งการสนทนากัน ท่านกราบทูลว่า ข้าพระองค์มิได้มิความสงสัยทั้งสมมติและวิมุตติของพระองค์ทั้งหลาย แต่ที่กราบทูลนั้นก็เพื่อถวายความเคารพไปตามกิริยาแห่งสมมติเท่านั้น แม้พระองค์กับพระสาวกจะเสด็จมาหรือไม่ก็มิได้สงสัยว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ อันแท้จริงมีอยู่ ณ ที่แห่งใด แต่เป็นความเชื่อประจักษ์ใจอยู่เสมอว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต อันแสดงว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ มิใช่ธรรมชาติอื่นใดจากที่บริสุทธิ์หมดจดจากสมมติในลักษณะเดียวกันกับพระ รัตนตรัย พระพุทธเจ้าตรัสว่า การที่เราตถาคตถามเธอ ก็มิได้ถามด้วยความเข้าใจว่าเธอมีความสงสัย แต่ถามเพื่อเป็นสัมโมทนียธรรมต่อกันเท่านั้น บรรดาพระสาวกที่ตามเสด็จพระพุธเจ้ามาแต่ละพระองค์และแต่ละครั้งนั้น มิได้กล่าวปราศรัยอะไรกับท่านพระอาจารย์มั่นเลย มีพระพุทธเจ้าประทานพระโอวาทพระองค์เดียวส่วนพระสาวกทั้งหลายเป็นเพียงนั่ง ฟังอยู่อย่างสงบเสงี่ยม น่าเคารพเลื่อมใสมากเท่านั้นแม้สามเณรองค์เล็ก ๆ ที่น่ารักมากกว่าจะน่าเคารพเลื่อมใส..."

#ท่านพระอาจารย์มั่น_ภูริทัตตะเถระ
***********************************

ขอเรียนเชิญผู้มีบุญทุกท่านร่วมสวดมนต์บทชัยมงคลคาถาและบทชยปริตร ทุกวันทั้งเช้าและเย็น (ประมาณ ๕ นาที)http://youtu.be/lzXz...
16/06/2016

ขอเรียนเชิญผู้มีบุญทุกท่าน
ร่วมสวดมนต์บทชัยมงคลคาถาและบทชยปริตร ทุกวันทั้งเช้าและเย็น (ประมาณ ๕ นาที)

http://youtu.be/lzXzZWwEbo8

#เจ้น้อยชวนลูกพระธัมฯทั่วโลก
#ทำทาน #รักษาศีล #เจริญภาวนา
#สวดมนต์บทแผ่เมตตา
#พลังบุญ
#สว่าง
#ใจใสใจสว่าง
#วันนี้วันสว่าง
#การสั่งสมบุญ
#วันสว่าง #วันนี้
#นำบุญทุกๆบุญมาฝาก
#อนุโมทนาสาธุในทุกๆบุญ
#สาธุสาธุสาธ
#คำอธิษฐานจิต
#วัดพระธรรมกาย

สามารถสวดตามไฟล์ VDO นี้ได้ : https://www.facebook.com/video.php?v=1398660020447718&set=vr.1398660020447718&type=2&theater

เหตุผลที่เรารักวัดพระธรรมกาย
#ธรรมกาย #วัดพระธรรมกาย #มูลนิธิ #หลวงพ่อธัมมชโย #ธัมมชโย #พระเทพญาณมหามุนี #ข่าว
#ช่วยเหลือ #ภาคใต้ #พระ #ครู #นักเรียน #เรารักวัดพระธรรมกาย

09/06/2016

Mechanism #2: Abstention from the Four Forms of Bias
Bias may occur whenever two persons are together.
The Origin of Bias
Bias may occur whenever two persons are together. If we are not careful, bias can start from our mind. It will never happen if we have responsibility for our own human dignity because the true cause of bias is the untrained mind.
As stated earlier, those who have an untrained mind are generally narrow-minded. They do not reflect carefully before they act. They always do things shoddily and think only of their own benefit. These people are jealous and envious of others. Those of untrained mind generally are biased and have unethical thoughts.
If we are not careful, bias can start from our mind.
The narrow-minded tend to be self-centered in terms of receiving beneficial gains. For example, the hard-hearted father of a family may spend a large proportion of the household income for his personal consumption of liquor regardless of the financial needs of the other family members. In the same manner, the hard-hearted housewife spends the limited household income on her own dresses.
The hard-hearted ones can not make their households peaceful due to their bias. There is also the case of parents who share their love toward the children unequally. This is another common case of bias that always cause trouble to human families.
As stated earlier, those who have an untrained mind are generally narrow-minded.
The Harm of Bias
We have already seen how narrow-minded people can cause troubles when put in a position of power. Let us imagine that they take the leading position in the workplace such as governmental bureaus and departments. They will also bring troubles to the workplace, Not only the narrow-minded ones can make troubles from bias. The broad-minded can also cause troubles from bias if their minds are not broad enough to cover or take control of their workplace. For example, a person may seem to have a broad mind in the context of their family, but they may turn to be narrow-minded in the workplace or if they become mayor. Such a person thinks only of beneficial gain for the family, not of the village or district. As the extent of one’s thought is limited, bias will surely occur. He or she will be unable to develop the village to prosper.
Those who are broad-minded can be graded according to their virtues. A good village headman may not be able to take the position as a mayor or a governor because he will concentrate only on the benefit of his village not on the whole city or county. A good provincial governor may also have bias when he becomes the primeminister if he concentrates mainly on the beneficial gain of his own province. He is not broad-minded enough to take care of all people in the country.
Abroad-minded person may turn to out to be narrow-minded when taking control of a superior working position. This brings about the troubles from bias for the whole society, nation and religion.
We have already seen how narrow-minded people can cause troubles
All nations need a leader who has a broad mind. What the citizens of all nations need are good leaders who foresee the benefit to the whole country. Now we know that we need a good leader for our nation. But most of us do not know how to distinguish or judge if a person is virtuous. Most electoral candidates promote themselves as good persons, but they turn out to be different after they are elected. From this fact, we can conclude into four issues:
- Every human society needs virtuous people
- People fail to identify the qualities of virtuous people
- Nobody knows how to train train people to be virtuous
- People do not have enough tome to investigate the qualities of their political candidates
We can now conclude that the virtuous ones have awareness of responsibility
In order to arrive at the right solution, we need to study about qualities of virtuous people, how to train people to be virtuous, and the teaching on the four defilements of actions. We also need to have awareness of our and the others’ responsibility for human dignity. We can do so by implementing disciplines to our lives. By way of controlling our speech and action, we do not cause any social troubles with bias. Because we already know that bias is also the origin of corruption and, in addition causes social troubles, bias also results in damage to one’s reputation and peace of mind. Bias for the benefit of oneself, one’s family, and one’s cronies, yields only minimal happiness. Finally, they end up being reproved by the others. The National leader’s bias causes him to allocate limited resources unjustly among citizens because he will finally lose his reputation, dignity and credibility.
On the contrary, virtuous ones who have cultivated a broad mind and foresee the problems from injustice, try to control their actions and speech to be virtuous. They will make good progress and achieve fame, dignity and recognition as the Lord Buddha said in Singalovada Sutta that:
“The prestige of anyone who is biased by desire, hatred, ignorance or fear will be eclipsed like the waning moon. (But) the prestige of anyone who restrains themselves from being biased by desire, hatred, ignorance and fear will increase like the waxing moon.”
Those who have refined minds are free from bias.
Those who have refined minds are free from bias. They can expand their minds like the moon expanding its light to cover the world. It is strange but true that water can spread only on the Earth’s surface. However, in the form of vapour, which is more refined, it can pe*****te into rocks, air and the sky itself. In a similar way, our minds, can expand infinitely if refined. Such a mind will help us to have righteous consideration to understand all causality-this also bringing peace and happiness to control our speech and action to be free from defilements of actions by avoiding the four bias is the second quality of virtuous people. We can now conclude that the virtuous ones have awareness of responsibility towards human dignity both in oneself and others.



#พระพุทธเจ้า #ศาสนาพุทธ #พุทธ #เรารักและศรัทธาพระพุทธเจ้า #เรารักและศรัทธาศาสนาพุทธ #นำบุญทุกๆบุญมาฝาก #ให้ได้บุญทุกๆบุญเท่าๆกัน #ขอกราบอนุโมทนาสาธุในทุกๆบุญเจ้าค่ะ #อนุโมทนาสาธุ #สาธุสาธุสาธุ #สาธุ #สาธุเจ้าค่ะ

09/06/2016

Meditation
meditation for Beginners
Why Does Effort have to be made to Refine the Mind?
greed, anger, and delusion which obscure the innate wisdom of the mind.
There are various reasons that cause our minds to be clouded. There are both internal and external factors. Externally, it is due to both people and environmental surroundings. Internally, cloudedness of the mind is derived from our own values concerning life. Our own values might be something we are aware of but on a deeper technical level in the mind, negative core values derive from defilements such as greed, anger, and delusion which obscure the innate wisdom of the mind.



#พระพุทธเจ้า #ศาสนาพุทธ #พุทธ #เรารักและศรัทธาพระพุทธเจ้า #เรารักและศรัทธาศาสนาพุทธ #นำบุญทุกๆบุญมาฝาก #ให้ได้บุญทุกๆบุญเท่าๆกัน #ขอกราบอนุโมทนาสาธุในทุกๆบุญเจ้าค่ะ #อนุโมทนาสาธุ #สาธุสาธุสาธุ #สาธุ #สาธุเจ้าค่ะ

            #พระพุทธเจ้า  #ศาสนาพุทธ  #พุทธ  #เรารักและศรัทธาพระพุทธเจ้า  #เรารักและศรัทธาศาสนาพุทธ  #นำบุญทุกๆบุญมาฝาก ...
09/06/2016



#พระพุทธเจ้า #ศาสนาพุทธ #พุทธ #เรารักและศรัทธาพระพุทธเจ้า #เรารักและศรัทธาศาสนาพุทธ #นำบุญทุกๆบุญมาฝาก #ให้ได้บุญทุกๆบุญเท่าๆกัน #ขอกราบอนุโมทนาสาธุในทุกๆบุญเจ้าค่ะ #อนุโมทนาสาธุ #สาธุสาธุสาธุ #สาธุ #สาธุเจ้าค่ะ

11/03/2016

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Buddhist-Thailand/พระสัมมาสัมพุทธเจ้า-ไทยแลนด์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์