26/05/2026
ครูจิราภรณ์ แชร์การทำธรรมวิจัยในเวทนา คุรุสติรีทรีท รุ่น2
2กันยายน 2558
หลวงพ่อ: คุณประจวบมีอะไรหลายๆอย่างที่น่าสนใจแต่อันสุดท้ายนี่สำคัญ คือขับรถให้ชำนาญคุณต้องเอาจุดนี้ไปคิดต่อนะ ถ้าไม่ชำนาญโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย คำว่าชำนาญ อาตมาหมายถึงว่าต้องซ่อมรถเป็นด้วยถ้ารถเสีย ไม่ใช่ว่าขับได้อย่างเดียว รถเสียที่ไหนซ่อมได้ด้วย แต่ถ้าหากว่ารถเสียซ่อมไม่ได้ ถือว่าไม่ชำนาญ ขับเก่งเฉยๆแต่ยังไม่ชำนาญเพราะซ่อมไม่เป็น ถ้าได้สองอย่างนี้ ก็เรียกว่าวิเศษเลยนะ ก็ได้อีกสักท่านหนึ่งขอ คุณจิราภรณ์
ครูจิราภรณ์ : มาคราวนี้ได้รับโจทย์เหมือนคุณประจวบค่ะ สำหรับโยมนั้นเวลาหลวงพ่อพูดอะไรจะเป็นปริศนาธรรมตลอด แล้วเมื่อน้อมเอามาปฏิบัติ มันก็จะเกิดผลตลอด
คราวนี้ประโยคที่ว่า “สัตตานัง วิสุทธิยา”มันกินใจมาก ผลจากการคัดลอกไฟล์ธรรมะของหลวงพ่อ อันนี้เป็นเรื่องที่หลวงพ่อจงใจให้เรารู้ ที่ผ่านมาเรามัวสนใจแต่เรื่องโลกๆ จึงไม่ได้มาสนใจตรงนี้ ครั้งนี้จึงตั้งใจศึกษารายละเอียดสติปัฏฐานสูตรแบบเคลื่อนไหวของหลวงพ่อ
หลวงพ่อให้สังเกตเวทนาทางกาย อันนี้คือวิธีขับรถนั่นเอง แล้วจะขับยังไงให้ชำนิชำนาญ คือเข้าใจอย่างนี้ ก็เลยมาสังเกตระดับของเวทนาทางกาย เริ่มจากเวลาเรานั่งนานๆ เราเปลี่ยนท่า สังเกตก่อนเปลี่ยนท่ามันหนักมากๆ ขณะที่ค่อยๆเปลี่ยนท่า ระดับความหนักมันลดลงยังไง แล้วพอนั่งไปสักพักเนี่ย ระดับความหนักมันเพิ่มระดับขึ้นยังไง....
เวทนาที่ว่าคือความหนัก ความตึง ความเคร่ง คือมาสังเกตตรงนี้ แล้วก็ไปดูไปเรื่อยๆก็รู้สึกว่าจิตมันตั้งมั่นขึ้น แล้วความรู้สึกตัวมันชัดเจนขึ้น เวลาเราเดิน จะเห็นกายมันไหวๆ ขยับตรงไหนมันรู้หมด บางทีมันก็รู้ทั้งตัว รู้หนักที่หนึ่ง แต่ว่ามันกระจายไปทั้งตัว เราก็จะเห็นไหวๆ เวลาเดินไป เท้าก็จะเดินรู้ทุกก้าว รู้ ๆๆ รู้ขนาดว่าเวลาเราก้าวเดินไป เท้ามันตึงยังไง มันหย่อนยังไงมันกระเพื่อมยังไง แต่ว่าพอทำไป บางทีมันหนักไป มันเพ่งมากไป เราก็ปรับมาลดเบาหน่อย สังเกตว่า เอ๊ะ มันหนักไปทั้งบ่า คอตึงไปหมดเลยอย่างนี้ มันมากไป มันชัดเกินไปรึป่าว เราก็ค่อยๆปรับแล้วพอมาค่อยๆทำอย่างนี้ ก็ปรากฏว่ามันจะไปเห็น “เส้นกลาง”เส้นกลางนี้ซึ่งตัวเองเข้าใจ คือ มัชฌิมานั่นเอง
“เส้นกลาง” ที่มันจะเปรียบได้สองอย่าง คือ เหมือนกับว่ามัน “รู้” ฝั่งหนึ่ง แล้วมันก็ “เพลิน” ฝั่งหนึ่งทีนี้มันก็จะ “ชักเย่อ” กัน ถ้าสมมติว่าเราตั้งใจรู้มากไปเนี่ยมันก็จะดึงไปทาง “รู้” ชัดมากมันก็เหมือนเป็น “เพ่ง” ตึงไปทั้งตัว แล้วพอเราดึงมาทาง “ เพลิน” ดึงมาอีกหน่อยๆพอ ทีนี้ดึงมากไป ความคิด โฉบเข้ามาเลย แต่ถ้าเรามาอยู่ตรงกลางนี้ความคิดไม่โฉบ มันก็จะเป็นเส้นตรง...ซื่อๆ โปร่งๆเบาๆสบายๆมันจะเห็นตรงนี้เจ้าค่ะ
แล้วพอมาได้ยินหลวงพ่อบอกว่า ตัวปกติ หรือ ตัวตรงกลางนี้ ถ้าเรารู้สึกตัว เบา โล่ง โปร่ง สบาย มันจะตัดอดีต อนาคต อันนี้โยมเข้าใจเลยค่ะ มันเก็ทขึ้นมาเลยเจ้าค่ะ
โอ ! ตรงนี้นี่เองที่เราหากัน แต่ว่าเราข้ามไป ข้ามมา อันนี้คือ “ ไคลแม็กซ์ ”มันจะอยู่ตรงนี้ ก็มาสังเกตความคิด และนิวรณ์๕ มันมาแต่ว่าน้อย
วันแรกก็จะมีอาการง่วง แต่จะเห็นก่อน อาการมันจะค่อยๆมาบางทีก็ลองที่จะ ไม่ปรับเปลี่ยนท่า เวทนามันก็จะหนักมากขึ้นเรื่อยๆแล้วก็ลองโยกๆ ศรีษะและดูระดับของเวทนาที่มันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตอนโยกศรีษะ ความง่วงมันก็หายไปเอง บางทีก็ลองแกล้งทำเป็นสะบัดศรีษะแรงๆ มันจะไม่มีง่วงซึมเลยเจ้าค่ะ มันจะโล่ง มันเหมือนไม่ได้ผ่านความง่วงมาเลย ถ้าโดยปกติการแก้ความง่วง เราจะใช้วิธีการฝืน หรือเปลี่ยนอิริยาบถ หรือเปลี่ยนอารมณ์ไปเลย บางทีมันก็ยังซึมๆอยู่ แต่วิธีสะบัดศรีษะนี้ความง่วงมันหายไปเลยเจ้าค่ะ สรุปที่ทำทั้งหมดนี้ก็คือ มาทำธรรมวิจยะให้ถูกต้องเจ้าค่ะหลวงพ่อ มันก็จะเหลือตรงที่ว่ามัน เสถียรหรือไม่เสถียรเจ้าค่ะ บางทีมันก็ยังหมุนติ๊วๆ เหมือนสัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่เสถียร หลวงพ่อเปรียบเทียบให้ฟัง และมาเตือนสติอยู่บ่อยๆ ก็คือเห็นความสำคัญแล้วว่าต้องทำเรื่องนี้เจ้าค่ะ พอเราศึกษาทำธรรมวิจยะอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ทำแบบฝึกหัดที่หลวงพ่อให้ เรื่องบางเรื่องที่มันยังวางไม่ได้ มันก็จะมาเป็นความคิดกลับไปกลับมา คิดซ้ำๆ ตัดปุ๊บเดี๋ยวก็มาอีกๆ ถ้าพูดถึงเรื่องวาง มันจะวางเองเจ้าค่ะโดยที่เราไม่ได้ไปบังคับให้มันวาง เดี๋ยวนี้มันจะเนียนๆ คิดชั่วๆไม่ค่อยมี แต่มันจะเนียนบอกว่าดีไง คิดเรื่องดีที่บอก คือมันจะไปสอนคนนั้น ไปสอนคนนี้ โยมถึงได้ระวังตัวว่าจะสอนใคร โยมจะระวังมากกลัวจะหลงกลมัน บางครั้งหลวงพ่อบอกช่วยสอนคนนั้นหน่อย คนนี้หน่อย โยมต้องไปคิดก่อน เอ๊ะ มันเป็นความอยากของเรารึป่าว ตรวจสอบก่อน ก็ขอแชร์ประสบการณ์เพียงเท่านี้เจ้าค่ะ
โดย หลวงพ่อพระมหาดิเรก พุทธยานันโท
คอร์ส การแชร์ทำธรรมวิจัยในเวทนา คุรุสติรีทรีท รุ่น ๒ ณ.ครุสติสถาน เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙
(๒๕๕๘๐๙)
แหล่งที่มา
https://youtu.be/i6T9jhA6RHA
ผู้ถอดคำบรรยายและเรียบเรียง : อรวรรณ อังสุขศิริ
ณปัญ นิธิกูลตานนท์
ผู้ตรวจคนที่ ๑ : ธีรดาภรณ์ เอกคงคา
ผู้ตรวจคนที่ ๒ : จิราภรณ์ เมธาบดี
กราบอนุโมทนาในความเมตตาและกรุณาแสดงธรรมของครูจิราภรณ์ เมธาบดีค่ะ
………………………………………………………………
วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙
คุรุสติรีทรีท รุ่น 2 ธรรมวิจัย ก.ย. 2558