เนื้อ นา บุญ

เนื้อ นา บุญ แหล่งที่ควรแก่การทำบุญ

 #มื้ออื้นวันพระ 🙏🙏 #ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 เพ็ง #วันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2566                          ความเป็นมาของ      ...
29/09/2023

#มื้ออื้นวันพระ 🙏🙏

#ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 เพ็ง
#วันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2566

ความเป็นมาของ
“ประเพณีบุญข้าวสาก” (บุญเดือนสิบ)

#การทำบุญข้าวสาก นิยมทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 เป็นประจำทุกปี ที่เรียกว่า “บุญข้าวสาก” เนื่องจากเมื่อจัดทำข้าวปลาอาหาร และเครื่องไทยทานต่าง ๆ อุทิศให้ ผู้ล่วงลับไปแล้ว จะทำสากหรือสลาก มีคำอุทิศส่วนกุศลใส่กระดาษบันทึกชื่อ ผู้มีจิตศรัทธาบริจาค และความประสงค์ว่าจะบริจาคทานให้แก่ผู้ใด โดยบอกชื่อผู้ที่จะ มารับส่วนกุศลด้วย

#บุญข้าวสากหรือสลาก เป็นการทำบุญอย่างหนึ่งของประเพณีสิบสองเดือน หรือ “ฮิตสิบสอง” (ฮีต มาจากคำว่า จารีต ฮีตสิบสอง คือ จารีตประเพณีสิบสองเดือน) ของชาวอีสาน โดยมีจุดประสงค์สำคัญ เพื่อมุ่งอุทิศส่วนกุศลให้ญาติสนิท เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย บิดา มารดา สามี ภรรยา พี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว และอาจอุทิศให้ เปรตทั่วไปด้วย

#ก่อนถึงกำหนดวันทำบุญข้าวสาก คือ ราววันขึ้น 13 – 14 ค่ำ เดือนสิบ ชาวบ้าน จะเตรียมอาหารชนิดต่าง ๆ มีทั้งข้าว เนื้อ ปลา ข้าวเม่า ข้าวพอง ข้าวตอก ขนม และอาหารคาวหวานอื่น ตลอดจนผลไม้ต่าง ๆ ไว้สำหรับทำบุญ สำหรับข้าวเม่า ข้าพอง และข้าวตอกนั้น จะคลุกเข้ากันโดยใส่น้ำอ้อย น้ำตาล ถั่วงา มะพร้าว ให้เป็นข้าวสาก (ข้าวกระยาสารท) แต่บางท้องถิ่นไม่นำข้าเม่า ข้าพอง และข้าวตอก มาคลุกเข้าด้วยกัน คงแยกไปทำบุญเป็นอย่าง ๆ เมื่อเตรียมสิ่งของทำบุญเรียบร้อย แล้ว ชาวบ้านจะเอาข้าวปลาอาหารที่มีอยู่ไปส่งญาติพี่น้องและผู้รักใครีนับถือ อาจส่งก่อนวันทำบุญหรือส่งในวันทำบุญเลยก็ได้ สิ่งของเหล่านี้มักแลกเปลี่ยนกัน ไปมา ระหว่างญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เรือนเคียง ถือว่าเป็นการได้บุญ

#เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนสิบ ตอนเช้า ชาวบ้าน จะพากันนำอาหารคาวหวานต่าง ๆ ไปทำบุญตักบาตร ที่วัด โดยพร้อมเพรียงกัน และถวายทานอุทิศส่วนกุศล ให้ญาติมิตรผู้ล่วงลับไปแล้ว
ตอนสาย ชาวบ้านจะนำข้าวปลาอาหารที่เตรียมไว้ เป็นข้าวสาก ไปวัดอีกครั้งหนึ่ง เอาอาหารต่าง ๆ จัดเป็น สำหรับหรือชุดสำหรับถวายทาน หรือถวายเป็นสลากภัต โดยจัดใส่ภาชนะต่าง ๆ แล้วแต่ความนิยม ของแต่ละท้องถิ่น บางแห่งจัดใส่ถ้วยหรือบางแห่งใช้ทำ เป็นห่อทำเป็นกระทงด้วยใบตองกล้วย หรือกระดาษ แต่ละบ้านจะจัดทำสักกี่ชุดก็ได้ตามศรัทธา ก่อนที่จะถวาย ข้าวสากแด่พระภิกษุสามเณร จะกล่าวคำถวายข้าวสาก หรือสลากภัตพร้อมกัน

#เมื่อเสร็จพิธีถวายข้าวสากแล้ว ช้าวบ้านที่ไปร่วมพิธี ยังนิยมเอาชะลอมหรือห่อข้าวสากไปวางไว้ตามที่ต่าง ๆ ในบริเวณวัด พร้อมจุดเทียนและบอกกล่าวให้ญาติ หรือเปรตผู้ล่วงลับไปแล้วมารับเอาอาหารต่าง ๆ ที่วางไว้ และขอให้มารับส่วนกุศลที่ทำบุญอุทิศไปให้ด้วย (ผู้จัดทำ ก็เคยทำสมัยเป็นเด็กกับมารดา)

#ภายหลังจากการถวายข้าวสากแด่พระภิกษุสามเณร และนำอาหารไปวางไว้ตามบริเวณวัดเสร็จแล้ว ก็มีการฟังเทศน์ฉลองข้าวสาก และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล ไปให้เปรตและญาติผู้ล่วงลับไปแล้วด้วย นอกจากนี้ ผู้ที่มีนา จะนำข้าวสากไปเลี้ยง “ตาแฮก” ที่นาของตน เพื่อให้ตาแฮกรักษานาและให้ข้าวกล้าอุดมสมบูรณ์ เป็นเสร็จพิธีทำบุญข้าวสาก

#วันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสิบนี้ ชาวจีนถือเอาเป็นวันไหว้พระจันทร์�คนภาคกลาง เรียกว่า เป็นบุญข้าวสารท�คนไทยภาคเหนือ เรียกว่า วันทำบุญสลากภัตร (เชียงใหม่เรียกว่าบุญ ๑๒ เป็ง)�พี่น้องชาวใต้ เรียกว่า บุญชิงเปรต�อีสาน เรียกว่า บุญข้าวสาก
เป็นประเพณีการทำบุญที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์นรกหรือเปรต

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 #เดรัจฉานวิชาอย่าเอาอย่างอื่นมา อันไม่ใช่หลักธรรมหลักวินัย พวกเดรัจฉานวิชา เสกเป่าเครื่องรางของขลัง นั่งทางในไสยศาสตร์ ...
21/09/2023

#เดรัจฉานวิชา
อย่าเอาอย่างอื่นมา อันไม่ใช่หลักธรรมหลักวินัย พวกเดรัจฉานวิชา เสกเป่าเครื่องรางของขลัง นั่งทางในไสยศาสตร์ เดี๋ยวนี้กำลังเข้มข้น กำลังครอบงำพฤติกรรมของสังคม กำลังตกเป็นทาสของสิ่งเหล่านี้ บอกได้เลยหัวเด็ดตีนขาด ไม่มีในคำสอนของพระพุทธเจ้า

ฝากท่านทั้งหลายที่อ่านหนังสือได้หมดแล้วภาษาไทย ไปยืมพระไตรปิฎกเล่มที่ 9 เล่มเดียว อ่านหมดทั้งเล่มนั้นขนลุกขนพอง เห็นพฤติกรรมที่ทำอยู่ทุกวันนี้ เกี่ยวกับเรื่องเครื่องรางของขลัง นั่งทางในไสยศาสตร์อะไรต่างๆ

โอวาทธรรม หลวงพ่อสมภพ โชติปัญโญ
วัดไตรสิกขาทลามลตาราม อ.คำตากล้า จ.สกลนคร

 #บุญข้าวประดับดิน_บุญห่อข้าวน้อยฮีตเดือน ๙ บุญข้าวประดับดิน  #บุญข้าวประดับดิน หรือ  #บุญห่อข้าวน้อย  เป็นประเพณีหนึ่งใ...
14/09/2023

#บุญข้าวประดับดิน_บุญห่อข้าวน้อย
ฮีตเดือน ๙ บุญข้าวประดับดิน

#บุญข้าวประดับดิน หรือ #บุญห่อข้าวน้อย เป็นประเพณีหนึ่งในฮีตสิบสอง นิยมทำกันในวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน๙ หรือที่เรียกว่า บุญเดือนเก้า บุญข้าวประดับดิน เป็นบุญที่ทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ เปรต หรือญาติมิตรที่ตายไปแล้ว ข้าวประดับดิน ได้แก่ ข้าวและอาหารคาวหวาน พร้อมหมากพลู บุหรี่ที่ห่อด้วยใบตอง กล้วย นำไปวางไว้ตามใต้ต้นไม้ แขวนไว้ตามกิ่งไม้ ตามบริเวณกำแพงวัดบ้าง (คนอีสานโบราณเรียกกำแพงวัดว่า ต้ายวัด) หรือวางยายไว้ตามพื้นดิน เรียกว่า "ยายห่อข้าวน้อย" (ยาย ภาษาอีสานหมายความว่า การวางเป็นระยะๆ) พร้อมกับเชิญวิญญาณของญาติมิตร นำภัตตาหารไปถวายแด่พระภิกษุ สามเณร แล้วอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ตาย โดยหยาดน้ำ (กรวดน้ำ) ไปให้ด้วย

#มูลเหตุของความเป็นมา ของเรื่องการทำบุญข้าวประดับดินนี้ เกิดจากความเชื่อตามนิทานธรรมบท ว่า

"ญาติของพระเจ้าพิมพิสารได้ยักยอกเงินวัด ของสงฆ์ต่างๆ ไปเป็นของตนเอง ในสมัยพระกัสสปะพุทธเจ้า พวกอดีตญาติของพระเจ้าพิมพิสารเหล่านั้น ครั้นตายไปแล้วได้ไปเกิดเป็นเปรตในนรกตลอดพุทธันดร เมื่อพระเจ้าพิมพิสารถวายทานแด่ พระสมณโคดมพุทธเจ้า ในภัททกัปป์นี้ ก็ไม่ได้ตรวจน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่พวกญาติเหล่านั้น พอตกกลางคืนพวกเปรตญาติของพระเจ้าพิมพิสารเหล่านั้น ได้มาส่งเสียงร้องอันโหยหวนและแสดงรูปร่างน่ากลัวให้แก่พระเจ้าพิมพิสารได้ยินและเห็น พอเช้าวันรุ่งขึ้นได้เสด็จไปถามพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงเล่าเรื่องราว ที่เป็นมูลเหตุให้พระเจ้าพิมพิสารได้ทรงทราบ พระเจ้าพิมพิสารได้ทำบุญถวายทานอีก แล้วทรงอุทิศส่วนกุศลไปให้ พวกญาติที่ตายไปแล้วได้รับส่วนกุศลแล้ว ได้มาแสดงตนให้พระเจ้าพิมพิสารเห็นและทราบว่า ทุกข์ที่พวกญาติได้รับนั้นทุเลาเบาบางลงแล้ว เพราะการอุทิศส่วนกุศลของพระองค์"

ชาวอีสานจึงถือเอามูลเหตุนี้ ทำบุญข้าวประดับดินติดต่อกันมา

#วิธีดำเนินการ พอถึงวันแรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๙ ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ชาวบ้านจะเตรียมอาหาร มีทั้งคาวหวาน ได้แก่ เนื้อ ปลา เผือก มัน ข้าวต้ม ขนม น้ำอ้อย น้ำตาล ผลไม้ เป็นต้น และหมากพลู ยาสูบ (บุหรี่) เมี่ยงคำ ไว้ไห้พร้อม เพื่อจัดทำเลี้ยงกันเองในครอบครัวส่วนหนึ่ง สำหรับแจกจ่ายให้ญาติพี่น้องส่วนหนึ่ง สำหรับอุทิศให้ญาติที่ล่วงลับส่วนหนึ่ง และทำบุญถวายพระภิกษุสามเณรอีกส่วนหนึ่ง รวมเป็น ๔ ส่วน

สำหรับส่วนที่ ๓ ที่จะอุทิศให้กับญาติที่ล่วงลับไปแล้วนั้น จะห่อน้อยกว่าส่วนอื่นๆ มีวิธีการห่อคือ ใช้ใบตองห่อขนาดเท่าฝ่ามือ ยาวให้สุดซีกของใบตองที่ตัดมา อาหารคาวหวานนั้นจัดใส่ห่ออย่างละเล็กละน้อย อาทิ

ข้าวเหนียวนึ่ง ปั้นเล็กๆ เท่าหัวแม่มือ ๑ ก้อน
เนื้อปลา เนื้อไก่ เนื้อหมู หรือ อาหารคาวที่สามารถหาได้ตามท้องถิ่น
อาหารหวาน เช่น กล้วย น้อยหน่า มะละกอสุก หรือขนมหวานอื่นๆ ตามที่มีหรือหาได้ อาจเป็นก้อนน้ำอ้อย น้ำตาลปึก
หมาก บุหรี่ และเมี่ยง อย่างละคำ
ห่อข้าว อาหาร คาวหวานด้วยใบตอง แล้วใช้ไม้กลัดหัวท้าย และตรงกลาง เราก็จะได้ห่อข้าวน้อยที่มีลักษณะยาวๆ ตามซีกของใบตอง ๑ ห่อ ส่วนอีกหนึ่งห่อ จะเป็นหมากพลู บุหรี่ และเมี่ยงคำ นำมาห่อในลักษณะเดียวกันจะได้ห่อหมากพลู หลังจากนั้นนำทั้งสองมามัดเป็นคู่ และไปรวมกันเป็นพวงอีกที โดยใน ๑ พวง จะใส่ห่อหมากห่อพลูจำนวน ๙ ห่อ แต่บางคนก็ใส่ใบตองที่เย็บเป็นกระทงก็มี หรือหากไม่แยกกัน อาจเอาอาหารทั้งคาวหวาน หมากพลู บุหรี่ ใส่ในห่อหรือกระทงเดียวกันก็ได้

พอเช้าวันรุ่งขึ้น คือวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๙ ตอนเช้ามืด คือ เวลาประมาณ ๔ ถึง ๖นาฬิกา ชาวบ้านก็นำอาหาร หมากพลู บุหรี่ที่ห่อและมัดเป็นพวงหรือใส่กระทงแล้ว ไปวางไว้ตามพื้นดิน วางแจกไว้ตามบริเวณโบสถ์ ต้นโพธิ์ ศาลา ตามกิ่งไม้หรือต้นไม้ใหญ่ๆ ในบริเวณวัด ชาวบ้านจะทำกันแบบเงียบๆ ไม่มีการตีกลอง ตีฆ้องแต่อย่างใด พร้อมกับจุดเทียนไว้ และบอกกล่าวแก่เปรตให้มารับเอาสิ่งของและผลบุญด้วย

บางหมู่บ้าน จะนำเอาอาหารที่อุทิศให้แก่ผู้ตาย หลังทำพิธีแล้วไปฝังไว้ในดินก็มี เพื่อไม่ให้ผู้ใดผู้หนึ่งกินอาหารที่เป็นเดนเปรต เพราะกลัวจะกลายเป็นเปรตไปด้วย การวางอาหารไว้ตามพื้นดิน หรือตามที่ต่างๆ เพื่อจะให้พวกเปรตมารับเอาของอุทิศให้ได้ง่าย โดยไม่ต้องมีพิธีรีตอง เสร็จพิธีอุทิศผลบุญส่งไปให้เปรตแล้ว ชาวบ้านก็จะนำอาหารที่เตรียมไว้อีกส่วนหนึ่ง ไปตักบาตรและถวายทานแด่พระภิกษุ สามเณร

ฮีตที่ ๙ บุญข้าวประดับดินหรือบุญเดือนเก้า นักปราชญ์อีสานโบราณได้กล่าวไว้เป็นบทผญา โดยได้พรรณนาถึงความอุดมสมบูรณ์และประเพณีการทำบุญในเดือนนี้ว่า...

เดือนแปดคล้อยเห็นลมทั่งใบเสียว
เหลียวเห็นหมู่ปลาขาวแล่นมาโฮมต้อน
กบเพิ่นนอนคอยท่าฝนมาสิได้ม่วน
ชวนกันลงเล่นน้ำโห่ฮ้องซั่วแซว
เดือนเก้ามาฮอดแล้วบ้านป่าขาดอน
เห็นแต่นกเขางอยคอนส่งเสียงหาซู้
เถิงระดูเดือนเก้าอีสานเฮาทุกท้องถิ่น
คงสิเคยได้ยินบุญประดับดินกินก้อนทานทอดน้อมถวาย
ฮีตหนึ่งนั้น พอเถิงเดือนเก้าแล้วเป็นกลางแห่งวัสสกาล ฝูงประชาชนชาวเมืองก็เล่าเตรียมตัวพร้อม
พากันทานยังเข้าประดับดินกินก่อน
ทายกทานให้เจ้าพระสงฆ์พร้อมอยู่ภาย
ทำจั่งซี้บ่ย้ายเถิงขวบปีมา
พระราชาในเมืองก็จงทำแนวนี้
ฮีตหากมามีแล้ววางลงให้ถือต่อ
จำไว้เด้อพ่อเฒ่าหลานเว้ากล่าวจา "

แสวงหา“ปัญญา” แต่พอรู้อะไรนิดๆหน่อยๆ เริ่มลงความเห็น เลยกลายเป็น “ทิฏฐิ”“เรื่อง ปัญญา กับ ทิฏฐิ “ปัญญา” คือ ความรู้เข้าใ...
07/09/2023

แสวงหา“ปัญญา” แต่พอรู้อะไรนิดๆหน่อยๆ เริ่มลงความเห็น เลยกลายเป็น “ทิฏฐิ”
“เรื่อง ปัญญา กับ ทิฏฐิ
“ปัญญา” คือ ความรู้เข้าใจสิ่งทั้งหลายตามเป็นจริง คนเราพัฒนาปัญญาเพื่อให้เข้าถึงความจริงของธรรมชาติ แต่ในขณะที่เราแสวงหาปัญญาอยู่นั้น ก็มักจะตกหลุมอีกแห่งหนึ่งขึ้นมา คือพอเราได้รู้อะไรนิดๆหน่อยๆ เราจะเริ่มลงความเห็น สิ่งที่กลายเป็นความเห็นของเรานี้ ท่านเรียกว่า “ทิฏฐิ”
คนบางพวกมีความโน้มเอียงที่จะลงความเห็นง่าย #พอลงความเห็นปุ๊บไปแล้วตัวเองยังไม่ทันเข้าถึงความจริงก็เลยติดอยู่ในความเห็นอันนั้นเอง ทั้งที่เพิ่งได้ความจริงเพียงแง่หนึ่งด้านเดียว อันนั้นก็กลายเป็น “ทิฏฐิ” ไปเสียแล้ว
พอลงเป็นทิฏฐิแล้ว เจ้าทิฏฐินั้นก็...
๑. กลายเป็นตัวอุปสรรค มาขัดขวางตัวเขาเอง ไม่ให้แสวงหาปัญญาต่อ ก็เลยเข้าไม่ถึงความจริง
๒. เป็นอันตรายต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะตัวเองก็จะดื้อรั้นให้เป็นไปตามทิฏฐิของตน จนบางทีถึงกับไปบังคับคนอื่นให้เห็นตาม
ฉะนั้นทิฏฐิจึงมีบทบาทสำคัญในกระบวนการพัฒนาปัญญา #มันเกิดขึ้นในระหว่างที่เรากำลังแสวงหาปัญญา แต่พอมันเกิดขึ้นแล้วกลับเป็นอันตราย ทั้งกั้นตัวเองด้วยและทำร้ายผู้อื่นด้วย
ฉะนั้น จึงมีปัญหาว่า..ทำอย่างไร? จะไม่ให้คนตกลงไปอยู่ใต้ทิฏฐิ เราจะได้ก้าวหน้าในปัญญาอยู่เสมอ
#คนที่เป็นนักแสวงปัญญานั้นจะไม่ลงทิฏฐิง่ายๆ แล้วก็ไม่ยึดติดถือมั่นอยู่ใต้ครอบงำของทิฏฐิ...
เวลานี้ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งในเรื่องปัญญากับทิฏฐิ ก็คือว่า โลกแคบเข้ามารวมกันเป็นหนึ่งเดียวโดยเทคโนโลยี แต่คนยิ่งแตกยิ่งแยกกันโดยทิฏฐิ นี่คือ จุดติดตันของอารยธรรมมนุษย์ยุคปัจจุบัน”
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( ป. อ. ปยุตฺโต )
ที่มา : ธรรมนิพนธ์ “การสร้างสรรปัญญา เพื่ออนาคตของมนุษยชาติ”

🙏มาร 8 ตัว ที่เราต้องเจอเพื่อทดสอบบารมี 🙏 #มารไม่มีบารมีไม่เกิด     ในชีวิตคนเรานั้นมารมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อทดสอบว่า เรา...
03/09/2023

🙏มาร 8 ตัว ที่เราต้องเจอเพื่อทดสอบบารมี 🙏 #มารไม่มีบารมีไม่เกิด

ในชีวิตคนเรานั้นมารมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อทดสอบว่า เราเป็นผู้มีบุญบารมีระดับใด พึงสังเกตุระวังมาร 8 ตัวนี้ให้ดี

1. มาร #มาช่วยเสริมสร้างบุญบารมีหากเราคิดเป็น มีธรรมในใจจริง

2. มาร เข้ามาในชีวิต เพื่อให้เรารู้ว่า #กฏแห่งกรรมมีจริง ผลแห่งกรรมมีจริง

3. มาร #มาในรูปแบบคู่ชีวิต เจ้ากรรมนายเวรมีแต่เรื่องปวดหัว เรื่องร้อนในใจ เข้ามาเพื่อให้เรารู้สึกตัว รู้จักที่จะฝึกจิตให้อดทน รู้จักยับยั้งชั่งใจไม่กระทำบาปกรรมตอบสนอง รู้ดีรู้ชั่ว ไม่สร้างเวรกรรมใหม่ผูกพันกันหนักขึ้นไปอีก

4. มาร #มาในรูปแบบเพื่อนรอบตัวไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ที่ทำงาน เพื่อนบ้าน เพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ เข้ามาทดสอบจริยธรรม คุณธรรมของเราว่าเราอยู่ในระดับไหน เข้ามาเพื่อให้เราได้เห็นทางสว่างขึ้น พัฒนาตนเองให้ดีขึ้น เข้าใจโลกและธรรมมากขึ้น

5. มาร #มาในรูปแบบเงินทั้งการอัตคัดขัดสน เพื่อให้เราจักความจริงแท้ของธรรมชาติ ได้รู้จักตน รู้จักพอประมาณ รู้จักใช้ชีวิตที่พอเพียง ไม่ประมาท เกิดปัญญาในการมีชีวิตโดยไม่เอาเงินเป็นที่ตั้งก็มีความสุขได้

6. มาร #มาในรูปแบบเงินมากมายที่ยั่วยวนให้เราหลงใหล มาทดสอบกิเลสว่า ทดสอบคุณธรรมว่าเราดีจริงหรือไม่

7. มาร #มาในรูปแบบปัญหาในเนื้องานที่เราทำ ทำให้เราตื่น ที่ต้องแสวงหาปัญญาในทางแก้ไข ทำให้เรารู้ว่าปัญญาของเราอยู่ในระดับไหน ต้องเสริมเพิ่มเติมอย่างไร

8. มาร #มาในรูปแบบการขัดขวางการสร้างบุญ ทำให้เรารู้คุณค่าของบุญ ที่แท้จริง มาเสริมให้เรามีจิตใจ มีศรัทธา ไม่ย่อท้อในการสร้างบุญบารมีมากขึ้น

ขอให้พิจารณามารในความเป็นจริงในแง่มุมที่เกิดผล ขอบุญบารมีจงบังเกิดแก่ท่านทุกคน

#ครูบาเจ้าศรีวิชัย

บุญของเรานั้นยังมีอยู่ แต่เรานั้นมีจิตใจที่เศร้าหมองไม่ผ่องใสบุญก็เลยเข้ามาส่งผลไม่ได้ บุญ คือชื่อของความสุขบุญคือความ โ...
31/08/2023

บุญของเรานั้นยังมีอยู่ แต่เรานั้นมีจิตใจที่เศร้าหมอง
ไม่ผ่องใสบุญก็เลยเข้ามาส่งผลไม่ได้ บุญ คือชื่อของความสุข
บุญคือความ โปร่งโล่ง คือความสุข ความเบาสบาย
ถ้าเราไม่ได้สวดมนต์ รักษาศีล ให้มีความเป็นปกติ
ของกาย วาจา ใจ ไม่เจริญสติภาวนา จิตของเรานั้น
ก็จะไหลลงต่ำ เกิดความเศร้าหมอง ไม่ผ่องใส
เมื่อไม่ผ่องใส บาป กรรม ทั้งหลายที่เราได้ทำมา
โดยตั้งแต่อดีตชาติ นับชาติไม่ถ้วน ก็เข้ามาส่งผล
บางคนซวยแล้ว ซวยอีก เศร้าหมองแล้ว เศร้าหมองอีก
เราต้องให้อภัย ปล่อยวาง หยุดที่เรา จบที่เรา
และ สวดมนต์ ภาวนา เจริญสติ ทำทาน รักษาศีล
ทำสมาธิ เราต้องทำอย่าได้ขาด เพื่อที่เราจะได้
มีจิตใจที่ผ่องใสอยู่เสมอ ใครมาเบียดเบียนเราๆ
ก็จะไม่ตอบโต้ ให้อภัยไม่จองเวร จองกรรม อีกต่อไป
เพียงเท่านี้พวกเราท่านทั้งหลาย ก็จะมีความสุข
มีความเจริญยิ่งๆขึ้นไป ขออวยพร

บทความธรรมะ อมตะธรรม ประเทศไทย
เรื่อง รักษาใจของเราให้ผ่องใสเสมอ
#ธรรมะ #อมตะธรรม #ธรรมะสอนใจ

• บุคคล 4 จำพวก •เกิดมาเริ่มแรกทำแต่ความชั่ว สุดท้ายกลับกลายเป็นคนดีก็มีนะ เกิดมาอยู่ในสังคม สิ่งแวดล้อมที่ดี อาจจะหลงผิ...
29/08/2023

• บุคคล 4 จำพวก •
เกิดมาเริ่มแรกทำแต่ความชั่ว สุดท้ายกลับกลายเป็นคนดีก็มีนะ เกิดมาอยู่ในสังคม สิ่งแวดล้อมที่ดี อาจจะหลงผิดไปทำชั่วก็ได้นะ ท่านทั้งหลาย มันไม่มีอะไรแน่นอนนะเกิดมาบนโลกใบนี้ ถ้าเราไม่มีสติ อยู่กับปัจจุบัน วิบากกรรมทั้งดี ไม่ดีมันให้ผล จะพัดพาเราไปทางใหนก็ได้นะ เช่นกัน บางคนเกิดมาดีพร้อมทุกอย่าง ตลอดชีวิต มีแต่สิ่งดีๆ ทำแต่สิ่งดีๆ ตลอดชีวิตก็มี คนที่เกิดมาทำความไม่ดี ทัวชั่ว ก็ทำชั่วไปตลอดชีวิตก็มี

พระผู้มีพระภาคเจ้าของเรานี้
ท่านได้ ตรัสแยกบุคคลที่มีความเป็นอยู่แตกต่างกันเช่นนี้ไว้ว่า บุคคล มี 4 จำพวก

บุคคลผู้มืดมา มืดไป
บุคคลประเภทนี้นะ เป็นผู้เกิดในตระกูลต่ำไม่มีศีลธรรม ประพฤติทุจริต คือ ทำแต่กรรมชั่ว บาปกรรมทุกอย่าง อันจะเป็นทางนำไปสู่ความเสื่อม ความทุกข์ ไม่มีสติปัญญา ที่จะสามารถกลับตัวกลับใจได้ มืดมาแล้วก็ยังมืดไปอีก

บุคคลผู้มืดมา สว่างไป
บุคคลผู้เกิดในตระกูลต่ำไม่มีศีลธรรมเช่นเดียวกัน
แต่ยังพอมีบุญนะ ท่านทั้งหลาย วันเวลาผ่านไป มีสติเกิดปัญญา พบเจอผู้รู้ตักเตือนสั่งสอน พบเจอคำสอนพระพุทธเจ้า กลับตัวกลับใจได้ ก้าวเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง

บุคคลผู้สว่างมา มืดไป
บุคคลผู้เกิดในตระกูลที่สูง มีศีลธรรม ครอบครัวทำแต่ความดี สร้างแต่คุณงามความดี แต่ตัวเองกลับมีความคิดที่ตรงกันข้าม หลงผิดก่อการเบียดเบียน ทำให้ตนเองและ ผู้อื่นเดือดร้อน ไม่รู้จักบาปบุญ เวรกรรม
เจอผู้รู้แนะนำสั่งสอน ก็ไม่ฟังนะ คนแบบนี้นะน่าเสียดาย มาอยู่ในที่สว่างแล้ว แต่กลับมืดไป

บุคคลผู้สว่างมา สว่างไป
เช่นกัน บุคคลผู้เกิดในตระกูลที่สูง มีศีลธรรม ทำแต่ความดี บุคคลประเภทนี้เป็นพวก มีบุญเก่ามามาก
มีปัญญา พบเจอนักบวข นักปราชผู้รู้ ครูบาอาจารย์ที่ดี ก็เคารพเชื่อฟัง เจอคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็เกิดศรัทธา เจริญรอยตาม ก้าวเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง
สว่างมา แล้ว สว่างไป

ดูสิท่านทั้งหลาย มันไม่มีอะไรแน่นอนนะ
คนไม่ดีในวันนี้ อาจจะเป็นคนดีที่สุดในวันข้างหน้าก็ได้ คนดีที่สุดในวันนี้ อาจจะเป็นคนที่เลวที่สุดในวันข้างหน้าก็ได้

ทีนี้เราลองมาประเมิณตนเอง คิดดูนะว่า
ปัจจุบันตอนนี้ เรานี้เป็นบุคคลประเภทใหน
ถ้าดีแล้ว ก็ดีสืบต่อไปเรื่อยตั้งตนอยู่บนความไม่ประมาท ถ้าไม่ดี ก็ลองตั้งสติ ข้าพเจ้านี้จะเอายังไงต่อไปดี กลับตัวกลับใจมาเดินทางสว่างก็ยังทัน ไม่มีอะไรที่สายเกินไป รีบตัดสินใจ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ตัดสินใจ

อมตะธรรม ประเทศไทย
#ธรรมะ #อมตะธรรม #ธรรมะสอนใจ

ทุกวันนี้สังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ท่านทั้งหลายเต็มไปด้วยความเครียด ยิ่งคนในกรุงเทพฯ คนในเมืองหลวงใหญ่ๆคนในสังคมเกือบ...
27/08/2023

ทุกวันนี้สังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ท่านทั้งหลายเต็มไปด้วยความเครียด ยิ่งคนในกรุงเทพฯ คนในเมืองหลวงใหญ่ๆ

คนในสังคมเกือบจะมีแต่มนุษย์อันตราย จนไว้ใจใครๆไม่ได้ มีแต่จะเอารัดเอาเปรียบ ครั้นเราจะซื่อสัตย์อยู่ในศีลในธรรม ก็ถูกเขาเอารัดเอาเปรียบ มันก็เลยตึงเครียดไปด้วยกัน ทั้งคนดีทั้งคนชั่ว

โอวาทธรรม หลวงพ่อสมภพ โชติปัญโญ
วัดไตรสิกขาทลามลตาราม อ.คำตากล้า จ.สกลนคร

สร้างจิตตัวนี้ให้เป็นคนจริง เป็นคนซื่อสัตย์สุจริตเป็นน้ำสะอาด จิตนี้จะได้ทำความร่วมเย็นให้แก่เจ้าของ อยู่ที่ไหนบ่เศร้าบ่...
26/08/2023

สร้างจิตตัวนี้ให้เป็นคนจริง เป็นคนซื่อสัตย์สุจริตเป็นน้ำสะอาด จิตนี้จะได้ทำความร่วมเย็นให้แก่เจ้าของ อยู่ที่ไหนบ่เศร้าบ่หมอง ไม่คิดเรื่องยุ่งเหยิงวุ่นวาย อันนี้คิดหลาย คิดหลายจนเป็นโรคประสาท เพิ่นจังมีโรงพยาบาลรักษาโรคประสาทนี้ในจิตตัวเดียว อย่างนั้นจึงเอาธรรมที่ทำคนบ่ให้เสีย มีแต่กิเลสตัณหาที่ทำโลกทั้งหลายให้พินาศฉิบหายขี้เกียจมักง่ายจนเดียวนี้เวลานี้ เขาให้ความสะดวกหลายเท่าไหร่ยิ่งทำหยังบ่เป็น ยิ่งขี้เกียจมักง่าย สะดวกหมดทุกอย่างขี้เกียจมักง่ายก็ตามมา ยกเว้นผู้มีธรรม ผู้ที่เป็นคนจริงซื่อสัตย์สะอาด จิตตัวนี้มันจะซักฟอกออก นี่พากันจำกันไว้ นี่หลวงปู่กะบ่ต้องเว้าหลายว่า เตือนลูกเตือนหลานเตือนบ้านเตือนเมือง ยกหลวงปู่มั่นเพิ่นว่าบ่ต้องเสียเงิน บ่ต้องไปหาที่ไหนอยู่กับเจ้าของเฮ็ดงานไปนำพุทโธไปนำซักฟอกไปนำ อย่าห้ามคิดหาคือบ่เห็นได้หยังอย่าฟ่าวคิด ถ้ากิเลสตัณหามันมืดดำกำตามากี่กัปป์กี่กัลป์พากันคิดไว้ให้ดี มื้อนี้กะบ่ต้องพูดหยังหลายมากมาย ขอให้บรรดาญาติพี่น้องทั้งหลายผู้มีบุญมีคุณ ผู้มีคารวะคารโว กลับไปจงเป็นสิริมงคลเป็นความร่มจิตร่มใจ เอาพุทโธไปหล่อเลี้ยงจิตใจ พวกเฮาทุกคนจงมีแต่ความสุขความเจริญ โดยทั่วกันจบแค่นี้พอ"

โอวาทธรรมคำสอนพ่อแม่ครูบาอาจารย์
พระฉนฺทกโร หลวงปู่ปรีดา หลวงปู่ทุย
วัดป่าดานวิเวก(ดงสีชมพู) บ้านแสงอรุณ ต.ศรีชมภู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ

 #จิตของผู้มีบุญมาก เป็นยังไง๑..ไม่บ่นเมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นปัญญา ทำให้ยอมรับต่อความเป็นจริงของช...
23/08/2023

#จิตของผู้มีบุญมาก เป็นยังไง
๑..ไม่บ่น
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นปัญญา ทำให้ยอมรับต่อความเป็นจริงของชีวิต ทำให้รู้เห็นและเข้าใจถึงระดับวาสนาของตนและบุคคลอื่น ความเป็น ไปของชีวิตนั้นขึ้นตรงต่ออำนาจบุญกรรมที่ทำไว้ บ่นไปก็แค่นั้นเอง ที่ได้มา ที่มีอยู่ ที่เสียใจ ที่ไม่ได้ดั่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น มันคือ “ผลแห่งกรรม” อันเป็นสมบัติของเราเอง
๒..ไม่กลัว
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความเข้มแข็ง กล้าหาญ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคและปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพราะมีความมั่นใจในความเป็นผู้บริสุทธิ์ ความเป็นผู้มีบุญของตน เมื่อจะคิด จะทำอะไรลงไป ล้วนมีกำลังบุญมารองรับทั้งหมดทั้งสิ้น
๓..ไม่ทำชั่ว"
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นตัวควบคุม บริหารจัดการ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดความกลัว ความละอายต่อบาป ต่อกรรม
ความผิดน้อยใหญ่ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง เห็นถึงความเสียหาย หลายภพหลายชาติ เห็นถึง ผลกระทบต่อครอบครัว ต่อโลกต่อสังคม อย่างมากมายมหาศาล
๔..ไม่คิดมาก"
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดพลังแห่งความสงบ แห่งจิตแห่งใจ ไม่ฟุ้งซ่านรำคาญใจ ไม่คิดเป็นทุกข์ ความคิดทุกความคิด ล้วนนำมาซึ่งความเบิกบานกายใจ ไม่คิดเบิกความทุกข์ มาใช้ก่อน
๕..รอได้ คอยได้
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความใจเย็น มีความยืดหยุ่น ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่ใจร้อน ใจเร็ว เห็นถึงจังหวะ และโอกาสของชีวิต
๖..อดได้ ทนได้
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นพลังงานเข้มแข็ง ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้มีความอดทน ที่เป็นหนึ่งเป็นเลิศ มีความคิดที่ไม่หวั่นไหว เห็นความสำเร็จทุกชนิดมาจากความอดทน อดทนอย่างมีความสุข
๗..สงบได้ เย็นได้
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะเป็นสภาพให้เป็นคนที่สงบได้ เย็นได้ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่เป็นคนที่ร้อนรน กระวน กระวาย สับส่าย วุ่นวาย ในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ในสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น แม้จะตกอยู่ใน เหตุการณ์ที่เลวร้าย ก็ทำใจได้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
๘..ปล่อยได้ วางได้
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นคนที่รู้จักการละ การวาง ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่เป็นคนที่แบกทุกอย่างที่ขวางหน้า ยึดทุกอย่างที่เกิดขึ้น
๙..รู้ได้ ตื่นได้ และเบิกบานได้
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความรู้ตื่น เบิกบาน ตามกำลังของบุญฤทธิ์ เป็นผู้รู้ ต่อความ เป็นจริงของชีวิต ไม่ปล่อยชีวิตให้ตกไปในกระแสของความโลภ ความโกรธ ความหลง จิตใจมีความอิสระเต็มที่ ทุกวันทุกเวลาทุกนาที...สาธุเจริญธรรม

 #อารมณ์วางเฉยมี 3 อย่าง1. วางเฉยแบบหยาบ คือ...อารมณ์ปุถุชนที่เฉย ๆ ไม่คิดดี ไม่คิดชั่ว ซึ่งมีเป็นครั้งคราวเท่านั้น2. วา...
20/08/2023

#อารมณ์วางเฉยมี 3 อย่าง

1. วางเฉยแบบหยาบ คือ...
อารมณ์ปุถุชนที่เฉย ๆ ไม่คิดดี ไม่คิดชั่ว
ซึ่งมีเป็นครั้งคราวเท่านั้น

2. วางเฉยแบบกลาง...
มีในผู้ปฏิบัติสมาธิภาวนา มีความรู้ตัว
มีความสงบของจิต วางอารมณ์จาก
ความดี ความชั่ว สุข ๆ ทุกข์ ๆ ใด ๆ
ในโลกีย์วิสัย เฉยบ่อยมากขึ้น

3. วางเฉยแบบละเอียด คือ ...
อารมณ์ของพระอริยเจ้า พระอรหันต์
ซึ่งไม่มีอารมณ์สุขหรือทุกข์ ดีหรือชั่ว
ดีใจปนเสียใจ วิตกกังวลฟุ้งซ่านรำคาญใจ
ไม่มี ไม่คิดปรุงแต่งไปในอดีตปัจจุบัน อนาคต
มีความวางเฉยในร่างกายของท่านเอง
จะเจ็บปวดทรมาน จิตท่านนิ่งเฉยอยู่ในจิต
ของท่านว่าจิตส่วนจิต กายเป็นเพียงของสมมุติ
ของชั่วคราว ตายเมื่อไร ท่านก็พร้อมที่จะทิ้งรูปนามขันธ์ เสวยวิมุติสุขแดนอมตะทิพย์นิพพาน
ติดตามองค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

ของดีนั้นมีอยู่ในตัวเราทุกคน ของดีนั้นอยู่ที่
จิตของท่านทุกท่าน ของไม่ดีอยู่ที่ร่างกาย...

#หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

ความโชคดีที่สุดของชีวิตคือ การได้รู้จักธรรมะและ การได้มีปัญญาในการเข้าใจธรรมะเข้าใจความจริงของธรรมชาติ เห็นโลกตามความเป็...
17/08/2023

ความโชคดีที่สุดของชีวิตคือ การได้รู้จักธรรมะ
และ การได้มีปัญญาในการเข้าใจธรรมะเข้าใจความจริง
ของธรรมชาติ เห็นโลกตามความเป็นจริงด้วยใจที่ตั่งมั่น
ตื่นรู้ ผู้ที่เข้าใจธรรมะ จะไม่ทุกข์ไปกับสิ่งต่างๆในโลก
เพระชีวิตมันก็เป็นเช่นนั้นเอง ไม่มีใครสุขไปตลอดหรอก
ไม่มีใครทุกข์ไปตลอดหรอก วันนี้เราว่าเราทุกข์ที่สุดแล้ว
ก็ยังมีคนที่ทุกข์มากกว่าเราเป็นร้อยเท่าพันเท่า
วันนี้เรามีความสุขที่สุดแล้ว ก็ยังมีคนที่มีความสุขมากกว่า
เราเป็นร้อยเท่าพันเท่า สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา
มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป วันนี้เรามีความทุกข์ที่สุดแล้วในชีวิต
พรุ่งนี้ หรือ ปีหน้า เราอาจจะมีความสุขมากที่สุดก็ได้
ถ้าเราสะสมบุญมาดีพอ เมื่อถึงเวลาบุญให้ผล
เราไม่ต้องเรียกร้อง ปฎิเสธไม่เอา เราก็จะได้
ผู้ที่เข้าใจธรรมนั้น จะวางใจเป็นกลาง สุขก็เช่นนั้นเอง ทุกข์ก็เช่นนั้นเอง ไม่ติดข้องอยู่ ไม่ยึดมั่นถือมั่นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในโลก ไม่หวั่นไหว เพระเห็นโลกตามความเป็นจริง
สร้างเหตุดีแล้ว ไม่หวังผล ผลจะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน
สร้างแต่เหตุที่ดี คิดแต่สิ่งที่เป็นมงคล พูดแต่สิ่งที่เป็นมงคล
ทำแต่สิ่งที่เป็นมงคล สวดมนต์ เจริญสติภาวนา
งดเว้นจากการเบียดเบียน ไม่ทำให้ตนเอง และ ผู้อื่น
ต้องเดือดร้อน ในทุกๆวัน เมื่อเหตุที่ดี มากกว่า
เหตุที่ไม่ดี ที่เราได้เคยสร้างมาตั้งแต่อดีตนับชาติไม่ถ้วน
ก็จะส่งผลให้เรา มีแต่ความสุข มีความสบาย
มีความเจริญในธรรม ยิ่งๆขึ้นไป อย่าท้อ ❗️

อมตะธรรม ประเทศไทย
#ธรรมะ #อมตะธรรม #ธรรมะสอนใจ

ที่อยู่

Bang Kapi
10240

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เนื้อ นา บุญผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์